เลี้ยงปลา
ขายได้เดือนละ 20 ตัน! หนุ่ม 29 เลี้ยงปลาช่อน เลี้ยงยังไงให้ได้ปลาเนื้อดีไม่มีกลิ่นคาว เพราะเติบโตมาในครอบครัวที่ยึดอาชีพเป็นเกษตรกรเลี้ยงปลา เมื่อโตขึ้นจึงมุ่งหน้าเรียนสาขาประมงเพื่อนำความรู้มาต่อยอดและพัฒนาอาชีพของพ่อแม่ให้เติบโต จน “ปลาช่อน วิเศษฟาร์ม” ได้กลายเป็นศูนย์การเรียนรู้ปลาน้ำจืดที่คอยให้ความรู้กับผู้ที่สนใจ และยังมีรายได้จากการจำหน่ายปลาอีกด้วย อายุน้อยแต่ประสบการณ์แน่น คุณจักรพันธ์ เชื้อขำ วัย 29 ปี เล่าให้ฟังว่า “ช่วงอายุประมาณ 13-14 ปี ผมได้เงินทุนจากพ่อมาก้อนหนึ่งเพื่อลองทำธุรกิจ เลยตัดสินใจเลี้ยงปลาช่อน ผมใช้เวลาแค่ 1 ปี สามารถถอนทุนคืนทั้งหมดและได้กำไรแบบ 100% ของเงินทุน ทำให้ตอนนั้นคิดว่าประสบความสำเร็จแล้ว แต่ผ่านไปเกือบ 2 ปี เกิดวิกฤตราคาปลาช่อนตก จึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญทำให้ผมต้องกลับมาคิดใหม่ว่าจะทำอย่างไรให้ฟาร์มปลาช่อนเราไปต่อได้ นั่นทำให้ผมตัดสินใจเรียนสาขาประมงโดยตรง เพื่อนำความรู้จากการเรียนมาปรับใช้กับการเลี้ยงปลาที่ฟาร์ม นอกจากบทเรียนในตำรา ผมต้องพยายามศึกษาเพิ่มเติมจากผู้รู้ที่มีประสบการณ์ และพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ได้ปลาช่อนที่มีคุณภ
หนุ่มเจนวาย เปลี่ยนบ้านเป็นฟาร์ม เลี้ยงปลาหางนกยูง คัดเกรดประกวดขายออนไลน์ หากเอ่ยถึง “ปลาหางนกยูง” ไม่เพียงแต่เลี้ยงเพื่อคาวมสวยงามเท่านั้น แต่ยังเป็นสัตว์น้ำทำเงินให้ผู้ประกอบการมาแล้วหลายราย วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ขอพามาทำความรู้จัก ฟาร์มเพาะเลี้ยงปลาหางนกยูง ของเด็กหนุ่มวัย 24 ปี “คุณเบ้น-วราโชติ โรจนวีรเดช” เขาเริ่มต้นฟาร์มแห่งนี้ตั้งแต่สมัยเรียนชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน “ระหว่างเรียนคณะประมง สาขาเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ผมเริ่มรู้จักสายพันธุ์ปลาหลายชนิด จนมาเจอปลาหางนกยูง ผมลองศึกษาหาข้อมูลซึ่งมันไม่ได้มีแค่ประเทศไทยที่เลี้ยงปลาหางนกยูงแต่คนเลี้ยงกันทั่วโลก อีกทั้งยังมีการจัดงานประกวดปลาหางนกยูง รวมถึงการซื้อขายสายพันธุ์ต่างๆ และการพัฒนาสายพันธุ์ใหม่ๆ ขึ้นมาได้อีก เมื่อมันมีมาตรฐาน มีการจัดงานประกวดที่ขึ้นตรงโดยกรมประมง ผมเลยคิดว่ามันน่าสนุกและสามารถสร้างรายได้ระหว่างเรียนได้” หนุ่มเจนวาย เล่าถึงแนวคิดก่อนเปิดฟาร์ม หลังได้ไอเดีย คุณเบ้นได้เปลี่ยนบ้านของตัวเองเป็นฟาร์มเพาะเลี้ยงปลาหางนกยูงเล็กๆ ด้วยเงินลงทุนไม่มาก “ผมเลี้ยงปลาเกรดประกวดแทบทุกสายพันธุ์ นำ
ผู้เพาะเลี้ยงปลากัด จ.นครปฐม แบกภาระไม่ไหว – ส่งออกไม่ได้ เทปลาทิ้งนับแสน เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยง ปลากัดส่งออก แหล่งใหญ่ที่จังหวัดนครปฐม เจอพิษโควิด-19 ส่งออกปลากัดไปต่างประเทศไม่ได้นานกว่า 2 เดือน ต้องแบกภาระต้นทุนวันละกว่า 2,000 บาท จำใจปล่อยทิ้งปลากัดนับแสนตัวลงแหล่งน้ำธรรมชาติให้หากินเองคุณสิรินุช ฉิมพลี ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านอ้อมพยศ หมู่ 7 ต.โพรงมะเดื่อ อ.เมืองนครปฐม กล่าวว่า ทางกลุ่มมีสมาชิก 8 ราย เลี้ยงปลากัดมานาน 10 ปี ส่งออกไปต่างประเทศ อาทิ สิงคโปร์ ฮ่องกงฝรั่งเศส เยอรมนี อเมริกา ปกติในทุก 1-2 สัปดาห์ จะแพ็กสินค้าส่งออกไปทางเครื่องบิน ส่งให้กับลูกค้าที่มีออร์เดอร์เข้ามาครั้งละ 50,000-100,000 ตัว หลังเกิดโรคโควิด-19 ระบาด เครื่องบินหยุดบิน แม้จะมีออร์เดอร์มาจากต่างประเทศ ทางกลุ่มก็ส่งออกไม่ได้มานานกว่า 2 เดือนแล้ว สมาชิกที่เพาะเลี้ยงปลากัด ต้องแบกรับภาระต้นทุนค่าอาหารปลา ค่าน้ำ และค่าแรงงาน ตกวันละ 2,000 บาท ต่อปลากัด 100,000 ตัว เพราะปลากัดจะมีอายุมากขึ้น ถ้าเกิน 4 เดือน จะกินอาหารมากขึ้น ลำตัวมีขนาดใหญ่ หากยังเลี้ยงในขวดต่อไปจะหันกลับมากัดหางตัวเอง ตามธรรมชาติ ทำให้
เกษตรกรทำนาปทุมธานี เลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุย เสริมรายได้ สร้างตลาดหลากหลาย จำหน่ายได้ราคางาม จากสภาวะเศรษฐกิจไม่กี่ปีมานี้ ส่งผลให้สินค้าเกษตรหลายชนิดราคาตกต่ำ จึงทำให้เกษตรกรมีการปรับตัวมากขึ้น โดยทำเกษตรแบบผสมผสานที่ไม่เน้นทำเป็นเกษตรเชิงเดี่ยวมากเกินไป เพราะนอกจากจะช่วยลดความเสี่ยงในเรื่องของราคาที่ผันผวนแล้ว ยังสามารถมีรายได้จากการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรบางชนิดทดแทน จึงช่วยเสริมรายได้สลับไปมาในแต่ละช่วงการผลิต จึงเกิดรายได้หลากหลายส่งผลให้ไม่มีหนี้สิน คุณขาว เสมอหัต คุณขาว เสมอหัต อยู่บ้านเลขที่ 58/3 หมู่ที่ 8 ตำบลคลองควาย อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี มีอาชีพหลักทำนาด้วยราคาข้าวที่ผลิตได้ไม่แน่นอน จึงได้หาอาชีพเสริมเข้ามาช่วย คือการเลี้ยงปลาดุก โดยใช้บ่อน้ำที่มีอยู่เดิมจากการขุดไว้ใช้ภายในสวน มาเลี้ยงปลาให้เกิดประโยชน์มากขึ้น พร้อมทั้งใช้เหยื่อสดต้นทุนต่ำมาเป็นอาหารให้ปลากิน ทำให้ปลาเติบโตดีตลาดต้องการ จำหน่ายได้ราคา อาชีพหลักทำนา เลี้ยงปลาดุกเสริมรายได้ อาหารที่ได้จากโครงไก่นำมาบด คุณขาว เล่าให้ฟังว่า ตั้งแต่ประกอบสัมมาอาชีพมาถึงปัจจุบัน รายได้หลักของครอบครัวคือเกษตรกรรมเพียงอย่างเดียว
เกษตรกรปทุมธานี เลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุย ต้นทุนค่าอาหารต่ำ สร้างรายได้หลายหมื่นบาทต่อเดือน คุณดอกรัก สุคนที ศูนย์เรียนรู้ด้านการประมง ตำบลบึงคำพร้อย อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่เลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุย มามากกว่า 15 ปี ไม่ว่าจะเป็นยุคที่มีน้ำเพียงพอหรือช่วงวิกฤตแล้งเกิดขึ้น กลับไม่ส่งผลกระทบต่อการเลี้ยงปลาของเขามากนัก และที่สำคัญเขาได้นำปลาที่เลี้ยงเองทั้งหมดมาแปรรูปสร้างมูลค่า เป็นอีกหนึ่งวิธีการที่ช่วยทำเงินสร้างรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี คุณดอกรัก เล่าให้ฟังว่า ก่อนที่จะมาจับอาชีพเลี้ยงปลา ได้ประกอบอาชีพเป็นพ่อค้าจำหน่ายอาหารปลามาก่อน มีทั้งเป็นแบบอาหารสดและอาหารเม็ด เมื่อทำมาเรื่อยๆ ยอดจำหน่ายยังไม่ดีเท่าที่ควร จากนั้นประมาณ ปี 2542 จึงเริ่มลงมือทดลองเลี้ยงปลาดุกด้วยตนเอง “สมัยก่อนนี่ผมขายของตามตลาดด้วย แล้วก็มีพวกซี่โครงไก่ ไส้ไก่ เพื่อส่งจำหน่ายให้เกษตรกรเอาไปบดเป็นอาหารปลาดุก คราวนี้เราส่งให้เขาเรื่อยๆ กำลังซื้อเขารับไม่ไหว เราก็เลยคิดว่าแบบนี้ต้องหาทางออก คือต้องเลี้ยงเอง ก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ได้เริ่มเลี้ยงปลาดุก” คุณดอกรัก เล่าถึงความเป็นมา หลังจากที่ได้เ
อดีตข้าราชการ หารายได้หลังเกษียณด้วยอาชีพเกษตร “ปลูกไม้ผล – เลี้ยงปลา” สร้างรายได้ทุกวัน คุณถาวร งานยางหวาย อยู่บ้านเลขที่ 105 หมู่ที่ 4 ตำบลกุดสระ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนทำงานรับราชการเมื่อครบกำหนดวัยเกษียณ ปี 2550 จึงได้เริ่มใช้เวลาว่างมาทำสวนปลูกไม้ผลแบบผสมสานอย่างจริงจังเมื่อปี 2551 “ก่อนที่จะตัดสินใจทำเกษตร จะปลูกต้นไม้ หรือเลี้ยงปลา จะดูก่อนว่าเราจะทำอะไรได้มากที่สุด ก็เลยตกลงใจเลี้ยงปลา ส่วนพื้นที่ที่เหลือบนขอบบ่อ ก็จะปลูกพืชผัก ไม้ผลไว้ ก็จะมีมะขาม มะนาว ที่สามารถเก็บผลผลิตขายได้ ซึ่งจะมีการไปหาความรู้ การทำเกษตรทฤษฎีใหม่ ก็จะเข้าอบรมกับหน่วยงานที่เขาเปิดสอน และก็นำความรู้ที่ได้มาปรับใช้กับพื้นที่ที่เรามีอยู่” คุณถาวร กล่าว ต้นมะนาวที่ปลูกไว้เก็บผลขาย ปลาที่เลี้ยงภายในบ่อส่วนใหญ่จะเป็นปลานิล ปลาสลิด และปลาตะเพียน โดยนำปลาเหล่านี้มาปล่อยแบบเลี้ยงเชิงธรรมชาติ ปลาก็ขยายพันธุ์ออกลูกมากมาย สามารถจับขายทำเงินได้เป็นที่น่าพอใจ ต่อมาอยากเลี้ยงแบบจริงจังมากขึ้นจึงได้ไปติดต่อขอซื้อลูกพันธุ์จากแหล่งเพาะเพื่อนำมาปล่อยเลี้ยงเป็นเชิงการค้า ก่อนที่จ
ว่างจากนา เลี้ยงปลากัด! ขายผ่านโซเชียล คนแห่ประมูล รับทรัพย์อื้อ ไม่พอ! รับต่อตู้ปลาอีก ปัจจุบันความสวยงามของปลากัด เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้หลายคนหันมาเลี้ยงกันมากขึ้น จากเดิมปลากัดเป็นเพียงแค่ปลาต่อสู้ของเซียนพนันในหมู่บ้านเล็ก หลังจากที่มีคนนำปลากัดมาผสม และสร้างสายพันธุ์ใหม่ จนได้ปลากัดที่มีความสวยงาม และไม่เหลือเค้าโครงของปลากัด ทั้งหมดจึงเป็นที่มาของธุรกิจการเพาะเลี้ยงปลากัดที่สร้างรายได้หลายล้านบาทต่อปี มีตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศรองรับ อย่างเช่นนางวิไลพร สามพิมพ์ อายุ 36 ปี และนายคมสันต์ สามพิมพ์ 2 สามีภรรยา ชาวบ้านโสน ต.แสลงพันธ์ อ.เมือง จ.สุรินทร์ หลังว่างเว้นจากการทำนาข้าว ได้หันมาทำอาชีพเสริมโดยการเลี้ยงปลากัดแฟนซี ส่งขายต่างประเทศ และขายผ่านโซเชี่ยลโดยใช้ชื่อเพจ “ปลากัด บ้านปลาฟาร์มสุรินทร์” เพาะปลากัดส่งขายทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยเริ่มต้นครั้งแรกใช้งบประมาณ 5 พันบาท ลงทุนซื้อพันธุ์ปลากัดและวัสดุอุปกรณ์ เพาะเลี้ยงปลากัดแฟนซีขายทำมาปีนี้เป็นปีที่ 2 สร้างรายได้เสริมจากเวลาว่างเว้นจากการทำนาข้าว เฉพาะปลากัดอย่างเดียว จะมีรายได้ประมาณ 12,000 บาทต่อเดือน หรือมีรายได้หมื่นอัพ
คุณเฉลิมชัย ดีแก้ว เจ้าพนักงานประมงปฏิบัติงาน สำนักงานประมงกรุงเทพมหานคร เขตพื้นที่ 2 ให้ข้อมูลว่า การทำประมงในพื้นที่เขตนี้มีการเลี้ยงปลาแบบปล่อยให้อยู่ในบ่อน้ำที่ใช้สำหรับทำการเกษตร โดยเน้นปล่อยแบบอิสระและปลาที่เลี้ยงได้ขนาดใหญ่สามารถจำหน่ายได้ เกษตรกรผู้เลี้ยงบางรายนำปลามาแปรรูปเพิ่มมูลค่า และบางรายจับแบบยกบ่อเพื่อส่งให้กับตลาดปลาแบบเน้นปริมาณมากๆ “ในพื้นที่เขตหนองจอก กรุงเทพมหานครนี่ ต้องบอกว่า เขตนี้ถือว่าปริมาณน้ำมีเพียงพอ ทั้งต่อการทำเกษตรและเลี้ยงปลา เพราะมีเขตชลประทานและคลองต่างๆ ไหลผ่าน จึงทำให้เกษตรกรที่เลี้ยงปลามีน้ำใช้ทำประมงได้อย่างไม่ขาดแคลน ซึ่งทางหน่วยงานของเราก็จะคอยส่งเสริมและดำเนินงานให้เกษตรกรทุกครัวเรือน ลงทะเบียนในเรื่องของการทำประมงอย่างปลอดภัย เพื่อให้ทุกคนได้อบรมและนำองค์ความรู้เหล่านี้ไปพัฒนาการเลี้ยงและเพิ่มมูลค่าจากการแปรรูปให้มีรายได้ที่ยั่งยืน” คุณมณีพรรณ พูลพอกสิน อยู่บ้านเลขที่ 16/1 หมู่ที่ 6 แขวงหนองจอก เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่ยึดการทำประมงในพื้นที่นี้มากว่า 20 ปี โดยนำปลาที่เลี้ยงภายในบ่อมาแปรรูปเน้นทำการตลาดขายเอง ทำให้เกิดเป็น
เนรมิตที่ดิน 1 ไร่ ทำเกษตร ปลูกผัก ทำนา เลี้ยงปลา ได้เงินเดือนเป็นแสน ที่บ้าน คุณภีรพร หอมสมบัติ ชาวบ้านบ่อใหญ่ หมู่ 2 ต.บ่อใหญ่ อ.บรบือ จ.มหาสารคาม และภรรยา คือคุณทัศนีวรรณ์ หอมสมบัติ โทร. (088) 036-2139 เจ้าของพื้นที่ทำการเกษตร 1 ไร่ ได้แสน โดย คุณภีรพร กล่าวว่า แปลง 1 ไร่ ได้แสน เน้นการปลูกข้าวอินทรีย์เคมี ใช้มูลโค มูลกระบือ มูลไก่ รองพื้น ตามด้วยปุ๋ยเคมี สูตร 16-16-8 จำนวน 5-10 กิโลกรัม ต่อไร่ ใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 7-10 กิโลกรัม ต่อไร่ ช่วงปลูกในเดือนกรกฎาคมถึงต้นเดือนสิงหาคม การดูแลรักษา ทำโดยการสูบน้ำเข้านา ประมาณต้นเดือนกันยายน ให้ปุ๋ยสูตร 12-24-12 จำนวน 10 กิโลกรัม ต่อไร่ ได้ผลผลิตต่อฤดูกาล 700-800 กิโลกรัมต่อไร่ ราคาข้าว ขายตามราคาจำนำ เกวียนละ 15,000 บาท “ผมเลี้ยงปลาดุกในนาข้าว จำนวน 20,000 ตัว ขายได้ปีละกว่า 20,000 บาท ปลูกมะนาว พันธุ์พิจิตร 1 จำนวน 20 ต้น ในวงบ่อซีเมนต์ รอบแปลงและรอบบ่อปลา ได้ผลผลิตนอกฤดูกาล มีรายได้วงบ่อละ 2,000 บาท รวมเป็นเงิน 40,000 บาท ขยายพันธุ์มะนาวด้วยวิธีการตอนกิ่งจำหน่ายภายในชุมชน ปีละ 100-200 ราคากิ่งละ 100 บาท ปลูกพืชฤดูแล้ง ถั่วลิสง จำนวน 1
ปลากะพง เป็นปลาที่อยู่ได้ทั้งในน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม เลี้ยงกันแพร่หลายในเขตจังหวัดชายทะเลของไทย เนื่องจากเลี้ยงง่าย โตเร็ว และที่สำคัญเนื้อปลามีรสชาติดีสามารถขายได้ราคา ทำให้เป็นปลาเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ดีไม่แพ้ปลาชนิดอื่น นอกจากจะเลี้ยงเพื่อบริโภคภายในประเทศแล้ว ยังส่งขายยังต่างประเทศได้อีกด้วย บางพื้นที่ที่ไม่มีน้ำเค็มก็สามารถเลี้ยงปลากะพงได้ ประสบผลสำเร็จด้วยเช่นกัน ทำให้มีผู้ที่สนใจนำไปเลี้ยงแบบปลาตามธรรมชาติที่บ่อบริเวณบ้านมากขึ้น เมื่อปลามีขนาดใหญ่ก็สามารถจับขายเป็นรายได้เสริมได้เช่นกัน คุณเยี่ยม รัตนกุญชร อยู่บ้านเลขที่ 32 หมู่ที่ 7 ตำบลบางเตย อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นเกษตรกรที่ได้ปรับเปลี่ยนจากการทำนามาเลี้ยงปลากะพง โดยเลี้ยงแบบใช้น้ำจืด มีการจัดการแบบมีระบบ ปลาเจริญเติบโตได้ดี พร้อมทั้งทำการตลาดแบบรวมกลุ่ม ทำให้ปลากะพงขายได้ราคาเป็นรายได้หลักเลี้ยงครอบครัว เปลี่ยนผืนนา มาทำบ่อเลี้ยงปลากะพง คุณเยี่ยม เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกเดิมทียึดการทำนาสร้างรายได้ให้กับครอบครัว แต่เนื่องจากราคาข้าวมีความผันผวน ราคารับซื้อไม่แน่นอน ทำให้บางช่วงถึงกับทำแล้วขาดทุนก็ยังมี จึงได้มีการ
