เลี้ยงไก่
ซีพีเอฟ ส่งเสริมโภชนาการเด็กไทย ผ่านโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวัน ด้วยตระหนักถึงความสำคัญเรื่องภาวะโภชนาการที่ดีของเด็กในวัยเรียนตามแนวกลยุทธ์ “อาหารมั่นคง” สู่ความยั่งยืน มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท ได้ร่วมกับ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ส่งมอบโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน ประจำปี 2561 จำนวน 50 โรงเรียน เสริมโภชนาการเด็กในชนบทห่างไกลได้รับโปรตีนคุณภาพที่ดีกว่า 155,000 คน คุณสุขสันต์ เจียมใจสว่างฤกษ์ ประธานคณะผู้บริหาร ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม และกรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) กล่าวว่า ซีพีเอฟได้ดำเนินโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียนมาอย่างต่อเนื่อง 29 ปี เป็นหนึ่งในนโยบายของบริษัทที่อยากเข้าไปสนับสนุนผู้คนที่ใช้ชีวิตตามชนบท ด้วย 3 กลยุทธ์หลัก อาหารมั่นคง สังคมพึ่งตน และดินน้ำป่าคงอยู่ เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร ด้วยการส่งเสริมการเข้าถึงอาหารและยกระดับคุณภาพความปลอดภัยทางอาหาร และบริโภคตามหลักโภชนาการ ตลอดจนเปิดโอกาสให้มีการเรียนรู้และเพิ่มทักษะในการผลิตอาหารอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ โดยในปี 2561 มีโรงเรียนที่ได้รับการคัดเล
อาชีพเลี้ยงไก่อยู่คู่คนไทยมาแต่โบราณ ปัจจุบันยังมีให้เห็น ทั้งเลี้ยงไก่เนื้อไว้ขาย เลี้ยงไก่บ้านเพื่อการกีฬายังคงอยู่ แม้ไก่จะไม่ใช่สัตว์เศรษฐกิจชนิดเดียวในไทย แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า มันสามารถสร้างรายได้ให้กับคนประเทศเราไม่น้อย “เส้นทางเศรษฐี” มีโอกาสลงพื้นที่สำรวจฟาร์มที่จังหวัดนครราชสีมา กับโครงการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์รูปแบบ Contract Farming ที่เรียกว่า ระบบฟาร์มข้อตกลง หรือ ระบบฟาร์มสัญญา ที่บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ นำเข้ามาใช้งานกว่า 40 ปีแล้ว คุณคะนองเดช พินิจด่านกลาง วัย 40 ปี หนึ่งในเกษตรกรระบบคอนแทรกต์ฟาร์มมิ่ง เจ้าของคะนองเดชฟาร์ม ตั้งอยู่ที่ 225 หมู่ 2 ตำบลแหลมทอง อำเภอหนองบุญมาก จังหวัดนครราชสีมา เล่าว่า แต่เดิมเป็นเกษตรกรปลูกมันสำปะหลังและอ้อย กับพ่อแม่ มีรายได้เพียงปีละครั้ง ผลผลิตขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ราคาขายก็ไม่แน่นอน กระทั่งซีพีเอฟขยายโครงการเลี้ยงไก่เนื้อมาในเขตพื้นที่ ตนมองว่าเป็นระบบที่ดี มีมาตรฐาน และวงจรการผลิตอยู่ในโซนเดียวกัน อีกทั้งเป็นโอกาสดีในการประกอบอาชีพ จึงตัดสินใจเข้าร่วมโครงการส่งเสริมกับบริษัท ปี 2549 รวมระยะเวลา 12 ปีแล้ว คุณคะ
อาชีพเลี้ยงไก่ ยังคงเป็นอาชีพยอดนิยมในหมู่เกษตรกรไทย เนื่องด้วยไก่เป็นสัตว์พื้นเมืองอยู่คู่คนไทยมาช้านาน คนไทยกับไก่จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว เห็นได้จากในหมู่บ้านตามต่างจังหวัด หลายบ้านเลือกที่จะเลี้ยงไก่ เป้าหมายการเลี้ยงอาจต่างกันเล็กน้อย บ้างเลี้ยงไว้ขาย เพื่อสร้างรายได้ บ้างเลี้ยงไว้เพื่อการแข่งขันและเกมกีฬา คุณสุรพงศ์ มณีวรรณ หรือ คุณเอ๋ ตัวอย่างเกษตรกรไทยรุ่นใหม่ วัย 34 ปี เจ้าของธามเมอร์ฟาร์ม ฟาร์มไก่ประดู่หางดำ มีพื้นที่ทั้งหมด 2 งาน เปิดมาได้ 7 เดือน ตั้งอยู่ที่ อำเภอเวียงเชียงรุ้ง จังหวัดเชียงราย ก่อนจะเป็นธามเมอร์ฟาร์ม คุณเอ๋คลุกคลีอยู่ในวงการอาหารสัตว์มาก่อน เพราะเคยทำงานในโรงงานอาหารสัตว์ จากนั้ออกมาเปิดบริษัทผลิตอาหารสัตว์ แต่ด้วยเศรษฐกิจที่ซบเซาในช่วงนั้น ส่งผลให้บริษัทต้องปิดตัวลง “ผมเริ่มสำรวจจากสิ่งใกล้ตัวว่าพอจะมีอะไรที่สามารถต่อยอดเป็นอาชีพได้บ้าง ซึ่งตัวผมเองมีความรู้ด้านอาหารสัตว์อยู่แล้ว ประจวบเหมาะกับทาง สกว. เข้ามาส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่เลี้ยงไก่ประดู่หางดำด้วย เห็นว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจ จึงเข้าร่วมโครงการ” ก่อนเข้าร่วมโครงการ คุณเอ๋ บอกว่า ตนเลี้ยงไก่ประดู่หา
อีกหนึ่งเรื่องราวชีวิตลูกจ้าง ที่ผันตัวเองออกมาทำอาชีพอิสระ สุจริต มีแนวโน้มว่าจะไปได้สวย รวมทั้ง พร้อมที่จะให้ผู้สนใจนำไอเดียดีๆ ไปต่อยอด คุณพงศกร พลบูรณ์ อายุ 27 ปี และภรรยา นางสาวนุชจรีภรณ์ ศรีสมบัติ อายุ 27 ปี ชาวบ้านเหมืองแพร่ อ.นาแห้ว จ.เลย คุณพงศกร หรือคุณกอล์ฟ เดิมเคยทำงานเป็นลูกจ้างกรมป่าไม้ ส่วนภรรยา คุณนุชจรีภรณ์ ทำงานที่ สวนป่านาปอ อ.นาแห้ว จ.เลย แต่เมื่อปี 2559 เขาทั้งคู่ ลาออกมาเลี้ยงไก่ !! ล่าสุด นอกจากมีขายอยู่ที่บ้านแล้ว ยังส่งขายที่ร้านประชารัฐในหมู่บ้าน รวมทั้งตลาดประชารัฐ ที่มีเจ้าหน้าที่มาชักชวนให้นำไปจำหน่ายด้วย โดยปรับราคาลงจากปกติเล็กน้อย เพื่อให้ชาวบ้านได้ซื้อไข่ไก่คุณภาพ สดๆใหม่ๆ ในราคาที่ถูกลง ซึ่งทั้งคุณกอล์ฟ และคุณนุชจรีภรณ์ ก็ดูเหมือนว่าจะมีความสุขกับการได้ทำอาชีพนี้ ที่นับเป็นอาชีพอิสระ ของตัวเอง ไม่ต้องอยู่ในกรอบของพนักงานออฟฟิศ เรามาดูว่า เขาทั้งคู่ เริ่มต้นอาชีพใหม่นี้ได้อย่างไร จากเดิมที่เขาทั้งคู่มีงานประจำ แต่มิได้หมายความว่า เขาปุบปับลาออก แล้วมาเริ่มนับหนึ่งใหม่กับอาชีพใหม่ หากแต่ เขาเริ่มเลี้ยงมาบ้างแล้วระหว่างที่ทำงานเป็นลูกจ้าง เริ่มต้นที่ 1
คุณฐิติกรณ์ ยาวิละ หรือคุณกรณ์ เจ้าของฟาร์มเลี้ยงไก่ โดยใช้พื้นที่หลังบ้าน วัย 30 ปี ซึ่งทำงานประจำเป็นช่างเทคนิค ปิโตเลียม อยู่แท่นผลิตก๊าซธรรมชาติ กลางทะเล และสโลแกน “กรณ์ เกษตรฟาร์ม เลี้ยงไก่สวยได้ไข่กิน ออร์แกนิกหลังบ้าน” บอกเล่าให้ฟังว่า “เรียนจบมาจากสถาบันการบินพลเรือน แผนกช่าง ทำงานอยู่สนามบินเป็นช่างเครื่องบินมาก่อนที่จะที่ได้เข้าไปทำงานเป็นช่างเทคนิค ปิโตเลียม (RMT Lead ฐานก๊าซธรรมชาติ เอราวัณ)“ คุณฐิติกรณ์ แชร์ประสบการณ์การเลี้ยงไก่สายพันธุ์แท้จากต่างประเทศ ตลอด 2 ปี และการทำโรงเรือนเลี้ยงไก่ ดังนี้ “ผมใช้พื้นที่ประมาณ 50 ตารางวา ซึ่งเป็นพื้นที่หลังบ้าน ซึ่งเป็นบ้านของพ่อแม่ อยู่ที่จังหวัดเชียงราย ในการเลี้ยง และอาศัยพื้นที่ห้องเก็บของ เป็นสถานที่เพาะไก่แรกแรกเกิด โดยในพื้นที่หลังบ้านนี้สามารถเลี้ยงได้ทั้งไก่และเป็ด การทำกรงเลี้ยงไก่พ่อแม่พันธุ์ ซึ่งต้องการพื้นที่มากหน่อย พื้นที่กรงประมาณ 2 คูณ 2 เมตร ทำไว้ 7-8 กรง ส่วนไก่ไซซ์เล็ก ก็จะเลี้ยงเป็นคอนโด ขนาดที่ทำก็ประมาณ 2 คูณ 4 เมตร ทำเป็นชั้นซ้อนกัน 1 ตารางเมตรต่อกรง จะได้ประมาณ 8 กรง” สำหรับการลงทุนครั้งแรกก็จะลงทุนสองส่วน คื
คุณฐิติกรณ์ ยาวิละ หรือคุณกรณ์ เจ้าของฟาร์มเลี้ยงไก่ โดยใช้พื้นที่หลังบ้าน วัย 30 ปี ซึ่งทำงานประจำเป็นช่างเทคนิค ปิโตเลียม อยู่แท่นผลิตก๊าซธรรมชาติ กลางทะเล เล่าให้ฟังว่า “เรียนจบมาจากสถาบันการบินพลเรือน แผนกช่าง ทำงานอยู่สนามบินเป็นช่างเครื่องบินมาก่อนที่จะที่ได้เข้าไปทำงานเป็นช่างเทคนิค ปิโตเลียม (RMT Lead ฐานก๊าซธรรมชาติ เอราวัณ) การเลี้ยงไก่เริ่มต้นเมื่อประมาณ 2 ปีก่อน ควบคู่ไปกับการทำงานประจำ ช่วงแรกเลี้ยงไก่ไข่ทั่วไป แค่ 30 ตัวเท่านั้น เพื่อเก็บไข่เอาไปขายเท่านั้น โดยพื้นที่เลี้ยงคือบ้านของพ่อแม่ที่เชียงราย พอช่วงที่ไก่ออกไข่ไปได้ประมาณ 6เดือน การออกไข่ก็จะเริ่มน้อยลง ในที่สุดก็คงหมดอายุการให้ไข่ ซึ่งก็ต้องเอาไปขาย เป็นไก่ปลดขายเนื้อ แต่ในความเป็นจริง ผมไม่ได้มีความรู้สึกว่าอยากขายเลยตัดสินใจขายต่อให้คนที่อยากเลี้ยงและเปลี่ยนมาเลี้ยงไก่สายพันธุ์แท้ เป็นไก่ไข่ที่ติดต่อขอสายพันธุ์กับกรมปศุสัตว์ เพื่อเพาะลูกไก่ขายเท่านั้น ลงทุนรอบแรกไปหมื่นกว่าบาท พอเพาะแล้วได้ลูกไก่ ประมาณ 3-4 เดือนก็ขายลูกไก่ ได้กำไรนะ แต่ก็ยังรู้สึกไม่คุ้มเท่าไหร่” จึงคิดว่าจะลองเลี้ยงไก่สายพันธุ์แท้จากต่างประเท
