เส้นทางเศรษฐีออนไลน์
พนักงานกว่า 1,200 คน รวมตัวหน้าบริษัทดัง เมืองปราจีนฯ ประท้วงเรียกร้อง โบนัส ประจำปี ระบุต้องรู้ผลภายในวันนี้ ด้าน ตำรวจ-ทหาร คุมเข้มหวั่นเกิดเหตุรุนแรง โบนัส / เมื่อวันที่ 20 พ.ย. พล.ต.ต.นราเดช กลมทุกสิ่ง ผบก.ภ.จว.ปราจีนบุรี พร้อมด้วย พ.อ.วินัย บุตรรักษ์ รอง กอ.รมน.ปราจนบุรี นำกำลังตำรวจ และทหาร เข้าดูแลความเรียบร้อย เนื่องจากพนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง ในต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ซึ่งเป็นบริษัทอุปกรณ์อิเลคทรอนิสค์ อะไหล่รถยนต์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ กว่า 1,200 คน ได้รวมตัวกันประท้วงที่หน้าโรงงานเพื่อทวงถามทางบริษัทเรื่องโบนัสประจำปี แต่ทางผู้บริหารไม่แจ้งให้ทราบเหมือนทุกปี จึงได้รวมตัวกันประท้วงทวงถามผู้บริหารในวันนี้ โดยก่อนหน้านี้ได้ทวงถามถึงเรื่องปิดป้ายประกาศโบนัสให้พนักงานทราบ 1-2 ครั้ง แต่ไม่มีท่าทีจะประกาศให้พนักงานทราบ พนักงานเกรงว่าจะผ่านกำหนดเวลาที่แจ้งไว้เช่นทุกๆปี จึงได้รวมตัวกันประท้วงและรอฟังคำตอบที่ชัดเจน โดยทางพนักงานไม่ได้เรียกร้องเกินความเป็นจริงเลย ทำตามสิทธิที่พนักงานควรจะได้รับสิทธิของแต่ละคน ปีนี้ขอแค่ 1.5+2,000 บาทเท่านั้น ในการทวงถามแต่ละครั้งมีท่าทีนิ่งเฉย
ปัจจุบันนี้ คนยุคใหม่มีความสนใจในการทำธุรกิจ และต้องการเป็นเจ้าของธุรกิจอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนั้น วันนี้เส้นทางเศรษฐีจึงมีเทคนิคดีๆ จาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดวงใจ หล่อธนวณิชย์ อาจารย์ประจำคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดร.ดวงใจ บอกว่า คนยุคนี้ถ้าจะเริ่มต้นทำธุรกิจจะทำอย่างไรนั้น มีเรื่องที่ต้องคำนึงถึง 4 ข้อคือ 1.ต้องรู้จักสินค้า ลักษณะเด่น จุดแข็งของสินค้าที่จะสามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้คืออะไร ต้องชัดเจน 2.การรู้จักกลุ่มเป้าหมาย ว่าเราต้องการขายสินค้าไปให้ใคร รสนิยมของกลุ่มนี้เป็นอย่างไร 3.สินค้าที่เรามี จะเข้าถึงกลุ่มลูกค้า กลุ่มนั้นได้อย่างไร 4.คนกลุ่มนี้รับสื่อ รูปแบบไหน เราชอบการรับสารแบบใด เมื่อตอบ 4 ข้อข้างต้นนี้ได้ คำแนะนำต่อมาสำหรับคนรุ่นใหม่ที่อยากทำธุรกิจ เป็นการเตรียมตัวให้กับตัวเอง ดร.ดวงใจ บอกว่า ง่ายๆ เลย คือ 1.เริ่มต้นทำจากสิ่งที่ชอบ เพราะสิ่งที่ชอบจะทำให้เกิดความอยากทำและรักที่จะได้ทำสิ่งนั้น และเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ต้องดูว่าความชอบของเราคืออะไร ถนัดแบบไหน ต้องถามตัวเองและตอบตัวเองให้ได้ 2.ค้นคว้า ใส่ใจอย่างที่สุด ทำให้สุดๆ อย่าครึ่งๆ กลางๆ ค้นคว้าก็ต
แปรปรวนสุดๆ ทั้งฝนทั้งหนาว กรมอุตุฯ เผยสุดสัปดาห์นี้ เหนือ-อีสาน ฝนฟ้าคะนอง-อุณหภูมิลดฮวบ ภาคใต้ฝนถล่มยาวๆ ระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย คนกรุงเตรียมเฮปลายสัปดาห์นี้อุณหภูมิลดด้วย กรมอุตุฯ / เมื่อวันที่ 20 พ.ย. กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย ส่วนบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามัน มีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังจนถึงวันที่ 22 พ.ย. 61 สำหรับบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกมีปริมาณฝนลดลง อนึ่ง ในช่วงวันที่ 22-25 พ.ย. บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ จะทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลงกับมีลมแรง โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนืออุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพฯและปริมณฑลอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมบริเวณอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนตก
ดวงประจำวันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน 2561 ราศีใดมีญาตินำลาภมาให้ ราศีใดรายได้การเงินดีกว่าเก่า ดวงใครดวงมัน หมอทรัพย์สวนพลู (ไม่ได้รับทำนายเป็นส่วนตัวครับ) ราศีเมษ 13 เม.ย.ถึง 14 พ.ค. ท่านจะพบว่าผู้อื่นเข้ามายุ่งเกี่ยวกับกิจการงานของท่าน ดวงจันทร์ย้ายเข้าราศีเมษ 15.16 น. ไม่ควรริเริ่มทำกิจการใดๆ ในวันนี้ การรับผู้ช่วยทำงานบ้านได้ผลดี มีผู้นินทาใส่ร้ายท่านอย่างไร้สาระ ราศีพฤษภ 15 พ.ค. ถึง 14 มิ.ย. ท่านมีเกณฑ์ที่จะต้องเดินทางไกล ซึ่งไม่เป็นผลดีอะไรใดๆ ทั้งสิ้น พยายามไม่ไปไหนได้ก็จะเป็นการดี การเงินรายได้พอสมควร ไม่ควรเข้าไปเที่ยวเล่นในแหล่งเสื่อมโทรมต่างๆ ราศีมิถุน 15 มิ.ย.ถึง 15 ก.ค. ท่านไม่เหมาะที่จะลงทุนอะไรใดๆ ทั้งสิ้น ได้รับความเมตตากรุณาจากผู้ใหญ่เป็นอย่างดี ได้รับเชิญเลี้ยงอาหารอย่างสนุกสนาน อาจได้รับเชิญไปงานแล้วไปผิดงาน ผู้มีไมตรีจิตไปมาหาสู่ ราศีกรกฎ 16 ก.ค.ถึง 16 ส.ค. ท่านโชคดีอย่างเหลือเชื่อ ได้รับเงินสดก้อนใหญ่เป็นลาภลอย ญาติมิตรไปมาหาสู่คับคั่ง ได้สิ่งของสวยงามมีราคาเข้าบ้าน บริวารทำกิจการงานเป็นสง่าราศีแก่ท่าน ราศีสิงห์ 17 ส.ค.ถึง 16 ก.ย. ท่านได้รับความรำคาญใจจากสิ่งรบกวนเล็ก
“เครดิตบูโร” ปรับโฉมบริการ ทันสมัย โปร่งใส สะดวก รวดเร็วกว่าเดิม บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) ปรับโฉมศูนย์ตรวจเครดิตบูโร ภายในสถานี BTS ศาลาแดง มุ่งให้ภาพลักษณ์การบริการที่ทันสมัย โปร่งใส พร้อมอำนวยความสะดวกให้บริการที่รวดเร็วกว่าเดิม ในเขตศูนย์กลางย่านธุรกิจและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของสังคมเมืองในปัจจุบัน ทุกวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 09.00 – 18.00 น. คุณสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ เครดิตบูโร เปิดเผยว่า ” เครดิตบูโรได้ปรับโฉม “ศูนย์ตรวจเครดิตบูโร” ภายในสถานี BTS ศาลาแดง เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกการให้บริการตรวจเครดิตบูโร ให้เจ้าของข้อมูลเข้าถึงรายงานข้อมูลเครดิตได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น โดยคำนึงการออกแบบให้เอื้อต่อการเข้ารับบริการ โดยแบ่งพื้นที่อย่างเป็นสัดส่วน เพิ่มความสะดวกสบาย และให้บริการที่รวดเร็วกว่าเดิม และสามารถรอรับรายงานได้ทันที ซึ่งในบริเวณสีลม นี้ นับว่าเป็นศูนย์กลางย่านธุรกิจ การเดินทางและรวมไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของสังคมเมืองในปัจจุบัน เปิดให้บริการทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 9.00 – 18.00 น. เพียงแค่ใช้บัตรประชาชนข
ขึ้นค่าโดยสาร – ขึ้นต่อไม่รอแล้ว! ชาวกรุงกระอัก รมว.คมนาคม ไฟเขียวพิจารณาขึ้นค่าโดยสารรถเมล์ร่วม เตรียมเคาะราคาที่เหมาะ หากผ่านปีใหม่นี้ขึ้นเลย ขึ้นค่าโดยสาร – เมื่อวันที่ 19 พ.ย. นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เผยหลังเป็นประธานในการหารือร่วมกับ นายวิทยา เปรมจิตร์ นายกสมาคมพัฒนารถร่วมเอกชน (รถเมล์ร่วม ขสมก.) และ นางภัทรวดี กล่อมจรูญ นายกสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทาง และตัวแทนผู้ประกอบการรถร่วมกว่า 200 คน ที่มายื่นหนังสือเรียกร้องให้กระทรวงคมนาคมปรับขึ้นค่าโดยสาร ที่ประชุมพิจารณาข้อเสนอของสมาคมทั้ง 3 ข้อ ดังนี้ 1. ปรับค่าโดยสารรถเมล์ร้อน จาก 9 บาท เป็น 12 บาทตลอดสาย 2. ปรับค่าโดยสารรถเมล์ปรับอากาศ จาก 13 บาท เป็น 15 บาท พร้อมเพิ่มระยะทางละ 2 บาท รถเมล์ใหม่ที่จะเข้าโครงการปฏิรูป ให้จัดเก็บค่าโดยสารเริ่มต้น 20 บาท ใน 4 ก.ม.แรก และระยะต่อไป เก็บ 25 บาท โดยที่ประชุมรับข้อเสนอทั้ง 3 ไว้พิจารณา เพราะเห็นว่ารถร่วมมีภาระต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น ทั้งในส่วนของราคาเชื้อเพลิง โดยเฉพาะในเดือน พ.ค. 2562 มาตรการอุดหนุนราคาก๊าซเอ็นจีวี บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) จะหมดอายุลง รวมทั้งค่าซ่อมและค่าแรงงานในร
สภาพัฒน์หั่นจีดีพีทั้งปีเหลือ 4.2% หลังตัวเลขไตรมาส 3/2561 ไม่สดใสโตต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ รับผลกระทบจากมาตรการกีดกันการค้าโลก ยอมรับส่งออกชะลอตัวเหลือ 7.2% จากเดิม 10% ด้านแบงก์ชาติยังเชื่อไตรมาส 4 จะดีกว่า หั่นจีดีพีทั้งปีเหลือ 4.2% – นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ สภาพัฒน์ เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3/2561 ขยายตัว 3.3% ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ และชะลอลงจากไตรมาสก่อนหน้าที่ขยายตัวถึง 4.6% เป็นไปตามอุปสงค์ภาคต่างประเทศ ขณะที่อุปสงค์ในประเทศปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง โดย สศช. ได้ปรับประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของไทยปี 2561 ที่ 4.2% ในช่วงคาดการณ์ 4.2-4.7% จากเดิม 4.5% ในช่วงคาดการณ์ 4.2-4.7% เนื่องจากคาดว่าการส่งออกทั้งปีจะขยายตัวลดลงเหลือ 7.2% จากเดิม 10% ส่วนการนำเข้าคาดว่าอยู่ที่ 16.2% จากเดิม 15.4% ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยไตรมาส 3 ชะลอตัวลงจากไตรมาส 2 ตามการชะลอตัวของอุปสงค์ภาคต่างประเทศ ในขณะที่อุปสงค์ในประเทศปรับตัวดีขึ้น ส่วนด้านการใช้จ่ายมีปัจจัยสนับสนุนจากการเร่งตัวขึ้นของการบริโภคและการลงทุนภาคเอก
ดวงสัปดาห์นี้ 19-25 พ.ย. ราศีใดจะเสียเงิน-เจ็บตัวได้ง่าย ราศีไหนจะล้มป่วย บอกได้ใครมีเฮ สุขภาพ การเงิน ความรัก : ความน่าจะเป็นในรอบสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 19-25 พฤศจิกายน 2561 โดยเสฏฐวุฒิ ลัคนา (ลั) ราศีเมษ ในรอบสัปดาห์นี้จะเคร่งเครียดกับเรื่องวุ่นๆ ภายในครอบครัว ความสัมพันธ์ทางใจก็จะลดลงไปด้วย ท่านจะใช้ชีวิตรวดเร็ว คึกคักและมั่นใจ ไม่มีอะไรยากเกินไปสำหรับท่าน เว้นแต่งานที่ต้องใช้กำลังกายหนักๆ เท่านั้น ท่านจะทำงานสาธารณประโยชน์โดยไม่หวังชื่อเสียง รายได้ท่านไม่ค่อยดี ที่ฝันจะใช้หนี้ให้หมดคงเป็นไปได้ยาก เรื่องรักท่านต้องเอาใจเพศตรงข้ามให้มากขึ้นอีกหน่อย ถ้าจะหวังพึ่งเรื่องเสี่ยงโชคก็มีโอกาส ลัคนา (ลั) ราศีพฤษภ ในรอบสัปดาห์นี้ท่านจะเริ่มต้นเคลื่อนไหวไปในทางที่ตื่นตัว หรือกระตือรือร้นมากขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ที่ว่างงานอยู่ก็จะได้งานใหม่ที่ยั่งยืน เรื่องงานจะตัดสินใจอย่างวู่วามได้ยาก เหตุการณ์จะผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว ยังไม่ควรทำตัวใกล้ชิดกับผู้ใหญ่ หรือร่วมเดินทางไปไหนมาไหนกับผู้บังคับบัญชา ถ้าไม่ออกนอกบ้านบ่อยนักก็ให้ระมัดระวังอารมณ์ จะมีรายจ่ายที่เป็นปัญหาเกี่ยวกับบุตรหลานอย่างมาก ระวังอารมณ์เร่
ม็อบรถเมล์ร่วมฯ จี้ คมนาคม ขอขึ้นค่าโดยสาร ลั่นทำตกงานแล้ว 4 พันคน! ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 9.30 น. นายวิทยา เปรมจิตร์ นายกสมาคมพัฒนารถร่วมเอกชน (รถเมล์ร่วม ขสมก.) และนางภัทรวดี กล่อมจรูญ นายกสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทาง (สมาคมรถร่วมฯ) ได้นำตัวแทนผู้ประกอบการรถร่วมกว่า 200 คนได้เดินทางมาที่กระทรวงคมนาคม เพื่อยื่นหนังสือขอให้ปรับอัตราค่าโดยสารรถธรรมดา (รถร้อน) 3 บาท จาก 9 บาทต่อเที่ยว เป็น 12 บาทต่อเที่ยว, รถปรับอากาศ (รถแอร์) ขอปรับเพิ่มระยะทางละ 2 บาท หรือราคาเริ่มต้นจาก 13 บาท เป็น 15 บาท ส่วนรถปรับอากาศใหม่ ที่เข้าสู่การปฏิรูปขอให้จัดเก็บอัตราค่าโดยสารเริ่มต้นจาก 20 บาท ใน 4 กิโลเมตรแรกและระยะต่อไปให้จัดเก็บ 25 บาท มีเพียง 2 ระยะเท่านั้น เพื่อให้สอดคล้องกับการติดตั้งระบบอีทิกเก็ต โดยให้รัฐบาลพิจารณาข้อเสนอภายใน 15 วัน อ่านข่าว : ไม่ทนแล้ว! รถเมล์ 4 พันคัน ประกาศหยุดวิ่ง รอมา 4 ปีแล้ว รัฐไม่รักษาสัญญา นางภัทรวดี กล่าวว่า ผู้ประกอบการได้ขอปรับราคามาตั้งแต่ปี 58 แล้วแต่ยังไม่ได้รับการพิจารณาอนุมัติ หากเป็นนักเรียนก็เรียนจบปริญญาเอกแล้ว ทำให้ผู้ประกอบการต้องแบกภาระขาดทุนเพราะ
เกษตรกรสวนยาง ต.เขาไพร อ.รัษฎา จ.ตรัง รวมตัวเลี้ยงต่อหัวเสือเพื่อขายหลังราคายางตกต่ำ เผยราคาดี 700 บาท/กก. สร้างรายได้กว่า 40,000 บาทต่อการเก็บ 1 ครั้ง นายณรงค์ ก่อสกุล เกษตรกรผู้เลี้ยงต่อหัวเสือจังหวัดตรัง เปิดเผยว่า ขณะนี้เกษตรกรผู้ปลูกยางพาราในพื้นที่จังหวัดตรังได้เริ่มหันมาเลี้ยงตัวอ่อนต่อหัวเสือกันมากขึ้น หลังจากที่ราคายางพาราตกต่ำมาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่การบริโภคตัวอ่อนต่อหัวเสือกำลังได้รับความนิยม สามารถขายได้กก.ละ 700 บาท โดยใน 1 รังต่อหัวเสือจะมีปริมาณตัวอ่อนที่พร้อมนำไปจำหน่ายราว 2-3 กก. หรือบางครั้งมีปริมาณมากที่สุดถึง 5 กก. โดยจะเลือกเก็บเฉพาะตัวอ่อนที่มีอายุ 3-4 เดือน และเว้นช่วง 3 สัปดาห์ หรือ 1 เดือน/ครั้ง ในส่วนของตนเองนั้นสามารถสร้างรายได้จากต่อหัวเสือได้ประมาณ 40,000-50,000 บาท จากการเก็บตัวอ่อน 1 ครั้งในส่วนของการจัดจำหน่ายนั้น นอกจากจะจำหน่ายในพื้นที่จังหวัดตรังเองแล้ว ยังส่งไปขายยังจังหวัดอื่นๆ เช่น จังหวัดนครศรีธรรมราช และกรุงเทพฯ อีกด้วย โดยตัวอ่อนต่อหัวเสือนั้นสามารถนำไปทำอาหารรับประทานได้สารพัดเมนู เช่น ต่อคั่วเกลือ ผัดกะทิ เป็นต้น นายณรงค์ กล่าวต่อว่า เริ่มแรกท
