เส้นทางเศรษฐีออนไลน์
YDM ผนึก IGAWORKS ยูนิคอร์นเกาหลีเขย่าวงการ MarTech ไทย เปิดตัว “DFinery” วิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค ดึง AI ปั้นยอดขาย ประหยัดงบโฆษณา นายธนพล ทรัพย์สมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายดีเอ็ม (ไทยแลนด์) จำกัด เผยความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ IGAWORKS บริษัทสตาร์ตอัประดับยูนิคอร์นของประเทศเกาหลีใต้ เปิดตัว “DFinery” แพลตฟอร์มข้อมูลลูกค้า หรือ Customer Data Platform (CDP) เทคโนโลยีด้านการตลาด หรือ MarTech อันดับหนึ่งในประเทศเกาหลีใต้ ที่ให้บริการแบรนด์ชั้นนำระดับโลกมาแล้วกว่า 700 ราย อาทิ แบรนด์ Samsung Starbucks SK Telelcom โดยได้นำเข้ามาให้บริการในประเทศไทยแล้ว ตามโรดแมปของ YDM ในการมุ่งขยายระบบนิเวศการตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและเทคโนโลยีในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกตามที่ตั้งไว้ โดย YDM จะทำหน้าที่ให้คำแนะนำกับลูกค้าที่ต้องการนำเทคโนโลยี CDP มาประยุกต์ใช้กับการทำการตลาด รวมถึงนำเอาทีมกลยุทธ์ ทีมดาต้า และทีมครีเอทีฟ ลงมาผลักดันงานการตลาดให้เกิดการใช้งานจริง เพื่อสนับสนุนให้นักการตลาดและแบรนด์ในประเทศไทยได้ทำการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม่นยำ นำมาซึ่งยอดขายที่วัดผลได้ เพื่อฟื้นตัวและคว้าโ
หน้าใครพัง หลังสงกรานต์ นี่เลย สูตร ฟื้นฟูผิวสวยใส ด้วยสมุนไพรใกล้ตัว หลังเทศกาลสงกรานต์ เชื่อว่าหลายคนจะมีปัญหาเรื่องผิวตามมา จนต้องรีบฟื้นฟูผิวกันอย่างเร่งด่วน ด้วยอุณหภูมิบ้านเราที่สูง และรังสียูวีล้วนทำร้ายผิวเราให้คล้ำขึ้น บางรายเกิดอาการผิวไหม้แดด หรือแม้แต่อาการระคายเคือง ที่ได้รับนอกเหนือจากแสงแดด เช่น ฝุ่น แป้ง และน้ำ ซึ่งหากสะสมไว้อาจทำให้ดูแลยากขึ้นได้ ภญ.อาสาฬา เชาวน์เจริญ เภสัชกรชำนาญการศูนย์หลักฐานเชิงประจักษ์ ด้านการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า ขอแนะนำ สูตรสมุนไพร เพื่อฟื้นฟูผิวให้ใสหลังสงกรานต์ เนื่องจากช่วงเทศกาลสงกรานต์ หลายคนมีกิจกรรมกลางแจ้งทำให้ผิวได้รับผลกระทบจากรังสียูวี แม้จะทาครีมกันแดดแล้วแต่ก็อาจจะไม่ได้ป้องกันได้ทั้งวัน ทำให้เกิดอาการระคายเคือง ผิวไหม้แดด เป็นรอยแดง หลังโดนแดดจัดเกิน 15 นาที หรือหากเป็นมากอาจเกิดอาการผิวลอก เกิดตุ่มใส หรือแสบร้อนบริเวณผิวได้ การดูแลเบื้องต้นสำหรับผิวไหม้แดดที่มีอาการแสบร้อน ให้ใช้สมุนไพรที่มีฤทธิ์เย็นประคบได้ เช่น วุ้นจากว่านหางจระเข้ หรือ น้ำเย็นประคบ หลีกเลี่ยงการใช้น้ำเย็นจั
ไทยประกันชีวิต Read For Life ส่งมอบความรู้สู่ชุมชน ปีที่ 2 คัดหนังสือเด็ด จาก สนพ.มติชน ส่งมอบชุมชน ยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2566 ที่อาคารสำนักงาน บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ได้มีพิธีส่งมอบหนังสือ แก่โครงการ “ไทยประกันชีวิต Read For Life ส่งมอบความรู้สู่ชุมชน” ปี 2566 เพื่อนำไปมอบให้แก่ชุมชนในพื้นที่ใกล้เคียงสาขา 60 แห่งทั่วประเทศ โดยมี นางสาวปานบัว บุนปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) และ คณะทีมผู้บริหาร ประกอบด้วย นายสุริวงค์ เอื้อปฏิภาน รองกรรมการผู้จัดการระบบสื่อออนไลน์ และ บรรณาธิการ นสพ.ข่าวสด นางสาวสุดารัตน์ วันเพ็ญ รองกรรมการผู้จัดการสายการตลาดและโฆษณา นายศรวิษฐ์ บุญเกื้อ ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายโฆษณา นายจำลอง ดอกปิก บรรณาธิการ นสพ.มติชน นางสาวดิษนีย์ นาคเจริญ บรรณาธิการ นสพ.ประชาชาติธุรกิจ นายสุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร บรรณาธิการ นิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ นายชลิต กิติญาณทรัพย์ ประธานที่ปรึกษาและรักษาการกรรมการผู้จัดการ บริษัท งานดี จำกัด ได้ร่วมส่งมอบหนังสือเล่ม (Pocket Book) และนิตยสาร ซึ่งจัดซื้อเป็นมูลค่ารวม 800,000 บาท ให้ นายไชย ไชยวรรณ กรรมการและประธ
อดีตวิศวกร ผันตัวทำฟาร์มเห็ด ต่อยอดผลิต สแน็กเห็ด หักทุนแล้ว กำไรหลักแสน จากอดีตวิศวกร ผันตัวมาทำฟาร์มเห็ด ก่อนจะแตกไลน์มาเป็นโรงงานเห็ดแปรรูป สร้างแบรนด์ สแน็กเห็ด The Mushroom House วางขายบนห้างสรรพสินค้าชั้นนำ เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่รักสุขภาพ สร้างรายได้กว่าหลักล้านบาท หักทุนหักอะไรแล้วกำไรเหลือๆ กว่าหลักแสน ถือว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง สำหรับ คุณวรเศรษฐ์ เกิดทะเลไพศาลกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ปักธงชัยฟู้ดโพรเซส จำกัด เจ้าของฟาร์มเห็ดผลิตภัณฑ์แปรรูปเห็ด ภายใต้แบรนด์ The Mushroom House และผลิตภัณฑ์แปรรูปสมุนไพร เขาเล่าให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า หลังจากที่ตนเองและภรรยาได้ลาออกจากการทำงานประจำ ซึ่งเดิมตนเองเป็นวิศวกร และภรรยาทำงานด้านบริหาร บริษัทแห่งหนึ่ง “ตอนลาออกจากงานมาก็มาทำฟาร์มเพาะเห็ด บนพื้นที่ 2 ไร่ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา เพราะตอนนั้นเห็นว่า ตลาดเห็ดบ้านเรา คนมีความต้องการสูง ทั้งยังมีเทรนด์สุขภาพที่คนรุ่นใหม่หันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น เลยเลือกมาทำฟาร์มเห็ด โดยเห็ดที่เพาะที่ฟาร์ม ประกอบไปด้วยเห็ดนางฟ้าภูฏาน เห็ดนางรมฮังการี และเห็ดโคนญี่ปุ่น ผลผลิตที่ได้
ทีเอ็มบีธนชาต ขานรับนโยบายดอกเบี้ยขาขึ้น ประกาศปรับดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกู้ พร้อมสนับสนุนการออม ขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากประจำพิเศษสูงสุด 0.60% ย้ำดูแลลูกค้าทุกกลุ่มต่อเนื่อง ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกู้ตามทิศทางดอกเบี้ยนโยบาย เพื่อสอดรับกับแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ย้ำดูแลลูกค้าสินเชื่อทุกกลุ่มอย่างทั่วถึง พร้อมสนับสนุนการออมและเพิ่มสภาพคล่องให้ลูกค้า ขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากบัญชีเงินฝากประจำพิเศษสูงสุด 0.60% ต่อปี นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี เปิดเผยว่า จากกรณีที่การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2566 มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% จาก 1.50% ต่อปี เป็น 1.75% ต่อปี เพื่อให้สอดรับกับอัตราดอกเบี้ยนโยบายดังกล่าว ทีเอ็มบีธนชาตได้พิจารณาปรับดอกเบี้ยทั้งเงินฝากและเงินกู้ โดยธนาคารได้ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนการออมเงิน เพื่อให้ลูกค้ามีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น จึงได้มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ ดังนี้ สำหรับลูกค้าบุคคลทั่วไป บัญชีเงินฝากป
ตลาดไท จัดอบรม “คัดทุเรียนแบบเซียน ทำกำไรได้งาม” ให้กับพ่อค้าแม่ค้า สร้างมาตรฐานทุเรียนคุณภาพออกสู่ตลาด ตลาดไท ตลาดค้าส่งสินค้าเกษตรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ จัดกิจกรรมอบรม “คัดทุเรียนแบบเซียน ทำกำไรได้งาม” ให้แก่ผู้ประกอบการ ตลอดจนพ่อค้าแม่ค้าที่มีความสนใจค้าขายทุเรียน โดยมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญร่วมบรรยายทั้งภาคทฤษฎีและลงมือปฏิบัติ เจาะลึกตั้งแต่เทคนิคการคัด ตัด และปอกทุเรียนเพื่อสร้างอาชีพ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ร่วมกิจกรรมกว่า 120 คน ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกทุเรียนรายใหญ่ทั้งด้านปริมาณและมูลค่าในอันดับ 1 ของโลก โดยปี 2564 ทุเรียนไทย มีมูลค่าส่งออกสูงถึง 3.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ มีอัตราการขยายตัวของการส่งออกสูงถึง 68% ในปีนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประกาศนโยบายให้เป็นปีทุเรียนไทยคุณภาพ มีการบูรณาการจากหน่วยงานหลายภาคส่วนในการรณรงค์ ควบคุม ป้องกันทุเรียนอ่อนและทุเรียนด้อยคุณภาพเข้าสู่ตลาด โดยสร้างมาตรฐานให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องตลอด Supply Chain ด้วยมาตรการตรวจก่อนตัด กำหนดเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งในเนื้อทุเรียน เมื่อผนวกรวมกับการประกาศวันเก็บเกี่ยวทุเรียนภาคตะวันออกประจำปี
ขนลุกหน้าร้อน! ค่าไฟบ้าน งวด พ.ค.-ส.ค. ปรับเป็น 4.77 บาท/หน่วย ภาคธุรกิจ-อุตสาหกรรม ปรับลดลง วันที่ 18 เมษายน 2566 เว็บไซต์ ข่าวสดออนไลน์ รายงานว่า เว็บไซต์ สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) เผยว่า ในงวดเดือนพ.ค.-ส.ค. 2566 กกพ. มีมติเห็นชอบค่าเอฟทีเป็นอัตราเดียวกันสำหรับบ้านที่อยู่อาศัย และผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทอื่นๆ เท่ากับ 98.27 สตางค์ต่อหน่วย ทำให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยรวมอยู่ที่ 4.77 บาทต่อหน่วย ทั้งนี้ กกพ. ได้พิจารณาหนังสือยืนยันจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ถึงความเหมาะสมของอัตราค่าไฟฟ้า 4.77 บาทต่อหน่วย สำหรับ ค่าเอฟที งวด ม.ค.-เม.ย. 66 สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยอยู่ในระดับ 93.43 สตางค์ต่อหน่วย หรือเฉลี่ยรวมที่อัตรา 4.72 บาทต่อหน่วย ส่วนผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทอื่น (ได้แก่ ประเภทธุรกิจ อุตสาหกรรม บริการ) อยู่ที่ 154.92 สตางค์ต่อหน่วย หรือเฉลี่ยที่ 5.33 บาทต่อหน่วย โดยในงวดใหม่ (พ.ค.-ส.ค. 66) ที่เป็นอัตราเดียวทำให้ค่าไฟประเภทบ้านที่อยู่อาศัยปรับขึ้นเล็กน้อยเพียง 0.05 บาทต่อหน่วย ขณะที่ภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม ฯลฯ จะปรับลดลง 0.56 บาทต่อหน่วย
สร้างตัวจากติดลบ ก่อนเจอ เศรษฐกิจขาลง เจน 2 ไม่ท้อ เร่งปรับกลยุทธ์ ด้วยพลังแห่งการเป็นผู้ประกอบการของคนรุ่นพ่อ ที่เริ่มต้นจากการเป็นลูกจ้างโรงพิมพ์ ที่มีความฝันอยากเป็นเจ้าของธุรกิจ ก่อร่างสร้างตัวจากชีวิตติดลบ จนสามารถสร้างธุรกิจของตนเองได้สำเร็จ ถือเป็นความภาคภูมิใจของผู้บุกเบิกรุ่นพ่อที่ได้ประกาศความ “เป็นไท” จนเป็นที่มาของชื่อ บริษัท เอกราชอุตสาหกรรมกระดาษ จำกัด ผู้ออกแบบและผลิตกล่องกระดาษ ซึ่งในระยะเริ่มแรก จะเน้นกลุ่มลูกค้าผู้ส่งออกเฟอร์นิเจอร์ และกลุ่มผู้ส่งออกผลไม้ แต่เมื่อถึงช่วงสภาพเศรษฐกิจขาลง ฐานลูกค้ากลุ่มเฟอร์นิเจอร์เริ่มย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศอื่น ส่วนกลุ่มผู้ส่งออกผลไม้ก็มีข้อจำกัดเรื่องฤดูกาล ออร์เดอร์ที่เคยมีก็เริ่มหดหาย จึงเป็นโจทย์ท้าทาย ทำให้ คุณอัญญารัตน์ จริยาสมานฉันท์ ทายาทรุ่นที่ 2 รีบเข้ามาช่วยธุรกิจของครอบครัวเต็มตัวทันทีหลังเรียนจบ “เอกราชอุตสาหกรรมกระดาษ แก้เกมด้วยการปรับกลยุทธ์กระจายความเสี่ยงแทนที่จะโฟกัสเพียงตลาดใดตลาดหนึ่ง โดยศึกษาความต้องการของลูกค้า จนเล็งเห็น Pain Points ของลูกค้า ก่อนนำมาสร้างจุดเปลี่ยนของธุรกิจ” คุณอัญญารัตน์ บอกอย่างนั้น และว่า
อดีตครู ผันตัวเปิดบริษัท ถูกโกงเป็นล้าน สู้ใหม่ หันทำน้ำส้มเกล็ดหิมะขาย รายได้ไม่มาก แต่สุขใจ เรียกว่าล้มลุกคลุกคลานมาไม่น้อยทีเดียว สำหรับ คุณปู–ยุคลธร นิยุตรานนท์ เจ้าของกิจการ ร้านน้ำส้มสดเกล็ดหิมะ มายไอซ์ วัย 53 ปี คนนี้ ที่ก่อนหน้าที่จะมาทำ น้ำส้มเกล็ดหิมะ มายไอซ์ ขาย เธอเคยมีอาชีพรับราชการครู แต่เลือกลาออกมาหวังเป็นนายตัวเอง ทำบริษัทตรวจสอบโรงเรียนแต่ดันถูกโกงจนต้องปิดบริษัทไป “ก่อนที่จะมาทำน้ำส้มขาย เคยทำงานราชการครูมาก่อน ก่อนลาออกมาทำธุรกิจ เพราะช่วงที่ออกมา เราไปตรวจโรงเรียนและเปิดทำบริษัทตรวจโรงเรียน ต่อมาเพื่อนโกงไปเป็นล้าน เราได้แต่บังคับคดีได้เงินคืนปีละนิดหน่อย เลยเกิดความรู้สึกเบื่อค่ะ จึงทำการค้าแบบพอเพียง แต่ความใจดีของเรามั้ง ก็ยังมีโกงนะ” คุณปู ว่าอย่างนั้น นอกจากนั้น อดีตครูท่านนี้ ยังเล่าต่อว่า แรงบันดาลใจที่ลุกขึ้นมาสู้ต่อด้วยการทำ น้ำส้มเกล็ดหิมะ แบรนด์ มายไอซ์ ขายมาจากการที่คุณปู เป็นคนชอบชิมชอบลองทานอาหารเครื่องดื่มใหม่ๆ โดยเคยซื้อน้ำส้มเกล็ดหิมะ ที่มีขายทั่วไปมาลองทานแล้วพบว่า ผู้ผลิตไม่ได้ใช้ส้มสดมาคั้นเป็นน้ำส้ม รสชาติจึงไม่ถูกใจเลย ทำให้คุณปูเกิดความ
สตาร์ตอัป จีน คิดค้น “เครื่องจูบ” เสมือนจริง ขายดิบขายดี ออร์เดอร์เพียบ แม้วิกฤตโควิด-19 จะคลี่คลายแล้ว แต่ก็ทิ้งความทรงจำไว้มากมาย รวมถึงไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม “รอยเตอร์ส” หยิบยกกรณีของสตาร์ตอัปจีน “ซื่อเว่ยฝูเช่อ” ที่ปิ๊งไอเดียธุรกิจจากมาตรการกักตัวช่วงโควิดในการผลิตเครื่องจูบระยะไกล ที่ช่วยให้รู้สึกสมจริง กระชับความรักระยะไกลให้แนบแน่นขึ้น เครื่องจูบนี้จะส่งข้อมูลการจูบผ่านเซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว ที่ติดตั้งอยู่บริเวณริมฝีปากที่ทำจากซิลิโคน ซึ่งจะเคลื่อนไหวในเวลาเดียวกับที่ได้รับการจุมพิตจากอีกฝ่ายหนึ่ง อุปกรณ์นี้มีชื่อว่า “ม้วฟ” (MUA) ที่เลียนแบบมาจากเสียงจูบ โดยจะบันทึกและเล่นเสียงซ้ำ รวมถึงปรับระดับความอุ่นของริมฝีปากในระหว่างการจูบด้วย ช่วยเพิ่มความฟินระหว่างการจูบทิพย์ “ม้วฟ” มีลักษณะเหมือนแท่นวางมือถือที่มีริมฝีปากยื่นออกมาด้านหน้า ซึ่งคู่รักจะต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชันลงบนสมาร์ทโฟน พร้อมจับคู่กับเครื่องจูบที่เสียบเข้าช่องชาร์จแบต จากนั้นก็เปิดใช้งานผ่านแอป เมื่อคนหนึ่งจูบมา เครื่องก็จะจูบกลับ นอกจากนี้ ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดข้อมูลการจูบที่ผู้ใช้รายอื่น
