เส้นทางเศรษฐีออนไลน์
ดีเดย์! เปิดให้ลงทะเบียนแล้ว เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 5 ผู้ลงทะเบียนใหม่ ต้องทำอย่างไร เช็กขั้นตอนได้ที่นี่ เว็บไซต์ ข่าวสดออนไลน์ รายงานข่าว เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 5 ได้เปิดให้ประชาชนที่ประสงค์จะร่วมโครงการ ซึ่งยังไม่เคยร่วมโครงการในเฟสที่ 1-4 หรือผู้ร่วมโครงการรายใหม่ ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ โดยระบบจะเปิดตั้งแต่ 06.00-21.00 น. โดยโครงการ เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 5 ให้สิทธิแก่ประชาชนในการสนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยภาครัฐสนับสนุนค่าใช้จ่าย 2 ส่วน คือ 1. สนับสนุนค่าที่พัก 40% (ไม่เกิน 3,000 บาท/ห้อง/คืน) สูงสุด 5 ห้อง 2. คูปองอาหาร/ท่องเที่ยว (e-voucher) 600 บาท/วัน 3. กำหนดจำนวนสิทธิเข้าโรงแรม ที่พักจำนวนห้องพัก 560,000 สิทธิ/ห้อง 4. 1 คน สามารถใช้สิทธิได้สูงสุด 5 สิทธิ 5. จำนวนสิทธิในโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 5 นี้ จะไม่นับรวมกับสิทธิที่เคยได้รับในโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 4 โดยผู้ประสงค์ ลงทะเบียนใหม่ สามารถเช็กขั้นตอนการลงทะเบียนได้ ดังนี้ 1. ต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป 2. ลงทะเบียนร่วมโครงการที่เว็บไซต์ www.เราเที่ยวด้วยกัน.com 3. ทำได้ทั้งผู้ใช้สิทธิรายใหม่ และผู้ใช้สิทธิรายเดิมที่เค
ดีพร้อม จัดสัมมนา “พลิกวิกฤตเพิ่มยอดขายด้วยเครื่องหมาย Thailand Textiles Tag” กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM) กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกองพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ขอเชิญชวนผู้ประกอบการอุตสาหกรรมสิ่งทอ เครื่องนุ่งห่มและสินค้าแฟชั่นไลฟ์สไตล์ นักออกแบบ เจ้าของธุรกิจ เข้าร่วมสัมมนาฟรี “ดีพร้อมพลิกวิกฤตเพิ่มยอดขายด้วยเครื่องหมาย Thailand Textiles Tag” พร้อมเสิร์ฟองค์ความรู้ด้านมาตรฐาน เครื่องหมายคุณภาพฉลากผลิตภัณฑ์สิ่งทอไทย การวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาด การจัดการข้อมูล Data Marketing Framework รวมทั้งข้อมูลแนวโน้ม การตลาดในยุค Era และกิจกรรม Workshop เข้มข้น ภายใต้โครงการกิจกรรม ดีพร้อมพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์สิ่งทอเข้าสู่มาตรฐานอุตสาหกรรม (DIPROM Thailand Textiles Tag) วันจันทร์ที่ 20 มีนาคม 2566 ณ โรงแรมจัสมิน ซิตี้อโศก ห้องซากุระ – ลิลลี่ 2 ชั้น L สำหรับฉลากคุณภาพผลิตภัณฑ์สิ่งทอไทย หรือ Thailand Textiles Tag นั้น เป็นเครื่องหมายรับรองผลิตภัณฑ์สิ่งทอที่ผลิตในประเทศไทย (Made in Thailand) และได้รับการพัฒนาคุณภาพโดยผ่านการตรวจสอบตามหลักเกณฑ์มาตรฐานสากล เพื่อกระตุ้นผู้บริโภคให้เกิดความต้องการใช้ผลิตภัณฑ
เพื่อแม่ ย้อยหย่อย สู้ไม่ถอย กลายเป็นร้านน้ำแข็งไสสุดชิก คนแห่เช็กอิน ประสบการณ์ในแต่ละช่วงชีวิตมีผลอย่างมากต่อทัศนคติ ความรู้สึกนึกคิด และวิถีชีวิตของแต่ละคน เช่นเดียวกับ คุณออม-โชติกา ถิระกิตติกุล เจ้าของร้านน้ำแข็งไส “ย้อยหย่อย” ร้านเล็กๆ แต่คับด้วยคุณภาพ ที่รังสรรค์และพลิกโฉมเมนูน้ำแข็งไสธรรมดาๆ ให้กลายเป็นเมนูสุดว้าว จนเป็นร้านขนมที่ “ชิก” ที่สุดแห่งนครปฐม ณ เวลานี้ คุณออม เกิดมาในครอบครัวที่มีฐานะปานกลาง ค้าขายลอดช่อง ในวัยเด็กเธอใฝ่ฝันที่จะเป็นแอร์โฮสเตส ไม่เคยคิดจะค้าขายอาหารเหมือนแม่ อีกทั้งคุณพ่อ-คุณแม่ ก็ไม่ค่อยสนับสนุนให้ค้าขาย เพราะรู้ดีว่าเหนื่อยสาหัสแค่ไหน แต่ด้วยความที่คุณออม ชอบเข้าครัวเป็นทุนเดิม ทำให้เธอตรึกตรองอย่างถี่ถ้วน แล้วหันเหจากการเรียนด้านภาษา มาเรียนทางด้านการทำอาหาร จนจบปริญญาตรีจากสาขาการจัดการครัวและภัตตาคาร วิทยาลัยดุสิตธานี (ปัจจุบันคือ สาขาวิชาการจัดการครัวและศิลปะการประกอบอาหาร) เพราะการเรียนทำอาหารจะช่วยให้มีลู่ทางในการทำมาค้าขายและมีความเป็น “วิชาชีพ” ที่จับต้องได้มากกว่าการเรียนภาษา ระหว่างเรียน เธอได้มีโอกาสทำกิจกรรมมากมายถึงขั้นเป็นประธานชมรม จน
เด็ก 19 หยิบ น้ำพริกเผา สูตรคุณแม่ พัฒนาสูตรใหม่ ขาย หาเงินเรียนต่อ ด้านอาหารที่ฝรั่งเศส ฝันให้ไกล แล้วไปให้ถึง คงไม่เกินคำจำกัดความเรื่องราวของ คุณพีร์วาทิน อวิโรธนพงศ์ หนุ่มน้อยวัย 19 ปี เจ้าของแบรนด์ น้ำพริกเผาสุดยอด ผู้รักการทำอาหาร โดยเฉพาะอาหารฝรั่ง และฝันอยากไปเรียนด้านการทำอาหารตะวันตกโดยเฉพาะที่ประเทศฝรั่งเศส! น้องพีร์วาทิน เล่าให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า ตนเรียนสาธิตมศว. เอกอาหารและการโรงแรม ปัจจุบันศึกษาอยู่ปี 2 วิทยาลัยดุสิตธานี วิชาเอกการจัดการอาหาร เนื่องจากชื่นชอบในการทำอาหาร เพราะตั้งแต่จำความได้ ก็มักจะเข้าครัวไปช่วยคุณแม่หยิบจับอุปกรณ์ต่างๆ จึงเริ่มซึมซับการทำอาหารจากตรงนั้น จนเกิดเป็นความหลงใหลในการทำอาหารมาจนถึงปัจจุบัน “จุดเริ่มต้นของความหลงใหลในอาหารของเรามาจากคุณแม่ ที่ชอบทำอาหารต่างๆ ให้ทานอยู่เสมอ แต่คุณแม่จะชอบทำอาหารไทยเป็นส่วนใหญ่ ผมเลยรู้สึกว่า อยากจะส่งต่อความอร่อยของอาหารของแม่ และความสามารถในการทำอาหารที่มีไปให้ผู้อื่นบ้าง ประกอบกับที่รู้แล้วว่า ตัวเองชอบที่จะทำอาหารต่างๆ ผมเลยเลือกเรียนสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถนำความรู้ไปต่อยอดต่อไป
อดีตคนคุก ลุกขึ้นสู้ ผันตัวขาย มะม่วงน้ำปลาหวาน ยอดขายปีละ 1 ล้านบาท เพียง 5 ปี มีรถ-บ้าน-ที่ดิน เป็นของตัวเอง คนเราเมื่อ ทำผิด จะได้รับ โอกาส กี่ครั้ง? แล้วยิ่งทำผิดถึงขั้น เข้าห้องขัง แม้จะพ้นโทษออกมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ ก็คงไม่ได้รับ โอกาส อย่างแท้จริง จนผู้ที่พ้นโทษออกมาไม่น้อย เลือกเดินเข้าสู่เส้นทางเดิม ซึ่ง คุณเก่ง-เก่งกิจ โชคพงศ์พัชร์ วัย 41 ปี ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่ตั้งมั่นแน่วแน่ที่จะเริ่มชีวิตใหม่ และในวันที่ทำได้สำเร็จ เขามีทั้งบ้าน ทั้งรถ และที่ดิน ที่มาจากน้ำพักน้ำแรงจากการขาย มะม่วงน้ำปลาหวาน นั่นเอง! คุณเก่ง เล่าให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า ในอดีตตนเป็นคนทำงานไม่สะอาด มีประวัติการทำผิด จนเข้าๆ ออกๆ ห้องขังอยู่ 12 ปี จนวันหนึ่งคิดกลับตัว ตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าจะไม่เดินในเส้นทางเดิม เพราะคำว่า ครอบครัว “เกเรมาตั้งแต่สมัยวัยรุ่น ใช้เวลา 20 กว่าปี กว่าจะคิดได้ ไม่อยากเห็นคนที่เรารักเขาเหนื่อยกับเราไปมากกว่านี้ เลยปรับใหม่ อยู่ในนั้นก็ไม่ได้มีเงิน มีอาชีพอะไร แต่ก็ตั้งใจทำงาน จนพ้นโทษออกมา เข้าๆ ออกๆ ในนั้นมาครึ่งชีวิต พอออกมาก็เลยไม่มีอาชีพ แต่น้องสาวเขาขายมะม่วงน้ำป
นักประชาสัมพันธ์ ผุด เพ้นต์แก้วเซรามิก อาชีพเสริมจากความชอบ สร้างสุขให้ใจ สร้างรายได้เข้ากระเป๋า ลายเส้นสร้างสุข สีสันสร้างแรงบันดาลใจ งานอดิเรกจากการเพ้นต์แก้วเซรามิกที่ทำให้สาวสวยตลอดกาล คุณเหน่ง-ปิยะรัฐ เทศดนตรี ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาด้านประชาสัมพันธ์ โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) นักประชาสัมพันธ์ฝีมือเยี่ยม หัวใจพองโตขึ้นทันทีเมื่อจรดพู่กันวาดลวดลายลงบนชิ้นงาน คุณเหน่ง บอกว่า ทำงานประชาสัมพันธ์มากว่า 30 ปี งานอดิเรกเกี่ยวการเพ้นต์แก้วมาเริ่มตอนมีเวลามากขึ้น อายุเยอะขึ้น เริ่มรื้อฟื้นความสามารถด้านงานศิลปะในอดีตกลับมาอีกครั้ง งานศิลปะมีหลายแขนง แต่มาค้นพบว่าสิ่งที่รู้สึกว่าลงตัวกับตัวเองมากในตอนนี้คืองานเซรามิก เราคิดว่างานเซรามิกน่าสนใจ รู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่ได้วาดลวดลายลงบนงานเซรามิก และมีความท้าทายในการทำงานทุกชิ้น “รู้สึกหลงรักมันมาก อาจจะตรงกับนิสัยส่วนตัว เรียกว่าเป็นคนที่ไม่ชอบทำอะไรซ้ำๆ ชอบสิ่งที่ท้าทาย เซรามิกตอนเพ้นต์สีจะเป็นแบบหนึ่ง เผาออกมาก็อาจจะเป็นอีกแบบหนึ่งก็ได้ เรียกได้ว่ามีเรื่องให้เซอร์ไพรซ์ได้ทุกครั้ง มี
นิตยาไก่ย่าง เปลี่ยนสู่ รุ่นลูก ปั้นอาณาจักรอาหาร ให้มีครบทั้ง คาว-หวาน การันตี อร่อยเหมือนเดิม! หากพูดถึงร้านอาหารอีสานอร่อยๆ ที่มี ไก่ย่าง เป็นเมนูที่ใครก็ห้ามพลาดแล้วล่ะก็ เชื่อว่า นิตยาไก่ย่าง คงเป็นหนึ่งในชื่อร้านที่ผุดขึ้นมาในหัวของใครหลายคนเป็นชื่อแรกๆ เป็นแน่แท้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ พาไปคุยกับ คุณเบนซ์-ภเดช กันตจินดา กรรมการบริหาร ร้านนิตยาไก่ย่าง รุ่นที่ 2 ถึงที่มาที่ไปและการเข้ามารับช่วงบริหารร้าน โดยคุณเบนซ์ เล่าว่า แรกเริ่มเดิมที นิตยาไก่ย่าง เป็นร้านห้องแถวเล็กๆ ขนาดประมาณ 70 ตร.ว. ย่านถนนรัตนาธิเบศร์ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2543 โดยครอบครัวลักษณวิสิษฐ์ ครอบครัวคนไทยเชื้อสายจีน ที่มีใจรักในอาหารอีสาน “ตอนเปิดกิจการแล้ว ผลตอบรับจากลูกค้าก็เรียกว่าดีเลยครับ จากนั้นก็เป็นที่รู้จักมาเรื่อยๆ เพราะมีหม่อมถนัดศรี และ เชฟหมึกแดง ตามมาทานแล้วรีวิวให้ ทีนี้ลูกค้าก็ตามมาทานกันเยอะแยะเลยครับ จนต้องปิดร้าน เพื่อมาเปิดเป็นสแตนด์อโลน ที่พระนั่งเกล้า จากนั้นผมก็เข้ามาช่วยดูต่อ ก็เริ่มขยายสาขามาเรื่อยๆ จนปัจจุบันมีสาขากว่า 25 สาขา กระจายทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล และก็ปรับเปลี่ยนระบบใหม่ คิด
“เค.เอ็ม.พี.ไบโอเทค” สุดยอดนวัตกรรมโพรไบโอติกส์สายพันธุ์ไทย โดย สัตวแพทย์ไทย ส่งขายไกลต่างแดน SME D Bank ต่อยอดยกระดับธุรกิจแข่งขันบนเวทีโลก ย้อนกลับไปเมื่อกว่า 20 ปีที่แล้ว “โพรไบโอติกส์” (Probiotics) เป็นเรื่องใหม่มากสำหรับประเทศไทย ยิ่งเป็นผลิตภัณฑ์ฝีมือคนไทยด้วยแล้ว ยากจะเป็นที่รู้จักและยอมรับของตลาด ทว่า “เค.เอ็ม.พี.ไบโอเทค” กล้าบุกเบิก พัฒนาโพรไบโอติกส์ จุลินทรีย์สายพันธุ์ไทย จัดเต็มด้วยมาตรฐานระดับโลก และคุณภาพยอดเยี่ยม สามารถแจ้งเกิดเป็นรายแรกของประเทศ และยืนหยัดอยู่ในวงการมายาวนาน นายสัตวแพทย์ไพรัช ธิติศักดิ์ ประธานกรรมการ บริษัท เค.เอ็ม.พี.ไบโอเทค จำกัด บุกเบิกธุรกิจตั้งแต่ พ.ศ. 2543 จากเดิมเคยเป็นตัวแทนจำหน่ายโพรไบโอติกส์นำเข้าจากต่างประเทศ กระทั่งในเวลานั้น เกิดกระแสตื่นตัวของตลาดที่ต้องการให้ลดการใช้ยาปฏิชีวนะเร่งการเติบโตในอุตสาหกรรมปศุสัตว์ เพื่อป้องกันยาปฏิชีวนะตกค้างในเนื้อสัตว์ส่งออก ดังนั้น โพรไบโอติกส์ จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญใช้ทดแทนยาปฏิชีวนะในการเลี้ยงสัตว์ จากที่เห็นโอกาสในตลาดดังกล่าว ประกอบกับมีประสบการณ์พร้อม น.สพ.ไพรัช จับมือกับคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาว
How To เปลี่ยน กระเป๋าสตางค์มนุษย์ออฟฟิศ ให้มีเงินใช้ตลอดเดือน หลายๆ คน กลายเป็นมนุษย์เงินเดือนใหม่ๆ สามารถหาเงินใช้ได้เอง ทุกอย่างก็เหมือนจะดีไปหมด แต่การทำงานช่วงเริ่มต้น อาจพบปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ ทำให้หลายคนต้องใช้เงินแบบเดือนชนเดือน เว็บไซต์ ธนาคารกรุงศรี มีวิธีบริหารจัดการเงินที่ดี มีใช้ตลอดเดือน ดังนี้ ลด ละ เลิก ไลฟ์สไตล์ชีวิตหรู สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดปัญหาเงินเดือนไม่พอใช้ ส่วนใหญ่เริ่มจากตัวเอง หลายคนพอเงินเดือนเข้า ก็จะมีความคิดทันทีว่า วันนี้เราซื้ออะไรดี กินบุฟเฟต์ที่ไหนดีนะ หรือจะไปปาร์ตี้ให้ลืมที่ทำงานหนักมาทั้งเดือน ใช้เงินแบบเพลิดเพลินจนลืมคิดไปว่า แล้ววันอื่นๆ จะใช้อะไร ลองเปลี่ยนมาให้รางวัลตัวเองแบบนี้ จากทุกสัปดาห์ เปลี่ยนเป็นเดือนละ 1 ครั้ง ไลฟ์สไตล์ไหนที่ใช้เงินเยอะ คงต้องเปลี่ยน เพื่อให้เราสามารถจัดสรรเงินให้พอดี ใช้จ่ายได้ตลอดเดือนแบบไม่ลำบาก เงินเข้าปุ๊บ ต้องออมก่อนใช้ อย่างน้อย 10% สำหรับมนุษย์เงินเดือนหลายคน เงินเดือนเข้าเมื่อไหร่จะใช้ก่อนแล้วค่อยออมเงิน แต่พอกลางเดือน เงินที่มีก็เหลือน้อย จนไม่รู้จะเอาเงินที่ไหนออม ลองเปลี่ยนมาออมเงินทันที หลังเงินเดือน
รางจืด สมุนไพรทางเลือก มีดีกว่าลดน้ำตาล ตัวช่วยรับมือ ฝุ่น PM2.5 ปัญหาฝุ่น PM2.5 กลับมาสร้างความรำคาญใจให้เหล่าคนที่อาศัยในเมืองกันอีกแล้ว ซึ่งในฝุ่น PM2.5 มักพบธาตุทางเคมีที่เป็นโลหะหนักที่ก่อมะเร็งปะปนอยู่ ได้แก่ สารหนู ซีลีเนียม แคดเมียม โดยกลุ่มธาตุพวกนี้มักเกิดจากการเผาไหม้ของอุตสาหกรรมและยานพาหนะ นั่นเอง เพจ สมุนไพรอภัยภูเบศร เผยว่า มีงานวิจัยในหนูทดลองยืนยันว่า รางจืด สามารถปกป้องตับและไตจากแคดเมียม ซึ่งเป็นโลหะหนัก ที่พบได้ใน PM2.5 ได้ โดยงานวิจัยรายงานว่า สารสกัดรางจืดสามารถป้องกันความเป็นพิษต่อตับและไตจากแคดเมียมได้ รวมถึงลดพิษของตะกั่ว ซึ่งมีผลต่อความจำและการเรียนรู้ของหนู โดยรางจืดมีผลทำให้เซลล์ประสาทตายน้อยลง ด้วยกลไกการต้านออกซิเดชันโดยตัวของรางจืดเอง และการไปช่วยรักษาระดับเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการต้านอนุมูลอิสระ ในตำรายาไทยและตำรายาพื้นบ้าน มีการใช้รากและเถารางจืด กินเป็นยาแก้ร้อนใน กระหายน้ำ ใบและรากใช้ปรุงเป็นยาถอนพิษไข้ เป็นยาพอกบาดแผล น้ำร้อนลวก ไฟไหม้ ผดผื่นคัน เริม สุกใส ทำลายพิษยาฆ่าแมลง หรือยาเบื่อ พิษจากการดื่มสุรามากเกินไป นอกจากนี้ หมอยาพื้นบ้าน ยังมีการใช้รา
