เส้นทางเศรษฐีออนไลน์
คู่รักดารา ยุ้ย-ธันน์ เปิดชีวิต ไลฟ์สดขายของ พร้อมแชร์ทริก สร้างรายได้ 3 ชั่วโมง 3 ล้าน ยุ้ย จีรนันท์ และ ธันน์ ธนากร ถือว่าเป็นคู่รักดาราอีกคู่ ที่ช่วยกันทำมาหากินกันมาตลอด โดยล่าสุด ทั้งคู่ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ออนไลน์ เปิดใจผ่านรายการ “วู้ดดี้ โชว์” (WOODY SHOW) ที่พาไปชมเรือนหอที่ จ.สระบุรี ซึ่งสร้างเสร็จมา 3 ปี และอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่แต่งงาน อีกทั้ง ยุ้ยและธันน์ ได้เล่าเรื่องการผันตัวมาขายสินค้าออนไลน์ในช่วงนี้ โดย ยุ้ย เล่าว่า ตัวเองนั้นเป็นแม่ค้ามาตั้งแต่เด็ก ช่วยพ่อแม่ขายของมาตลอด ในตอนที่ปิดเทอม ตั้งแต่จำความได้ไม่เคยไปวิ่งเล่นจะขายของตลอด จะขอเงินคุณตาคุณยายไปลงทุนซื้อไข่นกกระทามา หรือขายขนมหวานบ้าง แต่พอโตขึ้นด้วยชีวิตที่พลิกผันดวงหรืออะไรต่างๆ ทำให้โชคดีได้เข้ามาอยู่ในวงการ เป็นนักแสดงตามอาชีพที่ฝันเอาไว้และรักมากที่สุด แต่จริงๆ แล้ว สายเลือดแม่ค้ายังคงมีอยู่ในตัวเสมอ “ด้วยความที่ออนไลน์บูมมากในช่วงนี้ แล้วก็เจอเหตุการณ์อะไรหลายๆ อย่างที่เห็นว่าตอนนี้ทุกคนผันธุรกิจมาทางออนไลน์กันหมดแล้ว ในเมื่อคนอื่นทำได้ทำไมเราจะทำไม่ได้ล่ะ ซึ่งก็มีหลายคนที่ประสบความสำเร็จจากธุรกิจออนไลน์ เลย
จากแผ่นฆ่าเชื้อติดมือถือ สู่ หน้ากากนักฆ่าโควิด-19 เจ้าแรกในไทย โดย ซีตาทัช สตาร์ตอัพไทยสุดเจ๋ง ซีตาทัช สตาร์ตอัพสัญชาติไทย ผู้ผลิตและพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ป้องกันและกำจัดเชื้อ ล่าสุดจับมือสวีเดน เปิดตัวซีทัชแมสก์ (Z-TOUCH MASK) หน้ากากผ้าทำความสะอาดตัวเองได้ ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส และโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ ได้มากกว่า 99% เจ้าแรกของไทย พร้อมได้รับการรับรองผลจากสถาบันชั้นนำระดับโลก ลั่นขอผลิตขายช่วยคนไทยเป็นที่แรกของโลก ก่อนส่งออกกว่า 20 ประเทศ คาดสร้างรายได้โตก้าวกระโดด 300% นายวิษณุ จินตนาศิริกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซีตาทัช จำกัด กล่าวถึงผลตอบรับในการพัฒนานวัตกรรมและการผลิตผลิตภัณฑ์ป้องกันและกำจัดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส และไวรัสโควิด-19 ว่า เป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่บริษัทสตาร์ตอัพสัญชาติไทยอย่าง ซีตาทัช ได้รับความสนใจจากบริษัทชั้นนำหลายประเทศขอร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์ป้องกันและกำจัดเชื้อชนิดใหม่ๆ เพื่อป้อนเข้าสู่ตลาด เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในหลายประเทศยังอยู่ในระดับสูงหรือเกิดการกลับมาระบาดระลอกใหม่อย่างหลายประเทศในทวีปยุโรป ทำให้ความต้องการผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้มีสูง
ข่าวดี วันเอดส์โลก นักวิทยาศาสตร์ไทย สร้างนวัตกรรมภูมิคุ้มกันบำบัด สำเร็จ เนื่องใน วันเอดส์โลก 1 ธันวาคม ประจำปี 2564 โครงการวิจัยนวัตกรรมภูมิคุ้มกันบำบัด Operation BIM บริษัท เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ APCO ซึ่งมุ่งมั่นพัฒนาสูตรนวัตกรรมภูมิคุ้มกันบำบัดจากพืชกินได้ เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโรคร้ายให้พ้นจากความทุกข์ทรมาน ประกาศความก้าวหน้าผลการวิจัยนวัตกรรมภูมิคุ้มกันบำบัดล่าสุด ที่นับเป็นข่าวดี และสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับการวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์ของประเทศไทย ที่วันนี้ได้ก้าวล้ำไปอีกขั้น ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา หัวหน้าคณะนักวิจัย Operation BIM และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ APCO ซึ่งเป็นบริษัทของคนไทย 100% กล่าวว่า ความสำเร็จในครั้งนี้ มีความหมายยิ่งต่อหมู่มวลมนุษยชาติ โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคร้าย และผู้ติดเชื้อ HIV/AIDS ที่ปัจจุบันมีจำนวนมากถึง 38 ล้านคนทั่วโลก และกว่า 5 แสนคนในประเทศไทย ซึ่งที่ผ่านมาผู้ติดเชื้อโรคร้ายเหล่านี้ ไม่มีทางเลือกในการรักษาอื่น นอกจากกินยาต้านไวรัส HIV/AIDS ไปตลอดชีวิต เพราะหากหยุดใช้ยาต้านไวรัสเ
S&P เผย ภาพรวมความสำเร็จ ตั้งเป้า ปี 65 ขยายอาณาจักรอาหารและเบเกอรี่รูปแบบใหม่ คุณอรรถ ประคุณหังสิต ประธานเจ้าหน้าที่สายปฏิบัติการธุรกิจเอส แอนด์ พี บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตั้งแต่ต้นปี 2564 ธุรกิจหลายภาคส่วนได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป S&P จึงให้ความสำคัญกับคุณภาพของผลิตภัณฑ์และบริการ เพื่อลูกค้าซื้อผลิตภัณฑ์ได้อย่างสะดวกสบาย อุ่นใจ และปลอดภัยมากขึ้น เอส แอนด์ พี จึงปรับตัวด้วยกลยุทธ์ต่างๆ เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และสอดรับกับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ โดยภาพรวมปี 2564 เอส แอนด์ พี ดำเนินการแล้ว ได้แก่ S&P Bakerymart ด้วยแนวคิด ‘Life Style and Convenient Bakery Shop’ บนพื้นที่ขนาด 60 ตารางเมตรขึ้นไป มีผลิตภัณฑ์ให้เลือกสรรกว่า 400 รายการ โดยจัดกลุ่มผลิตภัณฑ์เป็นหมวดหมู่ชัดเจน เพื่อความสะดวกของลูกค้าในการเลือกซื้อ โดยในปี 2564 มีเป้าหมายดำเนินการในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล 10 จุด และมีแผนขยายจุดขายอย่างต่อเนื่อง S&P HUBs Project จุดผลิตเบเกอรี่สำหรับกระจายไปยัง
2 คาถา จำให้ขึ้นใจ ซื้อ-ขาย ของออนไลน์ ให้ปลอดจากภัยไซเบอร์ ปัจจุบันภัยไซเบอร์ขยายวงเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว โดยเฉพาะภัยคุกคามในภาคการเงิน ถ้าหลวมตัวตกหลุมพรางของมิจฉาชีพ ความสูญเสียอาจไม่จำกัดอยู่เพียงแค่เงินในบัญชีของเหยื่อเท่านั้น แต่อาจถูกนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้สร้างบัญชีแฝง ซึ่งจะทำให้เหยื่อตกเป็นแพะรับบาปที่ยากต่อการจำกัดขอบเขตความเสียหายได้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย แนะ คาถารักษาตนให้รอด ปลอดจากภัยไซเบอร์อันเกิดจากคนหลอกคน (Social Engineering) โดยป้องกันไม่ให้ติดกับดัก และสามารถฝ่าด่านการล่อ-ลวงของมิจฉาชีพ ทำให้ไม่อาจล้วงข้อมูลส่วนตัวของเราไปก่อความเสียหายได้ ดังนี้ 1. อย่ายอมให้ความไม่รู้ เชื่อคนง่าย พาให้อับจน รูปแบบเดิมๆ เทคนิคเก่าๆ เช่น แอบอ้างเป็นพนักงานในองค์กรที่น่าเชื่อถือ เช่น ธนาคาร ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานรัฐ ฯลฯ โทรมาถามข้อมูลส่วนตัวต่างๆ รวมทั้งการสอบถามรหัส OTP ซึ่งถ้าพบเจอคำถามลักษณะนี้ ไม่ควรไว้ใจ ไม่ใช่พนักงานตัวจริง เพราะธนาคารมีระบบการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลลูกค้า โดยไม่เป็นฝ่ายติดต่อสอบถามข้อมูลจากลูกค้าด้วยวิธีการต่างๆ ทั้งการโทร ส่งลิงก์ทาง SMS, แอพแชต และอีเมล แ
6 ทริก ปิดการขายใน Inbox แบบจับลูกค้าได้อยู่หมัด จะทำอย่างไรดีมีแต่ลูกค้า Inbox มาถามนู่นนี่นั่น แต่ไม่สามารถปิดการขายหรือกระตุ้นให้ลูกค้าควักเงินออกจากกระเป๋าได้ ทำให้โอกาสที่จะเพิ่มยอดขายต้องหลุดลอยไป ทั้งๆ ที่มีการสอบถามรายละเอียดสินค้ามากมาย แต่กลับนิ่งเงียบหายไปพร้อมกับราคาสินค้าที่บอกไป ผ่านข้ออ้างต่างๆ เช่น ขอคิดดูก่อน เงินยังไม่พร้อม เดี๋ยวทักมาใหม่ เหล่านี้ร้อยทั้งร้อยคือไม่กลับมาและกลายเป็นต้องปล่อยผ่านเลยไป โดยปิดการขายไม่ได้ ทั้งที่มีโอกาส นี่คือ 6 เทคนิคที่นักขายหรือพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ไม่ควรพลาด หากอยากมียอดขายสุดปังและปิดการขายได้ผ่านการสนทนาทาง Inbox ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme พลิกเกมเปลี่ยนจากการถูกถามเป็นฝ่ายถาม จะทำให้มีโอกาสในการคุมเกมได้มากกว่า โดยลูกค้าส่วนใหญ่ที่ทักแชตมาทาง Inbox ล้วนต้องการคำตอบและมักจะมาพร้อมกับการตั้งคำถาม ดังนั้น การหาจังหวะตั้งคำถามกลับไปจะทำให้รู้ข้อมูล ความต้องการ ไปจนถึงสามารถประเมินลูกค้าได้จากการตั้งคำถามย้อนกลับ เพื่อชักนำไปสู่สิ่งที่ลูกค้าต้องการและความต้องการซื้อ นำเสนอจุดแข็งที่มีเทียบกั
6 เทคโนโลยี ที่ SMEs รายเล็กหรือใหญ่ก็ต้องได้ใช้ เศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) เป็นการนำเอาเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ตั้งแต่ภาคผลิตจนถึงภาคการขาย พัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการทำงาน เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมและปฏิรูปกระบวนการทำงานทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อเพิ่มศักยภาพทางการแข่งขันและคุณภาพชีวิตของคนไทย มาดูกันว่าเทคโนโลยีที่ส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจดิจิทัลไทยมีอะไรบ้าง 1. อินเทอร์เน็ตแห่งสรรพสิ่ง (Internet of Things) ช่วยยกระดับการใช้งานหรือใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีต่างๆ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ รวมถึงการสร้างรูปแบบและบริการทางธุรกิจใหม่ๆ โดยไม่กี่ปีข้างหน้าคาดว่า จะมีการใช้งานจำนวนอุปกรณ์ที่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้เพิ่มขึ้นหลายพันล้านเครื่องทั่วโลก ส่งผลให้ตลาด IoT ทั่วโลกเติบโตอย่างรวดเร็ว สำหรับในประเทศไทยมูลค่าตลาด IoT คาดว่าจะสูงถึง 1.88 แสนล้านบาทภายในปี 2033 โดยเพิ่มขึ้นจากมูลค่า 3.6 พันล้านบาทในปี 2018 2. ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) เทคโนโลยีที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจแม้ว่าจะมีงานจำนวนมากที่ถูกดำเน
ธุรกิจ SMEs กับภาษีที่ต้องจ่าย? การจะเป็นผู้ประกอบธุรกิจ SMEs ที่ประสบความสำเร็จนั้น ไม่ใช่เพียงแค่เก่งด้านการตลาด การบริหาร หรือมีลูกค้าอยู่ในมือ มีช่องทางการจัดจำหน่ายที่หลากหลายและตรงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย รู้เรื่องกระบวนการผลิตเป็นอย่างดีเท่านั้น แต่ยังต้องเตรียมความพร้อมในเรื่องของการเงิน บัญชี และกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎหมายภาษีอากร ซึ่งเป็นส่วนที่มีความสำคัญมากๆ ที่จะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ ปราศจากปัญหา ความเสี่ยง ความเดือดร้อนที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในภายหลัง มาดูกันดีกว่าว่ามีภาษีอะไรบ้าง 1. ภาษีเงินได้ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับบุคคลที่ไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ประกอบกิจการด้วยการให้บริการ การผลิต ค้าปลีก ค้าส่ง ต้องนำรายได้มาคำนวณเพื่อหักภาษีตามเกณฑ์การประเมิน ซึ่งสามารถหักแบบเหมาจ่าย หรือขอหักตามความจำเป็นตามสมควรได้ รวมทั้งสามารถหักค่าลดหย่อนต่างๆ ได้ด้วย การเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จะต้องเสียภาษีเงินได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 0.5 ของยอดเงินได้พึงประเมินที่ยังไม่หักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน ไม่ว่าในปีนั้นๆ จะมีผลกำไรหรือขาดทุน ภาษีนิติบุคคล เป็นภาษีสำหรับผู้ประกอบการที่จดทะเบ
‘ลอนดรี้บาร์’ สะดวกซักกระแสแรง แห่งมหาสมุทรสีน้ำเงิน หากกล่าวถึงธุรกิจในรูปแบบ ‘เสือนอนกิน’ แน่นอนว่าจะต้องเป็นธุรกิจที่ให้ผลตอบแทนดี คืนทุนไว แถมมีรายได้เข้าต่อเนื่องในระยะยาว ที่สำคัญคือ ‘ความเสี่ยงต่ำ’ แต่จะมีจริงหรือ??? ธุรกิจที่สามารถตอบโจทย์ทุกข้อที่กล่าวมาได้อย่างครบถ้วน เพราะต่างก็ทราบดีว่าธุรกิจในมหาสมุทรสีน้ำเงิน หรือ Blue Ocean ในวันนี้อาจไม่มีอยู่จริง หรือต่อให้มีก็อาจไม่ได้ง่ายดายอย่างใครคิด แต่จะต้องประกอบด้วยปัจจัยเกื้อหนุนที่ทำให้ธุรกิจยืนหยัดอยู่ได้ไม่ว่าต่อไปมหาสมุทรจะเป็นสีอะไรก็ตาม กระนั้น หากให้ระบุว่ามีธุรกิจอะไรบ้างที่ยังอยู่ใน Blue Ocean ในตอนนี้อาจจะสามารถกล่าวได้ว่าธุรกิจ ‘ร้านสะดวกซัก’ บริการด้านปัจจัยสี่ที่สามารถตอบโจทย์ความง่าย สะดวก และปัจจุบันตลาดนี้ยังมีผู้ให้บริการเพียงไม่กี่รายในประเทศไทย ทำให้ธุรกิจแฟรนไชส์ร้านสะดวกซักยิ่งกระแสแรงกลายเป็นธุรกิจเสือนอนกินแห่งยุคนี้ คุณชานนท โตวิกกัย กรรมการบริหาร บริษัท ลอนดรี้บาร์ ไทย จำกัด แฟรนไชซอร์ร้านสะดวกซักแบรนด์ลอนดรี้บาร์ (LaundryBar) กล่าวว่า จากการศึกษาโอกาสและความเสี่ยงของธุรกิจร้านสะดวกซักตั้งแต่ปี 2558
สุขนิยม COFFEE SHOP รังสรรค์ ‘รส’ สะกดทุกคอกาแฟ ‘ขมนำ หวานตาม’ รสชาติกาแฟที่หลายคนชื่นชอบ เสียงพูดคุยเจื้อยแจ้วของคนหลายกลุ่ม เปี่ยมไปด้วยความสุขระหว่างสนทนา เคล้าคละด้วยกลิ่นหอมของกาแฟ ลิ้มรสชาติชวนฝัน รวมกันเป็นบรรยากาศแสนเรียบง่าย กะทัดรัด น่าค้นหาความสุขแห่งการพักผ่อน สไตล์ ‘สุขนิยม COFFEE SHOP’ ร้านกาแฟเล็กๆ ที่เปิดให้บริการอยู่ที่ ชั้น 1 ตึกแสงทองธานี ถนนสาทรเหนือ พนักงานออฟฟิศ-คนทำงานแถวนั้นต่างรู้จักกันดี เนื่องด้วยรสชาติของกาแฟที่หอมหวลชวนลิ้มลองลอยไกลไปถึงหูของใครหลายคนนั่นเอง ซึ่งร้านที่ผู้คนมักนิยามสั้นๆ ว่า ‘สุขนิยม’ มีที่มาจาก คุณสุทธิชัย ชีตา เจ้าของร้าน อดีตโปรแกรมเมอร์นักวิเคราะห์ระบบ มนุษย์เงินเดือนที่อยากผันตัวมาทำธุรกิจ บวกกับการชื่นชอบกาแฟเป็นการส่วนตัว จึงชวนแฟนมาร่วมกันเปิดร้าน ‘สุขนิยม COFFEE SHOP’ จากวันนั้นจนถึงทุกวันนี้ก็ประมาณ 5 ปีแล้ว “ตอนทำครั้งแรกคิดแค่ว่าอยากมีร้านสวยๆ คนมานั่งชิลๆ แล้วเราก็ขายชิลๆ แต่พอมาทำจริงๆ แล้ว มีอะไรที่มากกว่าการเดินเข้ามาสั่งของลูกค้า เพราะเราต้องเซอร์วิสต่างๆ รวมถึงการทำให้ลูกค้าได้ดื่มรสชาติที่ถูกปาก เพื่อที่จะกลายเป็นล
