เส้นทางเศรษฐีออนไลน์
บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ร่วมปลุกพลังแห่งการให้ ส่งต่อความห่วงใยให้ทุกชีวิตได้ไปต่อ ผ่านโครงการ #BLOODCONNECT – พลังพิเศษที่ดีที่สุดคือพลังแห่งการให้ จับมือ 3 องค์กรสำคัญ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย (MAT) และสมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย (AAT) ชวนคนไทยร่วมบริจาคโลหิตช่วยเหลือผู้ป่วยที่ต้องการโลหิตในการรักษา เพราะทุกหยดโลหิต คือพลังชีวิตที่ช่วยให้ผู้ป่วย “ได้ไปต่อ” การจัดกิจกรรมบริจาคโลหิตครั้งนี้ มุ่งหวังที่จะปลุกพลังคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะเยาวชน Gen Z ให้ตระหนักถึงบทบาทของตนเองในการสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับสังคม ผ่านการลงมือทำในสิ่งเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่ อย่างการบริจาคโลหิต ซึ่งเป็นการส่งต่อชีวิตและความหวังให้แก่ผู้ป่วยที่รอคอยความช่วยเหลือ พร้อมกันนี้ เมืองไทยประกันชีวิต ยังขอเชิญชวนคนไทยทุกคน ทุกช่วงวัย ที่มีอายุตั้งแต่ 17 ปีบริบูรณ์ และมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง มาร่วมกัน “เป็นพลังของการให้” เพื่อร่วมสร้างสังคมแห่งความห่วงใย ที่ทุกคนมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์อย่างแท้จริง เพราะทุกหยดโลหิตของคุณ คือโอกาสของอีกหลายชีวิตที่ได้ไปต่อ ร่ว
เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจ สำหรับแคมเปญ “พาคนกลับบ้าน” หรือ “ผสานคนสู่บ้านเกิด” ภายใต้ “โครงการพริ้นซ์ผสาน” จาก PRINC Group ที่ดำเนินการมาตลอดระยะเวลา 7 ปี และถือเป็นความสำเร็จที่สามารถส่งพนักงานซึ่งหอบความฝันเดินทางออกจากบ้านเกิดไปหางานในเมืองใหญ่ กระทั่งวันที่ได้หวนกลับมาทำงานที่ภูมิลำเนามากกว่า 150 ครอบครัวแล้ว ซึ่งการได้กลับมาทำงานในถิ่นฐานบ้านเกิด ไม่เพียงแต่ทำให้ได้อยู่ใกล้ชิดกับครอบครัว แต่ยังได้ใช้ความรู้ และความสามารถ เพื่อพัฒนาและดูแลชุมชนของตัวเอง รวมถึงยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในท้องถิ่น ทำให้พวกเขารู้สึกผูกพันที่เป็นส่วนหนึ่งของชุมชนอย่างแท้จริง นายแพทย์กฤตวิทย์ เลิศอุตสาหกูล รองประธานคณะกรรมการ และกรรมการผู้จัดการ บมจ.พริ้นซิเพิล แคปิตอล หรือ PRINC Group กล่าวว่า ย้อนกลับไปกว่าจะมาเป็นแคมเปญ “พาคนกลับบ้าน” มีจุดเริ่มต้นจากเมื่อ 7 ปีที่ผ่านมา PRINC Group เริ่มดำเนินธุรกิจโรงพยาบาลในเมืองรอง ตั้งแต่ปี 2561 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการลดการกระจุกตัวของการบริการสุขภาพในเมืองใหญ่ และเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะบุคลากรสายสุขภาพ ได้กลับไปทำงานและพัฒนาบ้านเกิดของตัวเอง เพื่อช่วยลดช่อง
ในยุคที่เครื่องมือดิจิทัลกลายเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ “โฆษณา” จึงกลายเป็นกลยุทธ์หลักที่ช่วยให้แบรนด์โดดเด่นในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการสร้างสรรค์คอนเทนต์คุณภาพแต่มีข้อจำกัดด้านเวลาและทีมดีไซน์ เทคโนโลยี AI จึงเข้ามาเป็นตัวช่วยสำคัญที่เพิ่มศักยภาพในการทำโฆษณา ด้วยความสามารถในการสร้างและปรับแต่งชิ้นงานได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย พร้อมช่วยลดต้นทุนในการผลิตโฆษณา LINE Creative Lab จึงพัฒนาเครื่องมือที่ผสานพลัง AI ช่วยให้ผู้ประกอบการและเจ้าของแบรนด์สามารถสร้างโฆษณาที่โดดเด่นได้ด้วยตัวเอง โดยไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานด้านดีไซน์หรือจ้างทีมงานภายนอก ช่วยประหยัดทั้งเวลาและงบประมาณในการทำตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ LINE Creative Lab เป็นเครื่องมือช่วยสร้างชิ้นงานโฆษณาจาก LINE สามารถสร้างได้ทั้งภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และวิดีโอ มีจุดเด่นคือใช้งานง่าย สะดวก ไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานด้านดีไซน์ก็สามารถเลือกใช้เทมเพลตสำเร็จรูป ปรับแต่งสี ตัวอักษร โลโก้ และรูปภาพได้อย่างอิสระ พร้อมเชื่อมต่อกับโซลูชันยอดนิยมอย่าง LINE Ads และ LINE OA ช่วยให้ผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจสามารถ
COSMAX ผู้นำด้านการผลิตเครื่องสำอางอันดับ 1 จากประเทศเกาหลี จัดงาน “COSMAX INNOVATION DAY 2025” ภายใต้ธีม Curated Customization รวมผลิตภัณฑ์ที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถันเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทยโดยเฉพาะ พบกับการเปิดเผยเบื้องหลังสุดเอ็กซ์คลูซีฟของศูนย์กลางการผลิตและนวัตกรรมความงามล่าสุดจากเกาหลีสู่ตลาดประเทศไทย พร้อมบุกเจาะกลุ่มนักธุรกิจและผู้เล่นในตลาดเมกอัพยุคใหม่อย่างเต็มรูปแบบ กลับมาอีกครั้งกับงาน “COSMAX INNOVATION DAY 2025” ที่จัดโดย COSMAX โรงงานผลิตเครื่องสำอางอันดับ 1 จากประเทศเกาหลี ซึ่งได้รับความไว้วางใจจากแบรนด์ความงามชั้นนำกว่า 600 บริษัททั่วโลก ทั้งในกลุ่ม เมกอัพและสกินแคร์ โดยในปีนี้จัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ Curated Customization ที่ตอบโจทย์ความงามเฉพาะบุคคล พร้อมพาผู้ร่วมงาน เจาะลึกเทรนด์ Inclusive Beauty ซึ่งกำลังมาแรงในระดับโลก อัปเดตเทรนด์ความงามล้ำสมัยส่งตรงจากเกาหลีสู่สายตาผู้บริโภคชาวไทย พร้อมเดินหน้าเป็นพันธมิตรสำคัญของนักธุรกิจไทยในอุตสาหกรรมความงาม สนับสนุนการเติบโตอย่างแข็งแกร่งบนเวทีสากล สำหรับไฮไลต์สำคัญของงาน “COSMAX INNOVATION DAY 2025” คือการเปิดประสบการณ์สุดเ
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภูมิภาคภาคตะวันออก และ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดยเมืองไทยสไมล์คลับ ผนึกกำลังจัดทริป ฟินแบบสไมล์ @ นครนายก–ปราจีนบุรี นำสมาชิกเมืองไทย สไมล์คลับผู้โชคดีร่วมทริปท่องเที่ยวสัมผัสเมืองภาคตะวันออกอย่างเต็มอิ่ม พร้อมสัมผัสประสบการณ์ใหม่ของเมืองแห่งธรรมชาติ ป่าเขา การผจญภัย และวัฒนธรรม ใกล้กรุงเทพฯ ซึ่งสามารถเที่ยวได้ทุกฤดูตลอดทั้งปี โดยกิจกรรมดังกล่าวถือภาคต่อของนโยบายการช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวในภาคตะวันออก และช่วยเผยแพร่ให้นักท่องเที่ยวได้รู้จักจังหวัดนครนายกและปราจีนบุรี มากยิ่งขึ้น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภูมิภาคภาคตะวันออก เล็งเห็นเทรนด์ของการท่องเที่ยวของกลุ่มศักยภาพที่เริ่มเปลี่ยนแปลงไป มีความนิยมเดินทางไปยังจุดหมายที่ไม่แออัด หลีกเลี่ยงความวุ่นวาย ชื่นชอบการท่องเที่ยวแบบผ่อนคลาย การถ่ายรูปและความหลากหลายของแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ มีความสนใจจุดหมายที่เป็น Unseen หรือ New Discovery ของแต่ละเมือง รวมไปถึงสนใจการท่องเที่ยวแบบมีความรับผิดชอบมากขึ้น และเมืองรองในภาคตะวันออก เช่น จันทบุรี ตราด นครนายก ปราจีนบุรี และสระแก้ว ต่างก็เป็นเมืองที่
SME D Bank เคียงข้างผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย ทุ่ม 3,500 ล้านบาท ออก 2 ผลิตภัณฑ์สินเชื่อใหม่ ได้แก่ “Smile Biz ธุรกิจยิ้มได้ (2568)” และ “จิ๋วสุดแจ๋ว Plus” มุ่งเติมทุนครอบคลุมทุกกลุ่มเอสเอ็มอี นำไปใช้ลงทุน หมุนเวียน เสริมสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจ ควบคู่ยกระดับพัฒนาครบวงจร ช่วยเสริมแกร่ง ยืนหยัดและปรับตัวได้ในช่วงสถานการณ์เศรษฐกิจชะลอตัว นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า ธนาคารมีความห่วงใยผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และคู่ค้าที่เป็น Supply Chain ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว จากความไม่แน่นอนของสงครามการค้า การล้นทะลักของสินค้าจากต่างประเทศ สถานการณ์ภัยพิบัติ แผ่นดินไหว ส่งผลต่อความเชื่อมั่น รวมถึง ในภาคธุรกิจท่องเที่ยวและเกี่ยวเนื่องที่ได้รับผลกระทบจากจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง ดังนั้น SME D Bank จัดวงเงิน 3,500 ล้านบาท ออก 2 สินเชื่อใหม่ สนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ในภาคผลิต บริการ และค้าส่งค้าปลีก ทั้งรายย่อย รายย่อม และรายกลาง ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน นำไปเสริมสภาพคล่องกิจการ สามารถรับมือและก้าวผ่
บทความโดย : มิสมิลเลียนแนร์ เจ้าของคอลัมน์ “ไอเดียต่างแดน” การได้ “กอด” ใครสักคนในโมงยามที่รู้สึกแย่ๆ หรือเหนื่อยล้า น่าจะช่วยปลอบประโลมจิตใจให้ดีขึ้นได้บ้างในเวลาเพียงไม่กี่นาที บางทีอ้อมกอดนั้นอาจจะไม่ใช่คนในครอบครัวหรือเพื่อนฝูง แต่เป็นคนแปลกหน้าที่เราต้องยอมจ่ายแลกกับการฮีลใจ “เซาท์ไชน่า มอร์นิ่ง โพสต์” หยิบยกเรื่องราวในจีนที่กำลังเกิดกระแสฮิตในหมู่สาวๆ ที่พร้อมจ่ายเงิน 20-50 หยวน หรือราวๆ 100-200 กว่าบาท เพื่อแลกกับการได้กอดหนุ่มๆ เพื่อเติมเต็มความอบอุ่นใจ หนุ่มๆ ที่ให้บริการ “เงินแลกกอด” ถูกเรียกว่า Man Mum ซึ่งเดิมทีหมายถึงผู้ชายที่แข็งแรงและหุ่นล่ำบึกบึน แต่หลังๆ นับรวมถึงความใส่ใจและอ่อนโยนด้วย เมื่อไม่นานมานี้ นักศึกษาสาวรายหนึ่งโพสต์ข้อความว่า เธอรู้สึกเครียดจากการทำวิทยานิพนธ์ และอยากจ่ายเงินเพื่อให้มีหนุ่มสักคนที่แข็งแรงและน่ารักมากอดเธอเอาไว้ ซึ่งโพสต์นี้มีผู้ร่วมแสดงความเห็นอย่างคึกคักกว่า 100,000 ข้อความ นักศึกษาสาวรายนี้ เล่าว่า เธอเคยถูกกอดเพียงครั้งเดียวเมื่อครั้งเรียนชั้นมัธยมต้น และรู้สึกปลอดภัยมากในตอนนั้น ทำให้เธออยากถูกกอดแค่สัก 5 นาที บริเวณสถานีรถไฟใต้ดิน นั่น
เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน ที่ผ่านมา เวลา 12.00 น. ณ สามย่านมิตรทาวน์ กรุงเทพฯ ภายในงาน Thailand Healthcare 2025 มหกรรมสุขภาพอันดับ 1 ของประเทศ ภายใต้ธีม ‘A Better Life : สร้างสุขทุกช่วงวัย’ คุณรัชฎา สีสวย เจ้าของร้าน “พาข้าว” บรรทัดทอง ได้ขึ้นเวทีช่วง Food Therapy : ไส้กรอกอีสาน ความกลมกล่อมที่ถูกส่งต่อมาจากครอบครัวมากกว่า 30 ปี เพื่อเผยเคล็ดลับความอร่อย หากพูดถึงร้านอาหารอีสานที่มาพร้อมความ “ติดแกลม” หรือความหรูหราทันสมัย ชื่อของ “พาข้าว” มักจะเป็นหนึ่งในร้านขวัญใจผู้บริโภคเสมอ คุณรัชฎา เผยบนเวทีว่า “คอนเซ็ปต์ของร้านพาข้าวคือ อาหารอีสานติดแกลม” และในวันนี้ เธอได้คัดสรร 2 เมนูเด็ดมานำเสนอ คือ ตำฤดูกาล และ ไส้กรอกอีสาน ตำฤดูกาล แซ่บครบรสเพื่อสุขภาพ เมนูแรกคือ ตำฤดูกาล หรือ ตำสตรอเบอร์รี ตำมังคุด ที่โดดเด่นด้วยน้ำปลาร้าสูตรเฉพาะของร้าน ซึ่งสายสุขภาพก็ทานได้อย่างสบายใจ เพราะมีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์จากปลาหลายสายพันธุ์ เช่น ปลากระดี่ และปลาเนื้อแดง ที่ผ่านกรรมวิธีหมักอย่างพิถีพิถันจนได้ที่ ทำให้ ไม่มีกลิ่นคาว มารบกวน การปรุงเริ่มจากการใช้พริกแดงจินดาแห้งผสมกับพริกแดงจินดาสดในอัตราส
เอกลักษณ์ของ “อาหารไทย” ที่ไม่เพียงแต่ครองใจคนไทย แต่ยังเป็นที่เลื่องลือไปทั่วโลก ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทุกสารทิศให้มาสัมผัสประสบการณ์รสชาติอันน่าตื่นใจ ประเทศไทยจึงเปรียบเสมือนขุมทรัพย์แห่งอาหารที่รอให้ทุกคนได้ค้นพบ และในยุคดิจิทัล ครีเอเตอร์ได้ใช้ TikTok เป็นแพลตฟอร์มนำเสนออาหารไทยในมุมต่างๆ ทำให้ความมหัศจรรย์ของอาหารไทยเป็นที่รู้จักในวงกว้าง โดยอาหารไทยได้รับการจัดอันดับให้เป็นอาหารที่ดีที่สุดอันดับที่ 28 ของโลกประจำปี 2567 จาก TasteAtlas แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความโดดเด่นของอุตสาหกรรมอาหารไทยที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยว ยกระดับเศรษฐกิจของประเทศ และบทบาทสำคัญของเหล่าครีเอเตอร์ในการนำเสนอภาพลักษณ์ของอาหารไทยสู่สายตาชาวโลก บทบาทของครีเอเตอร์ที่หลากหลาย : นักรีวิว เชฟ เจ้าของร้านอาหาร ถ่ายทอดเสน่ห์ของอาหารไทย และเบื้องหลังความอร่อยแบบไม่ซ้ำ หัวใจสำคัญที่ทำให้เรื่องราวอาหารไทยบน TikTok มีชีวิตชีวาและน่าติดตาม ก็คือเหล่าครีเอเตอร์หลากหลายที่เต็มเปี่ยมไปด้วยไอเดียสร้างสรรค์และแพชชันที่มีต่ออาหารไทย ไม่ว่าจะเป็นครีเอเตอร์ชาวไทยที่หยิบยกวัฒนธรรมอาหารมาเล่าในมุมมองใหม่ๆ ที่ทั้ง
สร้างความฮือฮาอย่างมากในวงการอาหารโลก เมื่อ นายวัชรพงศ์ ระดมสิทธิพัฒน์ หรือที่รู้จักกันในนาม “นายกอุ๊” อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านใหม่ อำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นำผลิตภัณฑ์โอทอปท้องถิ่น “ไอศกรีมละมุด 100 ปี บ้านใหม่” คว้ารางวัล ชนะเลิศอันดับ 1 ของโลก ในสาขาไอศกรีม จากเวที Gourmand Awards 2024 หรือที่รู้จักกันในนาม “ออสการ์แห่งวงการอาหารโลก” จัดขึ้น ณ กรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส สำหรับ ไอศกรีมละมุด 100 ปี นี้ ถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยได้รับการปลุกปั้นและพัฒนาอย่างต่อเนื่องจากนายวัชรพงศ์ ซึ่งได้กล่าวว่า ในช่วงดำรงตำแหน่งนายก อบต.บ้านใหม่ เขาได้เล็งเห็นว่า “ละมุด” ซึ่งเป็นผลไม้พื้นถิ่นดั้งเดิม กำลังถูกละเลยและใกล้สูญพันธุ์ เพราะไม่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ ชาวบ้านจำนวนมากจึงตัดต้นละมุดทิ้งเพื่อปลูกพืชชนิดอื่นแทน เขาจึงตัดสินใจนำผลไม้ชนิดนี้มาขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ให้เป็นสินค้า GI แรกและหนึ่งเดียวของอยุธยา พร้อมส่งเสริมพัฒนาแปรรูปเป็นไอศกรีม เพื่อเพิ่มมูลค่า และสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศระดับประเทศ จากโครงการ Knowledge-Based
