แตงโม
วันที่ 24 ก.พ. ที่บริเวณทุ่งนาท้ายเหมือง หมู่ 4 บ้านทองทั่ว ต.คลองนารายณ์ อ.เมือง จ.จันทบุรี ซึ่งเป็นที่นาหลังเก็บเกี่ยวของเกษตรกร นายวรรฤดี เรืองสวัสดิ์ หรือ พี่เปี๊ยก อายุ 45 ปี ชาว จ.สกลนคร ชีวิตผกผัน ดิ้นรนมารับจ้างทำงานเป็นลูกจ้างบริษัทรับเหมาก่อสร้างเอกชนยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง ในจันทบุรี เมื่อ 27 ปีก่อน ได้ขอเช่าพื้นที่ท้องนาจำนวนกว่า 10 ไร่ ของเกษตรกรหลังเสร็จสิ้นฤดูเก็บเกี่ยวข้าว เพื่อทำการปลูกพืชไร่ตระกูลแตง ในช่วงหน้าแล้ง สร้างรายได้เสริมจากการศึกษาหาความรู้ด้วยตนเอง และจากแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 นำมาสู่ความสำเร็จ จนมีรายได้เพิ่มเป็นฐานรากให้แก่ครอบครัวเฉลี่ยประมาณปีละกว่า 3 แสนบาท ปัจจุบันผลผลิตของ พี่เปี๊ยก เป็นที่สนใจแก่ลูกค้าตลอดจนชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก พี่เปี๊ยก กล่าวว่า ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 6-7 ปีก่อน ได้ใช้เวลาที่ว่างจากการทำงานประจำ มาศึกษาข้อมูลการปลูกพืชไร่ตระกูลแตง และเริ่มลงมือเพาะปลูกโดยเฉพาะแตงโมพันธุ์กินรี ที่หาซื้อเมล็ดพันธุ์ได้ตามท้องตลาด และแคนตาลูป จนเวลาผ่านไปผลผลิตเป็นที่ต้องการของตลาด สามารถเก็บขายได้ราคาดีจนประสบความสำเร
ในภาวะเศรษฐกิจถดถอย พืชผลทางการเกษตรราคาตก พืชที่ได้รับผลกระทบหนักคงจะหนีไม่พ้น ข้าว พืชหลักทำเงินเข้าประเทศ สร้างปัญหาเป็นวงกว้างแก่ชาวนา โดยเฉพาะในเรื่องปากท้อง ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้ได้สร้างความท้อถอยให้กับเกษตรกรเป็นอย่างมาก แต่มีชาวนาบางกลุ่มยังมุ่งที่จะทำเกษตรต่อไป จนเกิดการพลิกผืนนามาปลูกแตงโม สร้างรายได้มากกว่าปลูกข้าวหลายเท่านัก คุณอุดร หอมกลิ่น อยู่บ้านเลขที่ 57 หมู่ที่ 15 หมู่บ้านค่ายพัฒนา ตำบลเวียงสะอาด อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม เกษตรกรผู้พลิกฟื้นผืนนา หันมาปลูกแตงโมทั้งสายพันธุ์ที่มีเมล็ดและไร้เมล็ด คุณอุดรจบการศึกษาระดับอนุปริญญา ก่อนหน้าที่จะหันมาเป็นเกษตรกร มีอาชีพรับจ้างเดินสาย ใครจ้างทำอะไรที่ไหนไปหมด และได้เปลี่ยนวิถีจากงานรับจ้างมาทำงานที่ฟาร์มวัวเนื้อ ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทำนานกว่า 10 ปี แต่ด้วยที่ทำงานประสบปัญหาในเรื่องของพื้นที่เลี้ยง ตนจึงลาออกจากงานมาค้าขาย ได้มีเวลากลับมาคิดว่าตัวเองเริ่มอายุมากแล้ว ไม่อยากเปลี่ยนอาชีพบ่อยๆ ได้มองเห็นคนแถวบ้านทำเกษตรกันเยอะ จึงมีความคิดทำเกษตรปลูกข้าว แต่ทำไปทำมาข้าวราคาตก อยู่ไม่ได้จึงมองหาพืชอย่างอื่นที่เหมาะก
