แท็กซี่
แย่มาก! พิษโควิด ขับทั้งวันได้ 40 บาท แท็กซี่ โอด สู้ไม่ไหว เลิกขับ แล้วกลับบ้าน เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้พูดคุยกับ คุณแบงค์ ชายผู้ยึดอาชีพขับรถแท็กซี่ วัย 50 ปี ที่ได้เล่าถึงสถานการณ์การทำมาหากินในช่วงนี้ให้ฟังว่า ช่วงนี้เป็นช่วงที่พูดได้เลยว่าแย่มากถึงมากที่สุด เพราะทำมาหากินลำบากไปหมด ไหนจะภาระค่าใช้จ่าย ที่ต้องส่งเสียเลี้ยงดูลูกเมียที่อยู่ด้วยกันย่านรังสิต ไหนจะค่าบ้านเช่า ค่าผ่อนรถ ยิ่งโรคระบาดนาน ส่งผลให้คนหันมาทำงานที่บ้าน ก็ยิ่งวิ่งรถได้น้อยลงไปด้วย “สมัยก่อนกลับเข้าบ้านประมาณทุ่มนึง ก็มีเงินเข้าบ้าน 1-2 พันบาท แต่ทุกวันนี้วิ่งทั้งวันได้ 300 บาท ก็ถือว่าฟลุกแล้ว หักลบค่าแก๊สอะไรแล้วเหลือ 100-200 บาทเท่านั้น รถก็ผ่อนกับอู่ ขนาดเขาคิด 10 วัน 4,500 ยังแทบจะไม่ไหวเลย มีวันหนึ่ง ขับทั้งวันได้แค่ 40 บาท เหมือนไม่มีคนออกมาเที่ยวมาอะไรกัน มันก็ไม่มีคนเรียก” ”ช่วงนี้แท็กซี่ถือเป็นอาชีพวัดดวง ไม่เหมือนเมื่อก่อน เพื่อนๆ ในวงการแท็กซี่ก็เลิกขับแล้วกลับไปทำอย่างอื่นที่ต่างจังหวัดกันก็เยอะ เปลี่ยนไปขับสิบล้อก็ได้เงินเป็นรอบๆ แต่ช่วงนี้มันก็ชะงักกันไปหมด ก็กระทบอีก มีคนชวนไปเป็น รปภ. เห
ขึ้นแท็กซี่ต้องระวัง! 5 จุดสัมผัสร่วม ควรทำความสะอาดบ่อยๆ ลดเสี่ยงติดเชื้อ เว็บไซต์ กรมอนามัย เผยข่าว นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า ในช่วงการเฝ้าระวังสถานการณ์ โควิด-19 ส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในแต่ละวัน กลุ่มผู้ขับรถแท็กซี่ถือเป็นอีกกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวัง เนื่องจากมีการให้บริการผู้โดยสารในทุกๆ วัน หากไม่ป้องกันอาจเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะแพร่เชื้อไปยังผู้โดยสาร หรือเป็นผู้ที่เสี่ยงรับเชื้อได้ง่าย จึงจำเป็นต้องมีการป้องกันและสร้างสุขอนามัยที่ดีอย่างเข้มข้น หากพบว่ามีไข้ ไอ จาม มีน้ำมูก เหนื่อยหอบ หรือมีอุณหภูมิร่างกายเท่ากับหรือมากกว่า 37.5 องศาเซลเซียส ให้แจ้งงดเช่ารถ และไปพบแพทย์ทันที และขณะที่ให้บริการ “ผู้ขับรถแท็กซี่และผู้โดยสารต้องสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่อยู่ในรถแท็กซี่ หมั่นล้างมือด้วยสบู่และน้ำบ่อยๆ หรือทำความสะอาดมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ หลังการใช้บริการทุกครั้ง เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดโควิด-19 รวมทั้งจัดเตรียมเจลแอลกอฮอล์ไว้ให้บริการแก่ผู้โดยสารด้วย” อธิบดีกรมอนามัย กล่าว นอกจากนี้ ควรเช็ดทำ
ใกล้ไกลไม่เกี่ยง! แท็กซี่ โอด คนไม่เดินทาง ต้องดันทุรังวิ่ง เพื่อให้อยู่รอด เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้พูดคุยกับ คุณมานัต ชิณภักดี คนขับแท็กซี่ วัย 52 ปี ถึงการทำมาหากินในช่วงสงกรานต์ที่ค่อนข้างเงียบเหงาในปีนี้ คุณมานัต กล่าวว่า ตนเป็นคนโคราช เข้ามาขับรถแท็กซี่ในกรุงเทพฯ ได้ 20 ปีแล้ว แต่พอช่วงเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ผู้โดยสารก็ใช้บริการน้อยลง กระทั่งโควิดระบาดรอบ 2 ก็ทำให้ผู้โดยสารใช้บริการรถสาธารณะน้อยลง และพอเกิดการแพร่ระบาดในรอบล่าสุดนี้ จึงหนักเข้าไปอีก “ตั้งแต่โควิดมา คนแทบไม่ขึ้นรถสาธารณะกันเลย จากที่ขับได้วันละหลายบาท ตอนนี้เหลือวันละ 4-5 ร้อย ดีที่นี่เป็นรถผม และผมเสียแค่ค่าเช่าห้องอยู่ เลยยังมีเก็บบ้าง ถ้าเป็นแท็กซี่คนอื่น หักค่ารถให้เถ้าแก่ ค่าแก๊ส ค่าห้องเช่าอีก เหลือกันร้อยสองร้อยเอง” “รถผมมีเช็ดแอลกอฮอล์ตลอดเมื่อลูกค้าลง แล้วตอนนี้ คนเรียกไปไหนก็คือไปหมดใกล้ไกล ไม่เกี่ยงราคา คือมันต้องดันทุรังวิ่งกันเพื่อให้มีเงินพอกับค่าใช้จ่าย พวกเราชนะ คนละครึ่ง สแกนต่างๆ ก็พยายามเข้า มันก็ทำให้ช่วยได้บ้าง สงกรานต์ปีนี้ ผมคิดว่าเงียบ แทบจะวิ่งไม่ได้เลย เพราะไม่น่าจะเดินทางกัน ก
รองนายกฯ บอกเอง เราชนะ ใช้จ่ายค่าเช่าบ้าน-วินจยย.-แท็กซี่ได้ วันที่ 21 ม.ค.2564 นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พลังงาน ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ อธิบายถึง การเข้าร่วมโครงการเราชนะ ว่า “แม้ไม่มีสมาร์ตโฟนก็สามารถใช้ “เราชนะ” ได้ มีคนเป็นห่วงว่าประชาชนที่ไม่มีสมาร์ตโฟน จะไม่สามารถลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิในโครงการเราชนะ ตอนที่เราทำแผนกันทีมงานคิดละเอียดทุกเรื่องเพื่อไม่ให้คนที่ควรจะได้รับการช่วยเหลือตกหล่นไป เราได้วางรูปแบบไว้แล้วว่าแม้จะไม่มีสมาร์ตโฟนก็สามารถใช้ “เราชนะ” ได้ ทั้งนี้เราดูจากผลสำรวจเรื่องการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในครัวเรือน พ.ศ. 2562 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ชี้ว่าประเทศไทยมีผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ 56.7 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 89.6 ของประชากรที่มีอายุ 6 ปีขึ้นไป และผู้ใช้โทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ตโฟน เข้าถึงอินเตอร์เน็ตค่อนข้างสูงคือร้อยละ 96.4 อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง กลุ่มไหนได้รับสิทธิ เราชนะ 29 ม.ค.นี้ รับเงิน 7,000 บาท สำหรับประเด็นนี้กลุ่มที่ไม่มีสมาร์ตโฟนส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.8 ล้านคน ซึ่งไ
ขายขนมปังบนรถแท็กซี่ เหตุอาชีพเดียวไม่พอกิน! ผู้โดยสารช่วยอุดหนุนเกลี้ยง จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก Oomim Ya แชร์เรื่องราวของคนขับแท็กซี่รายหนึ่ง ที่นำขนมมาขายบนรถขณะขับแท็กซี่ โดบระบุว่า “นั่งแท็กซี่เช้านี้ เขียวเหลือง 1มค 2857 ขึ้นมาตกใจนิดหน่อยพบตะกร้าขนมวางอยู่ คนขับรีบบอกว่า อย่าเพิ่งตกใจนะครับ ผมขออนุญาตขายขนมไปด้วย เพราะสถานการณ์อย่างนี้ผมทำอย่างเดียวไม่พอกินนะครับ ขนมผมทำเอง อุดหนุนได้ก็เชิญ ไม่อุดหนุนไม่เป็นไร ชิ้นละ 20 บาท เช้านี้มีเค้กหน้านิ่มทั้งเค้กส้ม เค้กช็อกโกแลต เค้กชาเขียว แล้วก็มัฟฟิน ที่บ้านโชเฟอร์ทำขนมมาตั้งแต่เกิด มีสูตรขนมหลากหลาย ใครสนใจอยากเรียนทำขนมยินดีไปสอนให้ได้ ติดต่อคุณอนุชิต 063-835-9718 // 095-230-9450” เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ สอบถามไปยัง คุณอนุชิต วัย 64 ปี คนขับแท็กซี่สู้ชีวิต เผยว่า ยึดอาชีพขับแท็กซี่มานาน 12 ปี ตอนนี้คนขับแท็กซี่แย่กันหมด โดยตนเริ่มนำขนมมาขายบนรถได้ประมาณ 1 ปีกว่าแล้ว เหตุเกิดจากภรรยาเกษียณอายุแล้วไม่มีงานทำ จึงนำสูตรขนมของครอบครัวมาสอนให้ภรรยาทำขาย ถือเป็นอาชีพที่ช่วยสร้างรายได้ในยามวิกฤต เมื่อมีคนนำเรื่องราวไปโพสต์บนโลกโซเชียล
แท็กซี่ พ้อ โควิดเชียงราย ทำพิษ บางวันวิ่งรถ 40 โล ยังไม่เจอลูกค้า เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็นแท็กซี่ โดย คุณหมู-นคร แท็กซี่วัย 50 กว่าปี เผยว่า หิ้วกระเป๋าขึ้นรถไฟจากขอนแก่นมาหางานทำในกรุงเทพฯ มาเป็นคนล้างจาน ก่อนมีคนชวนไปขับแท็กซี่เมื่อปี 2533 “แท็กซี่มี 3 เกรด 1. คือแท็กซี่ส่วนบุคคล ที่ลูกๆ เรียนจบแล้วเขามาทำกัน ส่วนเกรดที่ 2 เป็นพวกไปๆ มาๆ ตามฤดูกาล คือ มีบ้านอยู่ต่างจังหวัด แต่เข้ามาขับรถในกรุงเทพฯ พอถึงเวลาเกี่ยวข้าวก็กลับไป และเกรดสุดท้าย คือ พวกไม่มีที่ไป ผมอยู่เกรดนี้ เพราะพ่อแม่เสียหมดแล้ว ไม่เคยกลับบ้านเลย ผมติดค่าเช่าทุกวัน ต้องจ่ายวันละ 500 แล้วแต่กะ วันไหนลูกค้าเยอะก็จ่ายครบ แต่เดี๋ยวนี้ลูกค้าน้อย คนรีบกลับบ้าน และอีกอย่างหนุ่มสาวออฟฟิศเขามีรถส่วนตัว ไม่ค่อยขึ้นแท็กซี่” คนขับแท็กซี่ เผยต่อว่า จากข่าวมีคนติดโควิดในจังหวัดเชียงราย ส่งผลกระทบ ซึ่งลากยาวมาตั้งแต่มีทหารติดโควิดที่ระยอง “บางวันวิ่ง 30-40 กิโล ยังไม่เจอลูกค้า ต้องอดทนกันไป จะทำยังไงได้ เรามันจับสลากได้เป็นลูกคนจน ต้องอดทน ถ้าไม่ขับรถก็ไม่รู้จะไปทำอาชีพอะไร อาชีพแท็
แท็กซี่ ชี้ เศรษฐกิจทำท่าดีขึ้น แต่คนไม่ค่อยใช้เงิน เพราะข่าวโควิด ระลอก 2 สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังไม่มีทีท่าว่ามนุษย์โลกจะกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติในเร็ววัน ส่งผลให้สภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกหยุดชะงัก ประเทศไทยเองก็เช่นกัน ในระหว่างทางกลับบ้านในวันหนึ่ง เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้พูดคุยกับหญิงวัย 63 ปี ที่ยึดอาชีพเป็นคนขับแท็กซี่ เธอให้ข้อมูลว่า เป็นคนขับรถแท็กซี่มาได้ 4-5 ปีแล้ว ช่วงนี้ สถานการณ์ทางเศรษฐกิจไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก “ตอนโควิดมา เศรษฐกิจมันเหมือนแย่ลง แต่หลังจากนั้น พอปรับตัวกันได้ก็เริ่มดีขึ้นตามลำดับ แต่พอมีข่าวว่าโควิดกำลังจะมารอบ 2 ก็เริ่มซาลง ปกติป้าขับรถก็เลิกดึก 5 ทุ่ม เที่ยงคืนนะ แต่ตอนนี้สัก 4 ทุ่มไปแล้วก็เงียบสนิท ไม่ค่อยมีคนเลย ภาระก็เยอะ ดีที่ส่งลูกเรียนจบหมดแล้ว เหลือแต่พวกค่าส่งรถ จะให้ไปขายของ ก็ไม่ใช่งานถนัด เลยยึดอาชีพนี้แหละ ตอนนี้อย่าว่าแต่พันนึงเลย 5 ร้อยยังหายาก ก็น่าจะเพราะทั้งโรคด้วย ทั้งคนไม่ค่อยใช้ตังค์กันด้วย เพราะเงินมันหายากขึ้นน่ะนะ” คุณป้า กล่าว ก่อนจะจ่ายเงินค่าโดยสารและแยกย้ายไปตามทาง ————————————————————–———————————————————–
ไม่มีทุนก็มาได้! ‘เจ๊จง’ ชวนวินมอเตอร์ไซค์-แท็กซี่ รับหมูทอดไปขาย กำไรกล่องละ 7 บาท วันที่ 17 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจ ร้านหมูทอดเจ๊จง โพสต์ภาพพร้อมข้อความ ประกาศเชิญชวนพี่วินมอเตอร์ไซค์และลุงแท็กซี่ ให้มีรายได้เลี้ยงตัวในช่วงโควิด-19 มารับข้าวหมูทอดเจ๊จงไปขายตามหมู่บ้าน ในสไตล์ “เปิดท้ายขายข้าว กำไร 7 บาท ต่อกล่อง” เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จึงต่อไปยัง เจ๊จง เจ้าของร้านหมูทอดเจ๊จง เผยว่า ดร.ศิริกุล เลากัยกุล เจ้าของโครงการ “Chefs for Chance” เป็นผู้ที่ชักชวนให้ตนลุกขึ้นมาสู้ และแนะนำว่าให้มาช่วยเหลือคนที่กำลังเดือดร้อน และได้รับผลกระทบจากโควิด-19 “เราตอบตกลงทันที เพราะมองแล้วไม่ยากเกินกำลัง ให้มารับข้าวเราไปขาย เพราะเรามีแบรนด์ของตัวเองอยู่แล้ว สามารถออกไปขายแล้วได้เลย ขั้นตอนการสมัครให้เข้ามาหาเจ๊ เพื่อพูดคุยและสอบถาม และจะแนะนำให้ว่าต้องทำอย่างไรบ้าง วิ่งขายแถวไหน เพราะไม่อยากให้พื้นที่ทับซ้อน ถามว่าต้องมีทุนมั้ย ในวิกฤตแบบนี้คิดว่าหลายคนไม่มีทุน แค่ถ่ายสำเนาบัตรประชาชน แล้วเข้ามาหาเจ๊ได้เลย รับข้าวไปขายกี่กล่องก็ได้ ขายเสร็จค่อยมาจ่ายเจ๊ กำไรก็เอาR
ลุงแท็กซี่วัย 72 โดนพิษโควิด ปิดบัญชีรับบริจาคแล้ว ย้ำจะนำเงินบางส่วนไปช่วย รพ. วันที่ 15 เม.ย. จากกรณีโลกโซเชียลแชร์เรื่องราวของลุงแท็กซี่วัย 72 ปีท่านหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ไม่มีลูกค้ามาใช้บริการ จนต้องปรับตัวส่งพัสดุแทนส่งคน เพื่อเลี้ยงปากท้อง โดยล่าสุด ผู้ใช้เฟซบุ๊ก แป๋ว แว๋ว หรือ จิราพร คำภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ได้โพสต์ข้อความระบุว่า “ลุงสิทธิชัยปิดบัญชีรับเงินบริจาค ย้ำจะนำเงินบางส่วนไปบริจาคช่วย รพ. เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ลุงสิทธิชัย ใกล้ชิต กล่าวขอบคุณคนไทยทั้งน้ำตาหลังจากเพียงชั่วข้ามคืนเดียว มียอดเงินบริจาคเข้าบัญชีจำนวน 8 ล้าน 3 แสนบาท และตอนนี้ลุงได้ทำการปิดบัญชีไปแล้วนะคะ ลุงบอกว่าเงินจำนวนนี้จะนำไปสร้างบ้าน เพราะปัจจุบันเช่าเขาอยู่ ไม่เคยมีบ้านเป็นของตัวเอง และจะนำเงินไปบริจาคให้ รพ. ช่วยคุณหมอ คุณพยาบาล บริจาคซื้ออุปกรณ์ดับไฟป่าให้เจ้าหน้าที่ จ.เชียงใหม่ ช่วยมูลนิธิเพื่อคนขับแท็กซี่ เพราะเพื่อนร่วมอาชีพหลายคนก็เดือดร้อน รวมทั้งช่วยเหลือองค์กรกลุ่มคนเปราะบาง ตามความเหมาะสมต่อไป ลุงบอกว่าลุงไม่คิดไม่ฝันจะมีคนช่วยเยอะขนาดนี้ และลุงจะต
แท็กซี่ปรับบริการ! จากส่งคนเป็นส่งของให้เคอรี่ หลังพัสดุล้นช่วงโควิด จากวิกฤตโควิด-19 ที่เกิดขึ้น ส่งผลให้ประชาชนสั่งของจำนวนมาก โดยล่าสุดพบว่า เพจ Smart Taxi.,Ltd ได้ปรับตัว เปลี่ยนจากรับส่งคนมาส่งของ ร่วมกับ เคอรี่ เอ็กซ์เพรส ซึ่งประสบปัญหาในการส่งของซึ่งมีจำนวนมากในช่วงนี้ ภายใต้บริการที่ชื่อว่า “Smart Kerry” ตัวแทนของสมาร์ตแท็กซี่ เผยว่า จากวิกฤตโควิด-19 ที่เกิดขึ้น ส่งผลให้คนขับแท็กซี่มีรายได้ลดลง เมื่อดูข้อมูลจาก GPS พบว่า คนขับแท็กซี่มีรายได้เฉลี่ย 500-600 บาทต่อวัน ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นกับอาชีพนี้มาก่อน บวกกับช่วงนี้ทางเคอรี่ เอ็กซ์เพรส ประสบปัญหาเรื่องการส่งของ โดยก่อนหน้านี้ เคอรี่ เอ็กซ์เพรส ส่งพัสดุในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ประมาณ 3 แสนชิ้นต่อวัน แต่เมื่อเกิดวิกฤตโควิด-19 ประชาชนนิยมสั่งของออนไลน์มากขึ้น ทำให้มีพัสดุเพิ่มขึ้นเป็น 6 แสนชิ้นต่อวัน ทางสมาร์ตแท็กซี่จึงมีแนวคิดปรับรูปแบบให้บริการจากส่งคนเป็นส่งของ ซึ่งตามกฎหมายไม่ได้ห้ามไว้ จึงลองติดต่อเข้าไปทางเคอรี่ เอ็กซ์เพรส ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี เนื่องจากไม่เคยทำแบบนี้มาก่อน “ในเบื้องต้นจะนำรถแท็กซี่ที่ติดตั้งระบบของส
