แอลกอฮอล์
หมอออกโรงเตือน! แอลกอฮอล์ และยา 5 ประเภท ทำเสี่ยงหยุดหายใจ นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ กล่าวว่า กลไกการหายใจของคนเราไม่ได้เริ่มจากอก แต่เริ่มจากสมอง ที่เป็นดั่งศูนย์บัญชาการใหญ่ สั่งลงไปให้หายใจแบบอัตโนมัติ จัดให้มีการสูดลมหายใจเข้าปอดเติมออกซิเจนไปให้ลดความเข้มข้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นเองแบบไม่ต้องร้องขอ ดังนั้น การแกล้งกลั้นหายใจเองให้ตายแบบในละครนั้น ทำไม่ได้ เว้นไว้เสียแต่ว่าจะถูกทำให้หยุดหายใจด้วยเหตุใดๆ ก็ตาม “ความน่าห่วงอยู่ตรงนี้ที่มีกิจกรรมบางเรื่อง ทำให้เกิดเรื่องขึ้นได้อาจโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม เช่น การดื่มแอลกอฮอล์หรือกินยานอนหลับ สำหรับหลายคนอาจไม่ตายเพราะบอกว่าทำอยู่หลายครั้งตลอดชีวิตไม่เห็นเป็นไร แต่อย่าลืมว่าปัจจัยเสี่ยงแต่ละคนไม่เหมือนกัน ถ้าดื่มหนักๆ หรือถูกกรอกเหล้าเข้าปากมากจนแอลกอฮอล์เกินขนาด ก็อาจตายได้ หรือบางคนตั้งใจกินยานอนหลับเพื่อฆ่าตัวตาย หนักหน่อยกินยานอนหลับหรือสารกดประสาทพร้อมสาดแอลกอฮอล์ตาม” นพ.กฤษดา กล่าว และว่า ทั้งนี้ ปัญหาที่พบบ่อยคือ การใช้สารกดประสาทร่วมกันและเกินขนาด ทำให้ส่วนของสมอง
อย.ชี้ชัด ห้ามโฆษณาเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์ โยง เบียร์ เล็งเอาผิดคนรีวิว อย. แจงเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์เป็นเครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท การโฆษณาต้องขออนุญาต อย. ก่อน โดยต้องไม่สื่อให้ผู้บริโภคเกิดความเข้าใจผิดทั้งทางตรง ทางอ้อม หากตรวจสอบพบการกระทำผิด จะดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมขอความร่วมมือผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหาร และยา เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีบริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เปิดตัวสินค้าใหม่เป็นเครื่องดื่มมอลต์ไม่มีแอลกอฮอล์ และพบว่ามีการโฆษณาในทำนองว่า เป็นเบียร์ไม่มีแอลกอฮอล์ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ขอชี้แจงว่า เบียร์จัดเป็นสุรา ตาม พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 ซึ่งหมายถึงวัตถุทั้งหลายหรือของผสมที่มีแอลกอฮอล์ ซึ่งสามารถดื่มกินได้เช่นเดียวกับน้ำสุรา แต่ไม่รวมถึงเครื่องดื่มที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ไม่เกิน 0.5 ดีกรี การนำเบียร์ มาสกัดแอลกอฮอล์ออกหรือลดปริมาณแอลกอฮอล์ลงให้ไม่เกิน 0.5 ดีกรี หรือไม่เกินร้อยละ 0.5 จัดเป็นเครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท โดยผลิตภัณฑ์ต้องมีคุณภาพมาตรฐานเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้ว
เมื่อไม่นานมานี้ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ กรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง ทำพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ความร่วมมือส่งเสริมและเพิ่มประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์เพื่อการแพทย์และสาธารณสุขไทย ในการร่วมกันวิจัยและพัฒนาแอลกอฮอล์เพื่อการแพทย์และสาธารณสุข สำหรับการดูแลสาธารณสุขต่างๆ เพื่อประโยชน์ของประชาชน ตามแผนยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 โดยมุ่งหวังที่จะสร้างความร่วมมือทั้งด้านการพัฒนาคุณภาพ การวิจัย และความร่วมมือทางวิชาการระหว่างหน่วยงานภาครัฐอย่างเป็นรูปธรรม รศ.นพ.วิศิษฎ์ วามวาณิชย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช เปิดเผยว่า แอลกอฮอล์เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งและเป็นเวชภัณฑ์พื้นฐาน ทั้งในทางการแพทย์และในชีวิตประจำวันของคนไทย สำหรับโรงพยาบาลศิริราช แอลกอฮอล์ถือได้ว่ามีบทบาทที่สำคัญมาก สำหรับการรักษาพยาบาลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องทั่วไปอย่างการทำความสะอาดแผล ฆ่าเชื้อโรค ฉีดยา และการนำมาใช้ทำความสะอาดป้องกันอุปกรณ์ต่างๆ โดยเฉพาะสำหรับบุคลากรการแพทย์ไม่ว่าจะเป็นพยาบาล แพทย์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ล้วนมีความจำเป็นที่จะต้องใช้แอลกอฮอล์ในการทำความสะอาดมือและอวัยวะอื่นๆ
ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัย เวสต์ ออฟ อิงแลนด์ ในเมืองบริสตอล ประเทศอังกฤษ ได้พัฒนาหาหนทางที่จะเปลี่ยนปัสสาวะของมนุษย์ที่ถูกขับถ่ายออกมาให้แปรสภาพเป็นพลังงานที่ใช้ในระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ โดยเบื้องต้น ทดสอบเฉพาะปัสสาวะในทางเคมี ซึ่งมุ่งหวังที่จะสกัดให้เป็นพลังงานใช้กับรถยนต์ได้ในอนาคตด้วย โดยทีมนักวิจัยจากบริสตอลได้ลองใช้ระบบการสกัดจุลินทรีย์จากเซลล์ในปัสสาวะมาสกัดเชื้อเพลิงเพื่อสร้างพลังงานที่คล้ายการใช้ระบบอินทรีย์สาร ซึ่งขณะนี้ยังสกัดในส่วนที่อาจจะนำมาทำเป็นพลังงานได้ไม่มากนัก แต่เห็นผลว่าสามารถทำได้บ้าง ทั้งนี้มีการทดสอบภาคสนามโดยทีมนักวิจัยได้เก็บปัสสาวะจากทั้งในบริเวณมหาวิทยาลัย และไปถึงเทศกาลดนตรีดัง แกลสตันบิวรี่ที่มีผู้คนจำนวนมาก เพื่อทำการเก็บปัสสาวะเพศชายจำนวนมาก ซึ่งเมื่อนำปัสสาวะจำนวนมากขนาดที่่ว่ามาไปทดสอบสามารถสร้างพลังงานในระดับไฟแอลอีดีในร้านหนึ่งร้าน นักวิจัยระบุว่า การเก็บปัสสาวะจำนวนมากที่ผ่านมาเพื่อแปรสภาพให้เป็นพลังงานไฟฟ้านั้นด้วยจำนวนดังกล่าวสามารถให้พลังงานในการชาร์จสมาร์ทโฟน และอาจมีประโยชน์ในพื้นที่ทุรกันดารหรือขาดแคลนด้านสาธารณูปโภค แม้การศึกษาวิจัยจะเพิ่งเริ่มและ
