โชห่วย
แม็คโคร จัด “วันโชห่วยไทย” รูปแบบออนไลน์ ลดต้นทุน ช่วยผู้ประกอบการ นับเป็นปรากฏการณ์สำคัญสำหรับผู้ประกอบการค้าปลีกรายย่อย หรือ โชห่วย ทั่วประเทศ เพราะ “แม็คโคร” ได้ผนึกพันธมิตรทางธุรกิจจัดงาน “วันโชห่วยไทย ชี้ช่องรวย โชห่วยไทย วิถีใหม่” ในวันที่ 25-31 สิงหาคมนี้ ผ่านเฟซบุ๊ก แม็คโครคู่คิดธุรกิจคุณ เชื่อมต่อช่องทางทั้งออนไลน์และออฟไลน์ คือทุกสาขาของแม็คโครทั่วประเทศเข้าด้วยกัน เพื่อกระจายการเข้าถึงและช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยที่เป็นร้านค้าปลีกในชุมชน ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังคงรุนแรง งานนี้จะทำให้ผู้ประกอบการโชห่วย เข้าถึง “โอกาส” การสร้างรายได้ ลดต้นทุน จากสินค้าหลากหลายรายการจากพันธมิตรที่ขนทัพมาลดราคาเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายเล็ก พร้อมจัดช่วงคืนกำไร ด้วยสินค้านาทีทอง ให้ CF กันสนุกๆ รวมทั้งยังมีผู้เชี่ยวชาญของศูนย์แม็คโครมิตรแท้โชห่วย มาบอกเทคนิคการปรับปรุงร้านค้าสู่การเป็นสมาร์ทโชห่วย เพิ่มรายได้จากเทคโนโลยี และทางเลือกใหม่ๆ เสริมความรู้ให้โชห่วยไทยแข็งแกร่งขึ้น “วันโชห่วยไทย” มีกำหนด ไลฟ์สด ทางเฟซบุ๊ก แม็คโครคู่คิดธุรกิจคุณ เติมเต็มความรู้และเทคนิคการจัดการร้
ฝ่ากระแสล็อกดาวน์ ซื้อของใกล้บ้าน โอกาสในวิกฤต ของโชห่วยไทย หลังจาก แม็คโคร และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ จับมือกันสนับสนุน สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) เดินหน้ามอบชุดสินค้าอุปโภค-บริโภค ภายใต้ ‘โครงการ ซื้อง่าย ถูกใจ ใกล้ชุมชน’ ให้แก่ร้านค้าในสังกัดกองทุนหมู่บ้านฯ อย่างต่อเนื่อง เสียงสะท้อนของ “โอกาสในวิกฤต” ก็ดังขึ้นจากร้านค้าเล็กๆ ในชุมชนหลายแห่ง เช่นเดียวกับ “ร้านค้าประชารัฐ กองทุนหมู่บ้านชุมชนเมือง ชุมชนพรหมสัมฤทธิ์” ย่านดอนเมือง ที่มี คุณอดิเรก สังข์นุช เป็นประธาน ร้านนี้เป็นหนึ่งใน 3,500 ร้านค้าในสังกัดกองทุนหมู่บ้านฯ ที่ได้รับชุดสินค้าอุปโภค-บริโภค สินค้าขายดีสำหรับร้านโชห่วยฟรี 23 รายการ ไปต่อยอดให้ร้านค้าเล็กๆ ในชุมชนได้มีกำลังใจต่อสู้กับวิกฤตโควิด-19 “ร้านของเราเป็นร้านค้าเล็กๆ มีสมาชิกเป็นคนในชุมชน พอได้รับสินค้าจากโครงการมาต่อยอดในสถานการณ์เช่นนี้ รู้สึกเลยว่ายังมีโอกาสเข้ามาช่วยร้านค้าและสมาชิก ทำให้มีสินค้าหมุนเวียน มีรายได้เพิ่มขึ้นเพื่อต่อยอดรายได้ให้ร้านค้าดำเนินต่อไปได้” คุณอดิเรก เผยความรู้สึก สำหรับรายการสินค้าที่ได้รับจำนวน 23 รายการ
ห่วง โชห่วย ไม่ปรับตัว อยู่ยากแน่ อดีตประธานค้าปลีก เสนอตั้ง สภาเอสเอ็มอี จากการสัมมนาในหัวข้อ จับสัญญาณธุรกิจโชห่วย หลังโควิดจะรุ่งได้อย่างไร จัดโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เมื่อเร็วๆ นี้ คุณวรวุฒิ อุ่นใจ อดีตประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย กล่าวบรรยายในงานสัมมนาว่า สถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย ส่งผลกระทบต่อทั้งระบบ และคาดว่าจะเป็นเช่นนี้ไปอีกประมาณ 6 เดือน และในช่วงเวลาดังกล่าวเราไม่อาจรู้ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นมาอีก ดังนั้น ผู้ประกอบการรายย่อย โชห่วย จึงต้องเร่งปรับตัวเพื่อให้อยู่ได้ในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงสูง ทั้งนี้มองว่า ภาพรวมธุรกิจโชห่วยของไทยในวันนี้กับเมื่อ 30-40 ปีที่แล้ว ไม่มีความแตกต่างมากนัก ขณะที่เมื่อเทียบกับหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น ฮ่องกง สิงคโปร์ พวกเขาเปลี่ยนเป็นโมเดิร์นเทรดกันหมดแล้ว แต่ของไทยมีแต่จะลดจำนวนลงด้วยหลายปัจจัย เช่น คนรุ่นใหม่ไม่อยากสืบทอดธรุกิจครอบครัว ไม่มีการใช้เทคโนโลยีในการซื้อขายมากนัก ร้านค้าปลีกจำนวนมากไม่มีระบบบัญชีที่ดี ทำให้ไม่สามารถคำนวณต้นทุนที่แท้จริงได้ นอกจากนี้ ผู้ประกอบการไม่ยอมเปลี่ยนระบบความคิด ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง ทำให้การขยับขยาย
“สมคิด”จวกขรก.ใส่เกียร์ว่าง ขณะที่นักลงทุนไทย-เทศชะงัก จับตาผลการเลือกตั้ง เอกชนมั่นใจหลัง 24 มี.ค. ชี้ชัดอนาคตไทยต้องไม่ทะเลาะ รัฐบาลใหม่เดินหน้านโยบายต่อเนื่องหนุนจีดีพีโตทะลุ 4.1% ชี้บาทแข็งสะท้อนพื้นฐานศก.ไทยแกร่ง นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษในการประชุมคณะกรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ว่ายอมรับช่วงใกล้เลือกตั้งข้าราชการเกียร์ว่าง ดังนั้นครึ่งแรกของปี 2562 นี้จะเต็มไปด้วยความผันผวน ไม่มีพลัง เพราะทุกคนหยุดดู การลงทุนทั้งในและต่างประเทศก็หยุดดู การขับเคลื่อนก็ไม่มีพลังเหมือนปีที่ผ่านมา แต่เชื่อว่ารัฐบาลชุดนี้จะประคองครึ่งปีนี้ให้ผ่านไปได้ “หลังการเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค.นี้ ถ้ามีสัญญาณความต่อเนื่องของนโยบาย ผมเชื่อว่า ครึ่งหลังของปีนี้เศรษฐกิจไทยจะไปได้ต่อเนื่องแน่นอน เพราะเรามีโครงการลงทุนอยู่ในมือ ซึ่งตอนนี้ทั้งกดทั้งอัดทั้งดันโครงการท่าเรือมาบตาพุด/แหลมฉบัง สนามบินเป็นการตอกย้ำว่าอีอีซีได้เกิดแล้ว การส่งออกครึ่งปีหลังก็ไม่น่าจะเลวร้ายไปกว่าครึ่งปีแรก การบริโภคภายในก็จะดีขึ้น การผลิตภาคอุตสากรรมขยายตัว การท่องเที่ยวมีความเชื่อมั่น เมื่อทุกภา
เปิดต้นแบบร้านโชห่วย พร้อมเคล็ดลับ ทำยังไงให้อยู่รอด ตั้งแต่สมัยก่อนแล้วที่คนไทยเริ่มซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้า นำผักปลามาวางขายกันอย่างเรียบง่าย ไม่ได้มีหน้าร้านชัดเจน เพียงตั้งขายเป็นครั้งคราวบนโต๊ะไม้ธรรมดา แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนรูปแบบร้านได้ถูกพัฒนาขึ้นใหม่ให้ครบวงจรมากขึ้น จำหน่ายสินค้าสารพัดสิ่ง ที่เราให้คำจำกัดความกันว่า “ร้านโชห่วย” มาจากภาษาจีนฮกเกี้ยน แปลว่า ร้านขายของชำ หรือร้านสะดวกซื้อ นั่นเอง แต่เพราะร้านโชห่วยในปัจจุบันไม่ได้รับการปรับปรุงให้ทันสมัย อีกทั้งยังต้องแข่งขันกับร้านสะดวกซื้อ 24 ชั่วโมงอีก ทำให้จำนวนร้านโชห่วยที่เคยเปิดหนาแน่นเหลือเพียงไม่กี่ร้าน อั้ยยะ มาร์เก็ต (I-YA MARKET) ร้านโชห่วยจากจังหวัดสุรินทร์ ต้นแบบร้านโชห่วย 4.0 ครบวงจร จากการเข้าร่วมโครงการพัฒนาร้านค้าปลีกทายาทโชห่วย…โชว์เสน่ห์ ปี 2561 ที่บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) จัดขึ้น โดยมี คุณยะ-วัชระ แพ่งศรีสาร เป็นเจ้าของร้าน “ร้านนี้เปิดมาได้เพียงหนึ่งปี แต่ก่อนผมเป็นพนักงานบริษัท ทำงานจนไม่มีเวลาดูแลครอบครัว พี่ชายเลยชวนกลับบ้าน เสนอไอเดียให้เปิดร้านที่จังหวัดสุรินทร์ เพราะจะได้ดูแลร้านและดูแ
แม็คโคร จัดงานครั้งยิ่งใหญ่ประจำปี “ตลาดนัดโชห่วย ครั้งที่ ๑๐” หวังเพิ่มศักยภาพโชห่วยไทย ภายใต้แนวคิด โชห่วย 4.0 “คู่คิด…เพื่อชีวิตที่ดีกว่า” นายบุญยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ร้านค้าปลีกหรือร้านโชห่วย อยู่คู่กับคนไทยมาแต่ดั้งเดิม มีรากเหง้ามาจากสังคมและวัฒนธรรมพื้นบ้าน นับเป็นฟันเฟืองเล็กๆ ในการสนับสนุนเศรษฐกิจฐานรากของไทย หวังว่าทุกกิจกรรมในงาน “ตลาดนัดโชห่วย ครั้งที่ 10” ครั้งนี้ จะช่วยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการร้านค้ามีความเข้มแข็งมากขึ้น มีไอเดีย และแรงบันดาลใจใหม่ๆ ในการพัฒนาและต่อยอดร้านค้าของตนเองให้ทันกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป นางสุชาดา อิทธิจารุกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจสยามแม็คโคร เปิดเผยว่า งาน ตลาดนัดโชห่วย ครั้งที่ 10 ได้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด โชห่วย 4.0 “คู่คิด…เพื่อชีวิตที่ดีกว่า” เพื่อสร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้ประกอบการกลุ่มธุรกิจร้านค้าปลีกรายย่อย โดยมุ่งเน้นการนำเสนอแนวคิด ในการพัฒนาร้านค้าปลีกโดยการประยุกต์ใช้นวัตกรรมให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุค Thailand 4.0 พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางการค้า เชื่อมโยงธุรกิจร้านค
5 หน่วยงานผนึกกำลังดันร้าน “โชห่วย” ซื้อขายผ่านออนไลน์ ตั้งเป้า 750 ร้านในปีหน้า นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า โครงการโชห่วย 4.0 เกิดขึ้นเพราะรัฐบาลเล็งเห็นปัญหาความเดือดร้อนของร้านโชห่วยในชุมชน ที่ไม่สามารถแข่งขันในตลาดจำหน่ายสินค้าอุปโภคและบริโภคได้ จึงนำมาสู่การพัฒนาช่องทางการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ แบบ B2B (Business to Business) ผ่านแอพพลิเคชั่นหรือเว็บไซต์ ซึ่งยึดหลักตามอูเลโมเดลจากประเทศจีน ภายใต้การผนึกกำลังของ 5 หน่วยงาน ระหว่างกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร “ในระยะแรกของโครงการจะเริ่มนำร่อง 3 จังหวัด คือสมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา และชลบุรี กำหนดเป้าหมายร้านโชห่วยเข้าร่วมโครงการอย่างน้อย 750 ร้านภายในเดือนมกราคม 2562 ตั้งเป้าให้แต่ละร้านมีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่าร้อยละ 10 คาดว่าจะขยายให้ครอบคลุมทุกจังหวัดราว 40,000 ร้านได้ใน 3 ปี” นายกอบศักดิ์ กล่าว ขณะที่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางหลักระหว่างร้านโชห่วยกับผู้ผลิต บริหารคำสั
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการกรมพัฒนาธุรกิจการค้า จัดประชุมร่วมกับหน่วยงานของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท.) ซึ่งได้ประชุมหารือกันไปในสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อเร่งรัดยกระดับร้านค้าปลีกดั้งเดิม (โชห่วย) และร้านค้าชุมชน ให้เป็นร้านค้าปลีกที่สามารถขายสินค้าได้ทั้งทางออฟไลน์และออนไลน์ รวมถึงเป็นจุดศูนย์รวมแหล่งกระจายสินค้าของชุมชน และเชื่อมโยงระหว่างชุมชนได้ หรือเรียกว่า ไฮบริด โชห่วย โดยจะเริ่มขับเคลื่อนงานอย่างจริงจังในเดือนพ.ย.นี้ หลังจากก่อนหน้านี้หน่วยงานดังกล่าวได้หารือกันมาเป็นระยะ “จะพัฒนาร้านค้าให้เป็นไฮบริด โชห่วย จากร้านที่เข้าร่วมโครงการร้านค้าธงฟ้าประชารัฐก่อน ตั้งเป้าหมายในระยะแรกทำให้เกิดขึ้น 100-200 แห่ง ในช่วง 2 เดือนที่เหลือของปีนี้ จะทยอยทำไปเรื่อยๆ ถึงปีหน้าจนกว่าจะครบเป้าหมาย สำหรับร้านค้าไฮบริด โชห่วยนี้ ถือเป็นการยกระดับจากร้านค้าแบบเดิม ด้วยการเติมระบบอิเล็กทรอนิกส์และไอทีเข้าไปช่วยบริหารจัดการ กลายเป็นร้านค้ารูปใหม่ที่ทันสมัย และเป็นพันธุ์ผสม ซึ่งเป็นมิตรกับชุมชนอยู่แล้ว ขายของผ่านหน้าร้าน และข
