โรคระบาด
กาตาร์ ประกาศ ห้ามผู้โดยสารที่เดินทางมาจากไทยเข้าประเทศ ป้องกันโควิด-19 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 9 มี.ค. เป็นต้นไป วันที่ 9 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก Royal Thai Embassy Doha : สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโดฮา โพสต์ประกาศสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโดฮา กาตาร์ระงับการเข้าเมืองผู้ที่เดินทางจากไทย ระบุว่า เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2563 กรมประชาสัมพันธ์กาตาร์ประกาศมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด COVID-19 ในกาตาร์ เพิ่มเติมโดยการระงับการเข้าเมืองชั่วคราวของผู้เดินทางมาจาก 14 ประเทศ คือ บังกลาเทศ จีน อียิปต์ อินเดีย อิหร่าน อิรัก เลบานอน เนปาล ปากีสถาน ฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้ ศรีลังกา ซีเรีย และ ไทย โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป ทั้งผู้ที่มีถิ่นที่อยู่และการได้รับยกเว้นวีซ่าเข้าประเทศ มาตรการนี้จะส่งผลกระทบต่อคนไทยที่จะเดินทางเข้ามายังกาตาร์ เพราะอาจจะประสบปัญหาไม่สามารถเข้ากาตาร์ได้ชั่วคราว ทั้งประเภทที่เข้ากาตาร์โดยได้รับการยกเว้นวีซ่า หรือมีวีซ่าอยู่แล้ว รวมทั้งท่านที่มีบัตรถิ่นที่อยู่ (QID) อยู่แล้วด้วย จึงขอให้คนไทยทุกท่านที่กำลังเดินทางไปไทย หรือเดินทางจากไทยเข้ากาต
ราชกิจจาฯ ประกาศหลักเกณฑ์ ช่วยเหลือเยียวยาผู้ป่วยโควิด-19 มีผล 5 มี.ค. เมื่อวันที่ 4 มี.ค. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการช่วยเหลือเยียวยาแก่ผู้ป่วยฉุกเฉินโรคติดต่ออันตราย ตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID-19)) การระดมทรัพยากรและมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือเยียวยาและการจัดให้มีการส่งต่อผู้ป่วยไปยังสถานพยาบาลอื่น โดยมีรายละเอียดว่า โดยที่มีประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ชื่อและอาการสำคัญของโรคติดต่ออันตราย (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2563 โดยกำหนดให้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID-19)) เป็นโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมของสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลในการช่วยเหลือเยียวยาผู้ป่วยฉุกเฉินโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID-19)) ตามมาตรา 33/1และมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 ซ
ลูกค้าเมืองไทยประกันชีวิตรับฟรี! ความคุ้มครองโรคโควิด-19 แค่โหลด “MTL Click” วันที่ 2 มี.ค. นายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีความห่วงใยต่อผู้เอาประกันภัย จากสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้เอาประกันภัยที่มีการซื้อสัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็น สัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพแบบ อีลิท เฮลท์ โครงการเอ็กซ์ตร้า แคร์ พลัส และสัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพแบบ สมาร์ทเฮลธ์ รวมไปถึงสัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพอื่นๆ หากผู้เอาประกันภัยเจ็บป่วยโดยมีสาเหตุจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 บริษัทฯ จะให้ความคุ้มครองตามจำนวนเงินผลประโยชน์ที่กำหนดไว้ในตารางกรมธรรม์ประกันภัย ภายใต้เงื่อนไขความคุ้มครองของกรมธรรม์สัญญาเพิ่มเติมประกันภัย ซึ่งผู้เอาประกันภัยสามารถศึกษาได้จากรายละเอียดกรมธรรม์ที่ตนเองทำไว้ ทั้งนี้ ด้วยสถานการณ์การระบาดของไวรัสดังกล่าวยังมีอย่างต่อเนื่อง และเพื่อเป็นการมอบความอุ่นใจให้แก่ลูกค้าของเมืองไทยประกันชีวิต ทั้งประกันภัยรายเดี่ยวและประกันกลุ่ม บริษัทฯ จึง
กรมการค้าภายใน เผย วัตถุดิบผลิตหน้ากากอนามัยเริ่มขาด มั่นใจมีพอแน่ถ้า ปชช.แบ่งกันใช้ ไม่กักตุนสินค้า วันที่ 2 มี.ค นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า จากปัญหาหน้ากากอนามัยขาดแคลน ในขณะนี้โรงงานในประเทศมีกำลังการผลิตที่จำกัด 1,350,000 ชิ้นต่อวัน ประกอบกับปัญหาวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตเริ่มขาดแคลนและหายาก กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน ได้รับมอบหมายให้จัดระเบียบให้โรงงานผลิตกระจายหน้ากากโดยแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ จัดสรรให้กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงสาธารณสุข รวมวันละ 600,000 ชิ้น โดยให้บุคลากรทางการแพทย์ 350,000 ชิ้น ผ่านโรงพยาบาลโดยตรง 150,000 ชิ้น ผ่านองค์การเภสัชกรรม 200,000 ชิ้น และส่งมาที่กรมการค้าภายใน 250,000 ชิ้น เพื่อกระจายไปยังสมาคมร้านขายยา การบินไทย ร้านธงฟ้า เซเว่นอีเลฟเว่น แฟมิลี่มาร์ท บิ๊กซี เทสโก้ โลตัส ขายให้ประชาชนคนละไม่เกิน 1 แพ็ก แพ็กละ 4 ชิ้น ราคาชิ้นละ 2.50 บาท รวมจำหน่ายแพ็กละ 10 บาท ในส่วนที่เหลืออีก 750,000 ชิ้น/วัน โรงงานอุตสาหกรรมดำเนินการบริหารจัดการตามการค้าปกติ นอกจากนี้ ในเรื่องของวัตถุดิบ กระทรวงพาณิชย์ได้สั่งการให้ทูตพาณิชย์จัดหาแหล่งวัตถุดิบใหม
เดอะมอลล์ กรุ๊ป ชี้เเจง ข่าวลือ พนักงานสาขาบางกะปิ ติดเชื้อโควิด-19 ไม่เป็นความจริง เมื่อวันที่ 1 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด แถลงคำชี้เเจง กรณีข่าวลือเรื่องพนักงานขายของในห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ บางกะปิ ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ระบุว่า สืบเนื่องจากกรณีที่มีการเผยแพร่ข่าวผ่านสื่อต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องพนักงานขายของ ในห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ บางกะปิ ติดเชื้อไวรัส COVID-19 นั้น ทางบริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป ได้ทำการตรวจสอบแล้ว จึงขอเรียนชี้แจงให้ทราบว่าข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด สำหรับพนักงาน เจ้าหน้าที่ และผู้ให้บริการทั้งในส่วนของห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้า รวมถึงร้านค้าผู้เช่า ได้จัดให้มีการตรวจคัดกรอง และวัดอุณหภูมิร่างกายพนักงานทุกวัน พร้อมทั้ง ให้พนักงานทุกคนสวมหน้ากากอนามัยในจุดที่ให้บริการใกล้ชิดลูกค้า โดยหากพบพนักงานมีอุณหภูมิร่างกายสูง หรือมีการเข้าข่ายเป็นโรคหวัดให้ไปพบแพทย์ทันที และให้หยุดปฏิบัติงานทันที 14 วัน ตามข้อบังคับของกระทรวงสาธารณสุข ทั้งนี้ ห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าในกลุ่มเดอะมอลล์ ทุกสาขา ได้เคร่งครัดปฏิบัติตามมาตรการการเฝ้าระวังแล
อนุทิน ประชุม เตรียมแผนรับมือระดับ 3 โควิด-19 ขอ ปชช.งดเดินทางไปประเทศที่มีการระบาด เมื่อวันที่ 27 ก.พ. ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ประชุมคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข คณะผู้เชี่ยวชาญ และผู้บริหารระดับสูงกระทรวงสาธารณสุข ได้ร่วมหารือนโยบายและยุทธศาสตร์กำหนดแนวทางการดำเนินงานของกระทรวงสาธารณสุข รองรับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข ได้รับมือกับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 มาเป็นเวลาเกือบ 2 เดือนแล้ว เราพบผู้ป่วยยืนยันเพียง 40 ราย รักษาหายไปแล้ว 27 ราย กำลังรักษา 13 ราย จากตัวเลขตรงนี้ หากมองในแง่ดีจะพบว่า อัตราการรักษาหายมีมากถึงร้อยละ 67 ผู้ป่วยที่พบติดเชื้อมาจากต่างประเทศ และทราบต้นตอการติดเชื้อชัดเจน ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินงานเพื่อยืดระยะเวลาของการระบาด ให้สถานการณ์ในประเทศยังอยู่ในระยะที่ 2 ให้นานที่สุด ยืนยันว่ายังไปไม่ถึงระดับ 3 แต่ถ้าเข้าสู่ระดับ 3
10 สถานที่เสี่ยง แพร่กระจายเชื้อไวรัสโควิด-19 จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ยังคงมียอดผู้ติดเชื้อเพิ่มจำนวนขึ้นในทุกวัน ในเบื้องต้นประชาชนควรป้องกันตนเอง และหลีกเลี่ยงสถานที่เสี่ยง โดย 10 สถานที่เสี่ยง มีดังนี้ 1.สถานที่ราชการ/สถานที่ทำงาน ควรทำความสะอาดบริเวณที่สัมผัสบ่อยๆ เช่น โต๊ะทำงาน คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ที่ใช้ในการทำงาน ที่จับประตู ห้องสุขา 2.เรือโดยสาร ให้นำแอลกอฮอล์เจลล้างมือวางไว้พื้นที่ส่วนกลาง เช่น ห้องจำหน่ายตั๋ว และหมั่นทำความสะอาดราวจับ เก้าอี้นั่งในเรือ ที่เท้าแขน ราวบันได 3.ห้างสรรพสินค้า/โรงแรม/ฟิตเนส นำแอลกอฮอล์เจลล้างมือวางไว้บริเวณทางเข้า-ออก บริเวณหน้าลิฟต์ และหมั่นทำความสะอาดที่จับประตู ห้องสุขา 4.โรงพยาบาล นำแอลกอฮอล์เจลล้างมือวางไว้บริเวณที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมาก หมั่นทำความสะอาดที่นั่ง ที่จับประตู ห้องสุขา 5.ปั๊มน้ำมัน หมั่นทำความสะอาดห้องสุขาซึ่งมีผู้ใช้บริการจำนวนมาก เน้นที่จับสายฉีดชำระ บริเวณพื้นห้องส้วม ที่รองนั่งโถส้วม ที่กดโถส้วม โถปัสสาวะ ที่เปิดก๊อกอ่างล้างมือ และกลอนประตูหรือลูกบิด 6.รถแท็กซี่/รถตู้โดยสาร/รถจักรยานยนต์รับจ้าง ทำความสะอาดหลังมี
8 ข้อแนะนำดีๆ ช่วยให้ห่างไกลจาก “เชื้อไวรัสโคโรนา” จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ที่ล่าสุดคร่าชีวิตผู้คนไปแล้ว 361 คน และมีจำนวนผู้ติดเชื้อรวม 17,205 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 3 ก.พ.) ในเบื้องต้นทุกคนสามารถดูแลและป้องกันตัวเองจากไวรัสโคโรนาด้วย 8 ข้อแนะนำง่ายๆ ดังนี้ 1.ผู้สัมผัสอาหารควรล้างมืออย่างสม่ำเสมอด้วยน้ำและสบู่ 2.ผู้สัมผัสอาหาร ควรสวมหน้ากากอนามัยขณะปฏิบัติงาน 3.หากผู้สัมผัสอาหารมีอาการคล้ายโรคระบบทางเดินหายใจ ให้หยุดปฏิบัติงานและไปพบแพทย์ทันที 4.จัดให้มีช้อนกลางทุกครั้งเมื่อต้องเสิร์ฟอาหารที่ต้องรับประทานร่วมกัน 5.ทำความสะอาดโต๊ะอาหารด้วยน้ำยาทำความสะอาด และน้ำยาฆ่าเชื้อโรคทุกครั้งหลังมีผู้มาใช้บริการ 6.ล้างภาชนะอุปกรณ์ให้สะอาด และฆ่าเชื้อโรคตามหลักสุขาภิบาลอาหาร 7.หมั่นเช็ดทำความสะอาดพื้นผิว และจุดที่สัมผัสร่วมกัน 8.จัดให้มีที่ล้างมือพร้อมสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจล สำหรับผู้บริโภค
อนุทิน เผยผู้ป่วยจีนติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ชื่นชมและมั่นใจ ระบบการรักษาของไทย เมื่อวันที่ 2 ก.พ. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมนายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และคณะผู้บริหาร เยี่ยมให้กำลังใจแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่ดูแลผู้ป่วย ยืนยันโรคปอดอักเสบติดเชื้อจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 นายอนุทิน กล่าวว่า การเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคยังคงเข้มข้นต่อเนื่องครบทุกคน ทุกเที่ยวบิน แม้ว่าจำนวนคนจีนที่เข้าประเทศไทย ลดน้อยลงมากกว่าร้อยละ 80 สถานการณ์โดยรวมของประเทศไทย ในด้านการป้องกันควบคุมการระบาดของโรค ทุกคนมีความพร้อมในการทำงาน ทำให้เกิดความมั่นใจ กล้าที่จะตัดสินใจที่จะทำให้การควบคุมโรค การรักษาโรค เป็นไปได้ดีมากยิ่งขึ้น นายอนุทิน กล่าวต่อว่า เข้าเยี่ยมให้กำลังใจผู้ป่วย ยืนยันโรคปอดอักเสบติดเชื้อจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ชาวจีน ที่ห้องแยกโรคความดันลบ ผ่านระบบกล้องวงจรปิด ที่ได้รับการรักษาจนอาการดีขึ้น รอกลับบ้านนั้น ผู้ป่วยได้กล่าวแสดงความขอบคุณแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ ที่ให้การดูแลรักษาพยาบาลเป็นอย่
ธปท. ขอสถาบันการเงิน ออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ ที่ได้รับผลกระทบจาก ‘ไวรัสอู่ฮั่น’ เมื่อวันที่ 30 ม.ค. นายรณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 แบงก์ชาติมีความห่วงใยลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว จึงขอความร่วมมือให้สถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ และผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ และสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพ พิจารณาให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว ดังนี้ 1. ด้านเงินทุนและสภาพคล่องแก่ลูกหนี้เพื่อให้ประกอบอาชีพหรือดำเนินธุรกิจต่อไปได้ เช่น ให้เงินทุนหมุนเวียนเพิ่มเติม ลดหรือยกเว้นดอกเบี้ย/ค่าธรรมเนียม 2. ผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้ และปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ปรับลดอัตราการผ่อนชำระหนี้บัตรเครดิตขั้นต่ำให้ต่ำกว่าร้อยละ 10 ของยอดคงค้าง 3. ผ่อนผันเพดานวงเงินชั่วคราวกรณีฉุกเฉินของสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ จนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 63
