ไก่ย่าง
ไก่จ๋า…ได้ยินไหมว่าเสียงใคร…เป็นข้อความตอนหนึ่งของเพลง ไก่จ๋า ที่ฟังแล้วคิดอยากกินไก่ย่างไม้มะดันสักมื้อ เป็นไก่ย่างสูตรพิเศษที่มีเสียงเล่าขานว่าเลิศรสความอร่อย ด้วยการเลือกนำไม้มะดันมาหนีบไก่ เมื่อนำไปย่างทำให้เนื้อไก่ย่างสีเหลือง ได้กลิ่นหอมพร้อมความอร่อย สินค้าดีมีคุณภาพในถิ่นอำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ เป็นโอกาสดีที่การเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ต้องผ่านเส้นทางไก่ย่างไม้มะดันห้วยทับทัน จึงได้แวะเข้าไปที่ร้านไก่ย่างแห่งหนึ่งทันที ขณะเดินผ่านบริเวณโรงครัวกลิ่นหอมก็โชยมาชวนให้ชิม เห็นมีคนมารอซื้อกลับบ้าน และมีคนสวมเสื้อซาฟารีกำลังพลิกกลับไก่บนเตาปิ้ง ทราบภายหลังว่า เป็น คุณพีปกรณ์ เฮงรัตนกุลเศรษฐ หรือ คุณโชค ผู้จัดการร้าน จึงได้พูดคุยกันพร้อมรวบรวมเป็นเรื่องราว ไก่ย่างไม้มะดันห้วยทับทัน…ไก่เศรษฐกิจ เลิศรสความอร่อย มาบอกเล่าสู่กัน คุณพีปกรณ์ เฮงรัตนกุลเศรษฐ หรือ คุณโชค ผู้จัดการร้านนายเฮงดีไก่ย่างไม้มะดัน คุณพีปกรณ์ เล่าให้ฟังว่า ต้องขอเล่าความถึงอดีตสักหน่อยว่า พื้นถิ่นที่แห่งนี้เคยอุดมสมบูรณ์ไปด้วยข้าวปลาอาหาร แต่ประชาชนก็ต้องพบกับปัญหาการเดินทาง เช่น จากอุบลราชธานี ไป-กลับกรุงเทพฯ ต้
“เค้าว่าผมบ๊องไปแล้ว ว่าตานี่บ้าๆ บอๆ เอาไก่มาย่างแบบเนี่ยมันไม่ๆๆ เป็นไปไม่ได้อ่ะ นี้พอนานๆ ไปใครเค้าผ่านมาก็เห็น ก็เออ…เออมันใช่ได้นะฮะ เลยเขายอมรับ นะฮะ แล้วก็มาหาว่าผมบ้าๆ บอๆ เหอๆๆ” ลุงศิลา สุทารัต เชฟไก่ย่างประสบการณ์สูงจากเมืองเพชรบุรี ที่เลือกใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในการย่างกล่าวกับเอเอฟพีพร้อมเสียงหัวเราะ ลุงศิลาได้ใช้ฝีมือและทักษะส่วนตัวในการสร้างเตาย่างพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่ ที่ประกอบด้วยกระจกนับพันชิ้นเพื่อสะท้อนแสงอาทิตย์ไปยังแผงตั้งไก่หมักที่ส่งกลิ่นหอมไปไกลท่ามกลางแสงอาทิตย์ที่ร้อนระอุ ก่อนหน้านี้ ลุงศิลาก็พอจะขายไก่ย่างให้กับลูกค้าท้องถิ่นได้จำนวนหนึ่ง แต่หลังจากที่คลิปย่างไก่ของลุงแกเผยแพร่ไปทั่วโลกโซเชียล ลูกค้าต่างถิ่นหรือแม้แต่ชาวต่างชาติก็แห่มาลิ้มลองด้วยความสนใจ ลุงศิลาเผยว่า ไอเดียนี้ลุงได้มาตั้งแต่เมื่อราว 20 ปี ก่อน หลังลุงแกถูกแสงแดดสะท้อนมาจากรถเมล์ที่วิ่งผ่าน ทำให้ลุงคิดได้ว่า น่าจะเปลี่ยนมาเป็นหลังงานที่เป็นประโยชน์ได้ ในช่วงเวลาที่ราคาน้ำมันกำลังพุ่งสูง และด้วยกรรมวิธีการย่างแบบนี้ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลานานกว่าปกติสักหน่อย แต่มันก็ทำให้ไก่ของลุงศิลามีความนุ่ม
ทันทีที่คุณทรวง ซึ่งจ่าย ชาวจีนที่มาตั้งรกรากอยู่ที่อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ เปลี่ยนจากอาชีพปลูกผักแล้วหันมาเลี้ยงไก่ขาย กระทั่งนำมาสู่การต่อยอดย่างไก่ขายเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว อีกทั้งในขณะนั้นอำเภอวิเชียรบุรียังไม่มีผู้ใดย่างไก่เป็นอาชีพ จึงนับได้ว่า คุณทรวง เป็นบุคคลแรกในอำเภอวิเชียรบุรี ที่ริเริ่มการย่างไก่ขาย คุณทรวงเริ่มจากการหาบไก่ย่างขายตามป้ายรถประจำทาง ในราคาขายไม้ละ 5 บาท ถ้าขายเป็นตัวราคา 20 บาท และใช้เวลาขายเช่นนี้อยู่นาน 2 ปี จนกระทั่งต่อมาได้พัฒนาเป็นร้านขายไก่บริเวณหน้าบ้าน แล้วตั้งชื่อร้านว่า “ไก่ย่างตาแป๊ะ” อย่างเป็นทางการเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2505 โดยครั้งแรก ขายเป็นไก่ย่างน้ำปลา ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นการย่างไก่ที่ใช้สมุนไพรในเวลาต่อมา จวบจนถึงปัจจุบัน ร้านไก่ย่างตาแป๊ะมีอายุยาวนานเป็นเวลากว่า 50 ปี สร้างชื่อเสียงเป็นที่รู้จักแพร่หลาย มีลูกค้าอุดหนุนเนืองแน่นไม่ขาดสาย จนต้องเปิดสาขา 2 ในละแวกใกล้เคียงเพื่อขายแบบคู่ขนาน หากย้อนกลับไปถึงจุดเปลี่ยนที่ทำให้ไก่ย่างตาแป๊ะได้รับความสนใจ ได้เกิดขึ้นภายหลังจากผู้ชำนาญการชิมอาหาร อย่าง แม่ช้อยนางรำ เข้ามาทานไก่ย่า
