ไฟไหม้
ชาวเน็ตแห่ให้กำลังใจ บังอัช เดินหน้าต่อ หลังเพลิงวอด 80 ล้าน คนเมาพุ่งชน จากอุบัติเหตุที่ทำให้กลายเป็นความสะเทือนใจ เพราะสาเหตุเกิดจากเมาแล้วขับ จนพุ่งชนร้านเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่ ไฟลุกไหม้ทั้งโกดัง มูลค่าความเสียหายถึง 80 ล้าน โดยเจ้าของร้านไม่ได้ทำประกันเอาไว้ ส่วนหนุ่มคนขับรถก็คิดว่าคงไม่สามารถชดใช้ได้ โดยเจ้าของร้านคือ นายอัชอารีย์ วันดับดุลเลาะฮ์ หรือ บังอัชอารีย์ อายุ 50 ปี ได้เปิดใจถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นด้วยความมีสติ พร้อมกับปลอบคนในครอบครัวที่ต้องสูญเสียทรัพย์สินที่สะสมทำงานมาถึง 25 ปี แต่วอดหมดไปในกองเพลิง ว่า ให้มีสติ อย่าร้องไห้ และพยายามทำใจว่า เหตุการณ์นี้เขาและครอบครัวคงไม่ได้ค่าชดใช้คืน เพราะหากผู้ก่อเหตุไม่มีเงินจ่ายก็ต้องฟ้องร้องเอา ถึงขั้นตอนนั้น ทำได้เพียงฟ้องล้มละลาย ชาวเน็ตซึ่งได้ติดตามข่าวนี้ ได้แสดงความคิดเห็นอย่างหนักในเรื่องดังกล่าว พร้อมกันนั้นยังมีชาวเน็ตเข้าไปแสดงความคิดเห็นใน เพจ บางกอกลิฟวิ่งมอลล์ หาดใหญ่ของนายอัชอารีย์ หรือ บังอัช ซึ่งได้โพสต์ขอบคุณกำลังใจ พร้อมเดินหน้าต่อไป เพราะยังคงมีเฟอร์นิเจอร์ในร้านที่เหลืออยู่ โดยมีชาวเน็ตเข้าไปให้กำลังใจกันจำนวนมาก
บังสุดช้ำ หนุ่มเมาทำเดือดร้อน100ชีวิต 80ล้านส่อสูญ-โทรหาตัดสาย หวังคนยื่นมือช่วย 80ล้านส่อไม่ได้คืนกฎหมายก็ทำอะไรไม่ได้ – นายอัชอารีย์ วันดับดุลเลาะฮ์ หรือ บังอัชอารีย์ อายุ 50 ปี เจ้าของร้าน เปิดใจ วันที่ร้านเฟอร์นิเจอร์ของตัวเอง ถูกนายพฤหัส แซ่จิว อายุ 26 ปี ขับรถชนไฟลุกทั้งร้าน วอดวาย สูญ 80 ล้าน ที่สะสมมา 25 ปี ว่า ตนบอกเมีย และ คนในครอบครัว ให้มีสติ อย่าร้องไห้ ตอนนี้มีทางเลือก 2 ทาง คือ ทำใจให้เข้มแข็ง หรือ โศกเศร้า เราต้องเข้มแข็ง เพื่อให้มีสติ โทรบอกลูกทุกคนที่เรียนต่างจังหวัด ต่างประเทศที่ซาอุฯ ให้ทราบเรื่องและบอกไม่ต้องคิดอะไร ให้เข้มแข็ง ร้านเราใหญ่ที่สุดในหาดใหญ่ ตอนเกิดเหตุ ได้ยินทหารมาเรียก ไฟไหม้ ออกมาเจอ ไฟลุกหมดแล้ว ทหารก็เอาตัวคนขับรถออกมา เห็นว่า เขาก็บาดเจ็บ แล้วก็เมาไม่ได้สติ พูดไม่รู้เรื่อง ช่วงกู้ภัยทำแผล ก่อนไปโรงพยาบาล ยืนมองจนไฟไหม้วอดหมด เพราะทำอะไรไม่ได้แล้ว ด้าน ทนาย รณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม กล่าวว่า ผู้ก่อเหตุ ไม่สามารถ ใช้คืน 80 ล้านได้ ต่อให้เจ้าของร้านไปฟ้องศาล ศาลตัดสินให้ชดใช้ 80 ล้าน เขาไม่มีจ่าย จะทำยังไง เพร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 17 เมษายน นายกฤษณ์ เถี่ยนมิตรภาพ เลขานุการนายกเทศมนตรี เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ( 21.30 น. วันที่ 16 เมษายน ) เกิดเหตุเพลิงไหม้ตรงอาคารทรงไทยชั้นเดียว ทำด้วยเหล็กประกอบไม้และกระจก ขนาด 6 เมตร ตั้งอยู่ภายในวัดพระศรีสรรเพชญ เขตพระราชวังหลวงโบราณ ใจกลางอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ซึ่งใช้เป็นศูนย์การเรียนรู้จัดแสดงหุ่นจำลองสามมิติ ให้นักท่องเที่ยวได้ทราบถึงรายละเอียด จุดที่ตั้งและรูปแบบพระราชวังโบราณในสมัยกรุงศรีอยุธยา รวมถึงจัดแสดงสื่อด้วยภาพและเสียง ซึ่งรับผิดชอบโดยกรมศิลปากร ขณะเกิดเหตุไม่มีเจ้าหน้าที่หรือคนงานอยู่ในพื้นที่ โดยเพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่ใช้เวลาเกือบ 30 นาทีจึงดับเพลิงลงได้ พบว่าอาคารเสียหายทั้งหมด ค่าเสียหายต้องรอเจ้าหน้าที่กรมศิลปากรมาประเมิน ด้าน พ.ต.อ.สุรพงศ์ ธรรมพิทักษ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยเพิ่มเติมว่า สำหรับสาเหตุเชื่อว่า เกิดจากกระแสไฟฟ้าลัดวงจร แต่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน จะมาตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ในวันนี้ สำหรับอาคารดังกล่าว บริษัท ปตท.สำรว
วันที่ 20 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารการประปาส่วนภูมิภาค สำนักงานใหญ่ ซอยแจ้งวัฒนะ 1 ถนนแจ้งวัฒนะ เบื้องต้นพบกลุ่มควันและแสงเพลิงพวยพุ่งออกมาจากชั้นที่ 4 ของตัวอาคาร เจ้าหน้าที่ดับเพลิงบางเขนและใกล้เคียง นำกำลังรุดไปตรวจสอบและเข้าระดมฉีดน้ำเป็นการด่วน โดยเจ้าหน้าที่เร่งเข้าระงับเหตุแต่แสงเพลิงยังไม่มีทีท่าว่าจะดับลงง่ายๆ ซึ่งต้องใช้ความพยายามอย่างหนัก เบื้องต้นยังไม่พบว่ามีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตหรือไม่ ส่วนความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเกิดเหตุไฟไหม้โรงงานทำเต้าหู้ดำ ซึ่งตั้งอยู่ในตลาดโพธาราม เขตเทศบาลเมืองโพธาราม ทำให้ชั้นสองของอาคารได้รับความเสียหายทั้งหมด และยังมีผู้ที่ติดอยู่ในกองเพลิงเสียชีวิต 2 ราย ทราบชื่อคือนายสมชัย จิตตลีลา อายุ 66 ปี และนางปิยวรรณ จิตตลีลา อายุ 65 ปี สองสามีภรรยา และเป็นพ่อแม่ของติ๊นา หรือนางสาวศุภนาฏ จิตตลีลา ดาราสาวหล่อ จากภาพยนตร์รัก (ทอม-ดี้) วัยใส “Yes or No อยากรัก ก็รักเลย” ภาค 1 โดยเหตุเกิดเมื่อช่วง 02.00 น.ที่ผ่านมา โดยความคืบหน้าในวันนี้ ( 26 ก.ย. 2559 ) เวลา 09.30 น. นายสุรพล แสวงศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี พร้อมด้วยนางพัชราภรณ์ แสวงศักดิ์ นายกเหล่ากาชาด จ.ราชบุรี ได้เข้าไปเยี่ยมครอบครัวของนางสาวศุภนาฏ จิตตลีลา หรือน้องติ๊นา ที่บ้านที่เกิดเหตุ โดยมีนางสาวสมใจ จิตตลีลา อายุ 74 ปี ซึ่งเป็นป้าของนางสาวติ๊นา ออกมาต้อนรับ ส่วนนางสาวติ๊นานั้นยังคงอยู่ในอาการเศร้าโศก และยังไม่อยากพบใคร ซึ่งทางผู้ว่าราชการจังหวัดได้มอบเงินช่วยจำนวนหนึ่ง และให้ทางนายธรรมนูญ แก้วคำ นายอำเภอโพธาราม ได้เข้ามาดูแลเรื่องความเป็นอยู่ รวมทั้งเรื่องของสุขภาพของผู้เสียหายด้วย ซึ่ง
