กฎหมายใหม่
ประกาศ พระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร (ฉบับที่3) มาตรา 13 ผู้ถูกศาลออกหมายจับ หากยังจับตัวไม่ได้ ภายใน 180 วัน ให้ดำเนินการคัดชื่อ ออกจากทะเบียนบ้าน มาอยู่ในทะเบียนกลาง เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร (ฉบับที่๓)พ.ศ. ๒๕๖๒ มีรายละเอียดระบุว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ให้ไว้ณวันที่ ๑๒ เมษายนพ.ศ. ๒๕๖๒ เป็นปีที่ ๔ ในรัชกาลปัจจุบัน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่าโดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย ว่าด้วยการทะเบียนราษฎรพระราชบัญญัตินี้ มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับ การจํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๖ ประกอบกับมาตรา ๓๒ มาตรา ๓๘ และมาตรา ๔๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทําได้โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเหตุผล และ ความจําเป็นในการจํากัดสิทธิ และ เสรีภาพของบุคคล ตามพระราชบัญญัตินี้ เพื่อให้การทะเบียนราษฎร เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการอํานวยความเป็นธรรมการอํานวยความสะดวกให้แก่ประชาชน การรักษาความสงบเรียบร้อย และการคุ้มครองสิทธิพื้น
ลูกจ้างเฮ ผ่านกม.คุ้มครองแรงงาน เพิ่มสิทธิประโยชน์ ลาคลอด-ถูกเลิกจ้าง ชดเชย 400 วัน เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. นายมนัส โกศล ประธานสภาองค์การลูกจ้างพัฒนาแรงงานแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ล่าสุดสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ผ่านร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฉบับใหม่แล้ว โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 20 ก.ย.ที่ผ่านมา กระทรวงแรงงานได้นำร่างกฎหมายนี้เสนอ สนช. และ สนช. ตั้งคณะกรรมาธิการรับหลักการวาระที่ 1 และตั้งคณะกรรมาธิการทั้งหมด 16 คน เพื่อพิจารณาร่างกฎหมาย 12 ครั้ง โดยครั้งสุดท้ายคือ วันที่ 11 ธ.ค.ที่ผ่านมา ล่าสุดวันนี้ (13 ธ.ค.) พล.อ.ศุภกร สงวนชาติศรไกร สมาชิกสนช. นำเข้าพิจารณาวาระ 2 และ 3 โดยที่ประชุม สนช. เห็นชอบทั้งหมด 25 มาตรา หลังจากนั้นรอประกาศในราชกิจจานุเบกษาภายใน 30 วันจะมีผลบังคับใช้ทันที ถือเป็นของขวัญปีใหม่ได้ และน่าจะบังคับใช้ได้ก่อนเลือกตั้ง ก.พ. 2562 นายมนัส กล่าวอีกว่า โดยทั้งหมดลูกจ้างจะได้สิทธิประโยชน์ 7 ประเด็นใหญ่ๆ คือ ประเด็นที่ 1 ลากิจธุระจำเป็นได้ค่าจ้าง 3 วันทำงานต่อปี ประเด็นที่ 2 ลูกจ้างหญิงตั้งครรภ์ลาก่อนคลอด หลังคลอดได้ 98 วัน ประเด็นที่ 3 กรณีนายจ้างมีการเปลี่ยนตัว เปลี่ยนนิติบุคคล
เรื่องของการรอลงอาญา ในภาษาที่เรียกกันทั่วไป หรือ การรอการลงโทษ ในภาษากฎหมาย ปัจจุบันกำหนดไว้ดังนี้ “ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ วรรคแรก ผู้ใดกระทำความผิดซึ่งมีโทษจำคุก และในคดีนั้นศาลจะลงโทษจำคุกไม่เกินสามปี ถ้าไม่ปรากฏว่าผู้นั้นได้รับโทษจำคุกมาก่อน หรือปรากฏว่าได้รับโทษจำคุกมาก่อน แต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ เมื่อศาลได้คำนึงถึงอายุ ประวัติ ความประพฤติ สติปัญญา การศึกษาอบรม สุขภาพ ภาวะแห่งจิต นิสัย อาชีพ และสิ่งแวดล้อมของผู้นั้น หรือ สภาพความผิด หรือเหตุอื่นอันควรปรานีแล้ว เห็นเป็นการสมควร ศาลจะพิพากษาว่าผู้นั้น มีความผิดแต่รอการกำหนดโทษไว้หรือกำหนดโทษแต่รอการลงโทษไว้แล้วปล่อยตัวไป เพื่อให้โอกาสผู้นั้นกลับตัวภายในระยะเวลาที่ศาลจะได้กำหนด แต่ต้องไม่เกินห้าปีนับแต่วันที่ศาลพิพากษาโดยจะกำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติของผู้นั้นด้วยหรือไม่ก็ได้ ดัง คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ที่ ๗๖๖๓/๒๕๔๘ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๐ วรรคหนึ่ง จำคุกสี่ปี คำให้การและคำเบิกความของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ
