กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
ส่องชีวิตคน (เคย) ตกงานยุคโควิด-19 “ท้อได้ แต่แพ้ไม่ได้” เริ่มต้นใหม่ได้ ถ้าไม่เลือกงาน ปี พ.ศ. 2563 เรียกได้ว่าเป็นปีแห่งความไม่คาดฝันสำหรับใครหลายๆ คน เพราะการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่ทำให้ทั่วทั้งโลกต้องสั่นสะเทือน ไม่เพียงแต่จำนวนผู้คนที่ล้มป่วยหรือเสียชีวิต แต่ภาคเศรษฐกิจก็ได้รับผลกระทบอย่างใหญ่หลวง หลายธุรกิจต้องหยุดชะงัก บ้างก็ต้องปิดตัวลงเพราะขาดรายได้ยาวนาน โดยรายงานจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กระทรวงแรงงาน พบว่าปัจจุบันมีธุรกิจที่จำเป็นต้องหยุดกิจการทั้งหมดหรือบางส่วนชั่วคราว โดยมีการใช้มาตรา 75 (ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541) ไปแล้วกว่า 2,237 แห่ง ซึ่งเพิ่มขึ้น 15 เท่า จากปี 2562 และมีลูกจ้างได้รับผลกระทบแล้วกว่า 448,611 คน คุณชวลิต แซ่จัง มัคคุเทศก์หนุ่มที่พ่วงตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายการตลาดของบริษัททัวร์แห่งหนึ่ง และคุณคมสัน โชยดิรส ผู้ช่วยเชฟในโรงแรมหรูย่านศรีนครินทร์ สองหนุ่มคนขับแกร็บที่เพิ่งจะหันมารับงานอย่างจริงจังได้เกือบสองเดือน คือตัวอย่างของผู้ที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากวิกฤตโควิด-19 จากที่เคยต้องตื่นเช้าไปทำงานประจำใน
กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน สั่งติดตามกรณี บริษัท ฟอร์ด มอเตอร์ เตรียมลดพนักงาน ตามนโยบายบริษัทแม่ที่สหรัฐฯ พร้อมแนะนายจ้างปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม นายสมบูรณ์ ตรัยศิลานันท์ รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยถึงกรณีที่มีข่าวว่าบริษัท ฟอร์ด มอเตอร์ ค่ายรถยนต์ของสหรัฐอเมริกา ได้มีนโยบายปรับลดพนักงานลงประมาณ 10% ทั่วโลก หรือประมาณ 7,000 ตำแหน่งภายในสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ โดยมีเป้าหมายเพื่อปรับลดต้นทุนตามแผน ปรับโครงสร้างของบริษัท สำหรับบริษัทฟอร์ดในประเทศไทยตั้งอยู่ที่ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง ซึ่งจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงทราบว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของผู้บริหาร แต่การปรับลดดังกล่าวจะไม่กระทบกับลูกจ้างระดับปฏิบัติการ “อย่างไรก็ตาม ได้สั่งการให้พนักงานตรวจแรงงาน สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดระยอง ติดตามสถานการณ์ความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด รวมทั้งชี้แจงข้อกฎหมายให้นายจ้างและลูกจ้างทราบ กรณีที่มีการเลิกจ้างให้เข้าไปตรวจสอบว่านายจ้างมีการจ่ายสิทธิประโยชน์ให้กับลูกจ้างถูกต้อง ตามกฎหมายหรือไม่ หากพบว่าบริษัทปฏิบัติไม่ถูกต้องจะดำเนินการให้คว
กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานออกประกาศ ขอความร่วมมือนายจ้างหยุดงานวันที่ 6 พ.ค.ให้ลูกจ้างร่วม พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ที่จะเสด็จออก ณ สีหบัญชร พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท ให้พสกนิกรเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายพระพรชัยมงคล พระราชพิธีบรมราชาภิเษก / เมื่อวันที่ 6 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวิวัฒน์ ตังหงส์ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ออกประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่องขอควมร่วมมือนายจ้างสถานประกอบกิจการประกาศวันหยุดในการจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ระบุว่า สำนักพระราชวังเผยแพร่ประกาศสำนักพระราชวัง เรื่องทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตั้งการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เป็นโอกาสอันควรที่จะได้ประกอบการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกตามราชประเพณี เพื่อความเป็นสวัสดิมงคลของประเทศชาติ และราชอาณาจักรให้เป็นที่ชื่นชมยินดีของประชาชนผู้มีความหวังตั้งใจอยู่ทั่วกัน จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ตั้งการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกขึ้น และในวันจันทร์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ.2562 เสด็จออก ณ สีหบัญชร พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท พสกนิกรเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวา
หลังจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้มีการหารือไตรภาคี ทั้งนายจ้าง ลูกจ้าง และภาครัฐ จนได้ข้อสรุปจัดทำร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่…) พ.ศ… ซึ่งร่างกฎหมายดังกล่าวได้แก้ไขเพิ่มเติมให้สิทธิสวัสดิการลูกจ้างมากขึ้น อาทิ การเพิ่มความชัดเจนในเรื่องหญิงตั้งครรภ์สามารถลาคลอดได้ 90 วัน แต่ที่ผ่านมาไม่รวมวันก่อนคลอด โดยร่างกฎหมายใหม่ให้สามารถรวมไว้และกำหนดให้ลาเพื่อไปตรวจตั้งครรภ์ โดยไม่ถูกหักเงิน เป็นต้น เมื่อวันที่ 26 มกราคม นายยงยุทธ เม่นตะเภา ประธานสมาพันธ์แรงงานอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (CILT) กล่าวว่า สำหรับร่างพ.ร.บ.ฯดังกล่าว นับเป็นเรื่องที่ดี โดยเฉพาะการกำหนดเรื่องเกษียณอายุ ซึ่งที่ผ่านมาทางสมาพันธ์ฯและเครือข่ายแรงงานได้มีการร้องขอเรื่องนี้มาตลอด เพราะหลายบริษัทไม่มีการกำหนดอายุเกษียณของลูกจ้าง ปล่อยให้ลูกจ้างทำงานไปเรื่อยๆ ทำไม่ไหวก็จะลาออกไปเอง โดยที่ไม่ได้รับเงินเกษียณอะไรเลย หรือไม่ได้รับเงินชดเชย เหมือนกรณี น.ส.วิไลวรรณ แซ่เตีย อดีตประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย(คสรท.) ที่ทำงานกว่า 35 ปีและลาออกไปโดยไม่ได้รับค่าชดเชย ทั้งที่ทำงานมานานก็
