กรมส่งเสริมการเกษตร
แฟลช เอ็กซ์เพรส จับมือ กรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมส่งเสริมและพัฒนาระบบระบบโลจิสติกส์ภาคการเกษตรอย่างครบวงจร มอบส่วนลดค่าบริการจัดส่ง 10% และการันตีส่งด่วนถึงปลายทางทั่วประเทศ หวังช่วยลดต้นทุน เพิ่มมูลค่าของผลผลิต และเปิดโอกาสใหม่ๆให้กับพี่น้องเกษตรกรไทย เพื่อยกระดับศักยภาพเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน นางสาวปรินทร์ทิพย์ อิสริยเมธา ผู้ช่วยรองกรรมการผู้อำนวยการสื่อสารองค์กร และรัฐกิจสัมพันธ์ กลุ่มธุรกิจแฟลช กล่าวว่า บริษัท แฟลช เอ็กซ์เพรส มีความมุ่งมั่นอย่างยิ่งในการยกระดับศักยภาพระบบโลจิสติกส์ของประเทศไทยให้ก้าวไปอีกขั้น โดยเฉพาะในภาคการเกษตร ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทย เนื่องจากเรามีความเชื่อมั่นว่า การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ภาคการเกษตรอย่างครบวงจร โดยเฉพาะการทำให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงระบบขนส่งที่มีประสิทธิภาพได้อย่างทั่วถึงในทุกพื้นที่ จะเป็นกุญแจสำคัญในการช่วยลดต้นทุน เพิ่มมูลค่าของผลผลิต และเปิดโอกาสใหม่ ๆ ให้กับพี่น้องเกษตรกรไทย ล่าสุด แฟลช เอ็กซ์เพรส ได้ร่วมมือกับ กรมส่งเสริมการเกษตร ในการสนับสนุนและพัฒนาระบบ โลจิสติกส์ภาคการเกษตรให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการมุ่งเน้นการขนส่งผลไม้
เคอรี่ เอ็กซ์เพรส จับมือ กรมส่งเสริมการเกษตร ยกระดับโลจิสติกส์เกษตรไทย มอบส่วนลดค่าจัดส่ง สำหรับเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของเกษตรกร วันที่ 3 กรกฎาคม 2567 นายวราวุธ นาถประดิษฐ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ที่ผ่านมา KEX ได้ดำเนินโครงการต่างๆ เพื่อช่วยเหลือเจ้าของสวนผลไม้ผ่านการให้ความรู้เกี่ยวกับการขนส่ง เพื่อให้เกษตรกรสามารถส่งผลไม้สดให้กับลูกค้าโดยตรงได้ง่ายขึ้น ส่งเสริมการบริโภคผลไม้ในท้องถิ่น และเสริมสร้างความเข้มแข็งของ Ecosystem จากสวนผลไม้ถึงมือลูกค้า สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นไปเพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรในท้องถิ่นมีความเป็นอยู่ทางเศรษฐกิจที่ดีและส่งเสริมภาคเกษตรกรรมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน” นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตรตอบสนองนโยบายขับเคลื่อนภาคการเกษตร “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” ของ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อช่วยสร้างรายได้ สร้างโอกาส และสร้างคุณภาพชีวิตแก่เกษตรกร โดยบูรณาการก
กรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมรณรงค์สาธิตเก็บเกี่ยวข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังนา จ.นครสวรรค์ นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เป็นประธานเปิดงานเก็บเกี่ยวข้าวโพดอาหารสัตว์ เกษตรแปลงใหญ่ ของสหกรณ์การเกษตรศาลเจ้าไก่ต่อ อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ ในวันรณรงค์และสาธิตการเก็บเกี่ยวข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ฤดูแล้งหลังนา จัดโดยสำนักงานเกษตรจังหวัดนครสวรรค์ โดยมี บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส จำกัด หรือ CPP และ บริษัท สวนสมบูรณ์ จำกัด ผนึกกำลังกับภาครัฐ สนับสนุนโครงการส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ ส่งเสริมเกษตรกรปลูกข้าวโพดหลังนา พร้อมรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรโดยตรง เพิ่มความมั่นใจเกษตรกรมีตลาดรับซื้อแน่นอน ณ แปลงเรียนรู้การปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์บ้านใหม่สามัคคี นายเทพ เทพสถิตย์ ผู้อำนวยการ โครงการผลิตวัตถุดิบ บริษัท สวนสมบูรณ์ จำกัด เปิดเผยว่า CPP และสวนสมบูรณ์ ให้การสนับสนุน “โครงการส่งเสริมเกษตรแปลงใหญ่” ของสำนักงานเกษตรจังหวัดนครสวรรค์ ด้วยการส่งเสริมปัจจัยการผลิต แก่เกษตรกรสมาชิกสหกรณ์การเกษตรศาลเจ้าไก่ต่อ ทั้งเมล็ดพันธุ์ข้าวโพด ซี.พี. พันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์คุณภาพดี สีสวย ยืนต้นดี สีได้เนื้อ และ
กรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมรณรงค์สาธิตเก็บเกี่ยวข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังนา จ.นครสวรรค์ นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เป็นประธานเปิดงานเก็บเกี่ยวข้าวโพดอาหารสัตว์ เกษตรแปลงใหญ่ ของสหกรณ์การเกษตรศาลเจ้าไก่ต่อ อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ ในวันรณรงค์และสาธิตการเก็บเกี่ยวข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ฤดูแล้งหลังนา จัดโดยสำนักงานเกษตรจังหวัดนครสวรรค์ โดยมี บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส จำกัด หรือ CPP และ บริษัท สวนสมบูรณ์ จำกัด ผนึกกำลังกับภาครัฐ สนับสนุนโครงการส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ ส่งเสริมเกษตรกรปลูกข้าวโพดหลังนา พร้อมรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรโดยตรง เพิ่มความมั่นใจเกษตรกรมีตลาดรับซื้อแน่นอน ณ แปลงเรียนรู้การปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์บ้านใหม่สามัคคี นายเทพ เทพสถิตย์ ผู้อำนวยการ โครงการผลิตวัตถุดิบ บริษัท สวนสมบูรณ์ จำกัด เปิดเผยว่า CPP และสวนสมบูรณ์ ให้การสนับสนุน “โครงการส่งเสริมเกษตรแปลงใหญ่” ของสำนักงานเกษตรจังหวัดนครสวรรค์ ด้วยการส่งเสริมปัจจัยการผลิต แก่เกษตรกรสมาชิกสหกรณ์การเกษตรศาลเจ้าไก่ต่อ ทั้งเมล็ดพันธุ์ข้าวโพด ซี.พี. พันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์คุณภาพดี สีสวย ยืนต้นดี สีได้เนื้อ แล
ทางเพจเฟซบุ๊ก “ประชาสัมพันธ์ กรมส่งเสริมการเกษตร” ได้รวม 5 คำถามยอดฮิตที่มีคำตอบเคลียร์ชัด “การตรวจสิทธิ์เพื่อรับเงินเยียวยา เกษตรกรครัวเรือนละ 15,000 บาท” ใครมีสิทธิ์ได้รับเงินเยียวยาเกษตรกร 15,000 บ้าง คำตอบ : เกษตรกรทุกกลุ่ม พืช ประมง และปศุสัตว์ ที่ขึ้นทะเบียนเป็นเกษตรกร กับหน่วยงานนั้นๆ และได้ปรับปรุงทะเบียนปี 62/63 2.สิ่งที่ต้องทำสำหรับเกษตรกรเพื่อได้รับสิทธิ์เงินเยียวยา มีอะไรบ้าง คำตอบ : เกษตรกรทุกราย ให้ไปเช็กรายชื่อที่ติดประกาศของหมู่บ้าน, เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียน และปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร ปี 2562/63 หากพบรายชื่อในประกาศแล้ว ให้รอกระทรวงการคลังพิจารณาจ่ายเงินผ่านธนาคาร ธ.ก.ส. หรือธนาคารอื่นใดก็ได้ สามารถตรวจสอบได้ที่ www.เยียวยาเกษตรกร.com 3.เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรก่อนปี 2562 แต่ไม่ได้แจ้งปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรต้องทำอย่างไรบ้าง คำตอบ : สำหรับเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรไว้ก่อนปี 2562 และยังทำการเกษตรอยู่ แต่ไม่ได้มาปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร ให้ทำตามขั้นตอนดังนี้ ให้ไปตรวจสอบรายชื่อที่ติดประกาศภายในหมู่บ้าน (ตามที่ตั้งแปลงปลูก), หากพบรา
ปีนี้น้ำน้อย! กรมส่งเสริมการเกษตร แนะ ลดทำนา หันมาปลูกพืช 4 กลุ่มนี้แทน เมื่อวันที่ 15 ม.ค. เพจ ประชาสัมพันธ์ กรมส่งเสริมการเกษตร โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า ขณะนี้น้ำในอ่างเก็บน้ำมีปริมาณน้อย จึงขอความร่วมมือพี่น้องเกษตรกรลดการปลูกข้าว รอบที่ 2 และหันมาปลูกพืชใช้น้ำน้อยที่เหมาะสมต่อการเพาะปลูกช่วงฤดูแล้งทดแทน สำหรับพืชใช้น้ำน้อยที่เหมาะสมต่อการเพาะปลูกช่วงฤดูแล้ง คือ พืชที่ใช้น้ำน้อยกว่าข้าว (ข้าวใช้น้ำ 1,000-1,500 ลบ.ม./ไร่/ฤดูการผลิต) เช่น พืชไร่ พืชผัก ไม้ดอกไม้ประดับ ใช้น้ำประมาณ 300-800 ลบ.ม./ไร่/ฤดูการผลิต ข้อควรคำนึงในการเลือกพืชน้ำน้อย เพื่อลดหรือทดแทนการปลูกข้าว ในช่วงวิกฤตภัยแล้ง คือ เป็นพืชที่สร้างรายได้ บรรเทาความเดือดร้อนช่วงภัยแล้ง มีตลาดรองรับแน่นอน เป็นพืชที่เหมาะสมกับพื้นที่ของเกษตรกร สามารถเพาะปลูกและเก็บเกี่ยวได้ในช่วงฤดูแล้ง ส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่มเกษตรกร เพื่อประโยชน์ในการจัดการ ด้านการผลิต การตลาด และสินเชื่อ กลุ่มพืชและชนิดพืชที่สามารถเพาะปลูกได้ช่วงภัยแล้ง ได้แก่ กลุ่มพืชไร่ จำนวน 5 ชนิด ได้แก่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ถั่วเขียว ถั่วเหลือง ถั่วเหลืองฝักสด และถั่วลิ
กรมส่งเสริมการเกษตร เล็งตัดสิทธิ์ประกันรายได้ หากเกษตรกรไม่อัพเดตฐานข้อมูล เผยพบตัวเลขทะเบียนเก่า 8 แสนครัวเรือนค้างบัญชี เตรียมดึงบล็อกเชน-ดาต้า-AI ปรับใช้ภาคเกษตร หลังพบเกษตรกรลดลง 30% เล็งตัดสิทธิ์ประกันรายได้ – นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า การขึ้นทะเบียนเกษตรกรถือเป็นหน้าที่ที่เกษตรกรทุกคนต้องทำ เพื่อเป็นเอกสารใช้แสดงสถานภาพการเป็นเกษตรกร ยืนยันความเป็นเกษตรกร ดังนั้น หากเกษตรกรไม่มาปรับปรุงทะเบียนติดต่อกันเป็นเวลา 3 ปี ซึ่งข้อมูลล่าสุดพบว่าเกษตรกร จำนวนถึง 896,871 ครัวเรือน ไม่มีการปรับปรุงข้อมูลเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตร โดยหากครบระยะเวลาดังกล่าวแล้ว เกษตรกรจำนวนนี้จะสิ้นสถานภาพการเป็นเกษตรกรทันที และทำให้ไม่ได้รับสิทธิ์ช่วยเหลือจากโครงการของรัฐบาล โดยเฉพาะโครงการเกี่ยวข้องกับการประกันรายได้เกษตรกรทุกโครงการจะไม่ได้รับเงินช่วยเหลือทั้งสิ้น ทางกรมมีการนำระบบโปรแกรมมาตรวจสอบข้อมูลบุคคลกับสำนักทะเบียนราษฎร กระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ได้ข้อมูลชื่อ สกุล สมาชิกในครัวเรือนที่เป็นปัจจุบัน รวมทั้งการตรวจสอบเนื้อที่เพาะปลูกของเกษตรกรจากการวาดผังแปลงเพาะปลูก หรือผั
ที่ผ่านมา กรมส่งเสริมการเกษตรสร้างช่างเกษตรท้องถิ่น โดยสนับสนุนให้เกษตรกรพัฒนาทักษะและเทคนิคการซ่อมแซมเครื่องยนต์เกษตร เพื่อให้สามารถช่วยเหลือตรวจเช็ก ซ่อมแซมเครื่องยนต์เกษตรแก่เกษตรกรด้วยกันในท้องถิ่น และปรับตัวรองรับการใช้เครื่องจักรกลการเกษตรที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเครื่องจักรกลขนาดเล็ก ที่ปัจจุบันมีการถือครองอยู่ไม่น้อยกว่า 2.8 ล้านเครื่อง นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตร จะจัดงานบริการซ่อมเครื่องยนต์เกษตรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ครั้งที่ 1 ประจำปี 2562 ในวันที่ 7 มี.ค. 2562 ณ ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ต.ภูผาม่าน อ.ภูผาม่าน จ.ขอนแก่น โดยจะนำช่างเกษตรท้องถิ่น ระดับ 3 ที่ผ่านการอบรมจากกรมมาให้บริการซ่อมเครื่องยนต์เกษตรแก่เกษตรกร โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงรักษาเครื่องจักรเกษตรของเกษตรกร นอกจากนี้ ภายในงานยังมีบริการให้คำปรึกษาเรื่องการใช้และบำรุงรักษาเครื่องยนต์เกษตร/เครื่องจักรกลการเกษตร นิทรรศการถ่ายทอดความรู้ ตลอดจนการแข่งขันซ่อมเครื่องยนต์เกษตร และตอบปัญหาชิงรางวัลด้านเครื่องย
สต๊อกปาล์มล้นทะลักพุ่ง 5.9 แสนตัน ปี’62 เตรียมรับมือราคาดิ่ง คาดราคาในตลาดโลกมีแนวโน้มลดลงจาก กก.ละ 19 บาท เหลือ กก.ละ 17 บาท สต๊อกปาล์มพุ่ง 5.9 แสนตัน – นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เห็นชอบโครงการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน โดยจะจ่ายเงินช่วยเหลือให้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน ในอัตราไร่ละ 1,500 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 15 ไร่ หรือครัวเรือนละไม่เกิน 22,500 บาท วงเงินรวม 3,458 บาท ซึ่งมีระยะเวลาดำเนินโครงการ 10 เดือน ตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2561 – ก.ย. 2562 นั้น ขณะนี้กรมส่งเสริมการเกษตรได้ประกาศ ให้เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันทุกท่านที่มีคุณสมบัติครบถ้วน มาแจ้งขึ้นทะเบียน ปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรแล้ว ก่อนวันที่ 31 ม.ค. 2562 นั้น ทั้งนี้ ข้อมูล ณ วันที่ 20 ม.ค. ที่ผ่านมา พบว่า มีเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันมาแจ้งปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรแล้วจำนวน 296,946 ครัวเรือน เกษตรกรยืนยันเข้าร่วมโครงการ และผ่านการตรวจสอบรายชื่อแล้วจำนวน 165,287 ครัวเรือน และกรมส่งเสริมการเกษตรส่งรายชื่อเกษตรกรไปยัง ธ.ก.ส. แล้วจำนวน 133,502 ครัวเรือน รายงานข่าวจา
ดอกจำปี ไม้ดอกไม้ประดับกลิ่นหอมเย้ายวน ใครได้กลิ่นเป็นต้องหลงใหล นิยมปลูกกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ นำมาใช้ในวันมงคลต่างๆ อาทิ ไหว้พระ สรงน้ำพระ หรือกราบไหว้ผู้หลักผู้ใหญ่ที่เคารพ แต่ด้วยช่วงหลังมานี้ ดอกจำปีมีมากเกินความต้องการ เกษตรกรผู้ปลูกดอกจำปีจึงได้รับผลกระทบไปด้วย ด้วยเหตุนี้เอง ทางกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกจำปีหนองแขม ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ปลูกรายใหญ่ จึงได้คิดเพิ่มมูลค่าให้กับดอกจำปี ด้วยการกลั่นเป็นน้ำหอม คุณพยุง หนูแย้ม ประธานกลุ่ม วิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกจำปีหนองแขม เล่าว่า เดิมทีเป็นกลุ่มอาชีพปลูกจำปีขายดอก มีสวนจำปีกว่าพันไร่ แต่นานเข้าจำนวนก็ลดลง อีกทั้งช่วงหลังเกิดสินค้าล้นตลาด ราคาขายไม่แน่นอน จนปี 2548 เหลือพื้นที่ปลูกจำปีประมาณ 5-6 ร้อยไร่จากสมาชิกจำนวนกว่า 30 คนในบริเวณหนองแขม และพื้นที่ใกล้เคียง ชาวบ้านและเกษตรกรจึงรวมกลุ่มกันเพิ่มมูลค่า โดยได้เจ้าหน้าที่เกษตรช่วยนำจำปีไปสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหยจากดอกจำปีได้ เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ตัวแรกของกลุ่มคือ “น้ำหอมจำปี (Jumpee)” ใช้เครื่องกลั่นจากภูมิปัญญาชาวบ้าน ช่วยลดต้นทุนการผลิตได้เยอะ และได้น้ำหอมมีคุณภาพ โดยจุดเด่นของน้ำหอมจำปี คือความหอมที
