กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ
Snack ไทย มาแรง ส่งออก 8 เดือน พุ่ง 583 ล้านดอลล์ ครองแชมป์ตลาดอาเซียน เมื่อเร็วๆ นี้ คุณโชติมา เอี่ยมสวัสดิกุล อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า สินค้ากลุ่มอาหารว่างและของทานเล่น อาทิ เบเกอรี่ ขนมอบ ขนมปัง ขนมขบเคี้ยว และขนมหวาน ถือเป็นสินค้าดาวเด่นที่น่าจับตามอง เพราะตลาดเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการความสะดวกและรวดเร็ว จึงหันมาบริโภคของทานเล่นเป็นอาหารรองท้องระหว่างมื้อมากขึ้น โดยช่วง 8 เดือน (ม.ค. – ส.ค. 2567) ไทยส่งออกสินค้ากลุ่มอาหารว่างและของทานเล่นไปตลาดโลก มูลค่า 583 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัว 4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ เบเกอรี่และขนมขบเคี้ยว สัดส่วน 69% ของการส่งออกอาหารว่างทั้งหมด ขนมที่ทำจากน้ำตาล สัดส่วน 20% และขนมปรุงแต่งจากโกโก้ สัดส่วน 11% โดยอาเซียนเป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 สัดส่วนการส่งออกสินค้าอาหารว่างของไทยไปอาเซียนรวมกันถึง 36% ของการส่งออกสินค้าอาหารว่างทั้งหมด ตลาดส่งออกหลักในอาเซียน ได้แก่ เมียนมา สปป.ลาว และกัมพูชา ตามด้วยสหรัฐอเมริกา จีน ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น อธิบดีกรมเจรจ
กรมเจรจาการค้าฯ ชวนฟังสัมมนาออนไลน์ฟรี! “เจาะตลาด RCEP เปิดโอกาสอาหารแห่งอนาคต” กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมฟังสัมมนาออนไลน์ เรื่อง “เจาะตลาด RCEP เปิดโอกาสอาหารแห่งอนาคต” ในวันศุกร์ที่ 12 กรกฎาคม 2567 เวลา 13.30-16.30 น. โดยมีรายละเอียดหัวข้อสัมมนาที่น่าสนใจดังนี้ 13.30-13.40 น. พิธีเปิด โดย นางสาวโชติมา เอี่ยมสวัสดิกุล อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ 13.40-16.30 น. การอภิปรายนำเสนอองค์ความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์และมุมมองทิศทางอาหารแห่งอนาคตของไทยในตลาดประเทศสมาชิก RCEP ภายใต้หัวข้อ “เจาะตลาด RCEP เปิดโอกาสอาหารแห่งอนาคต” โดย (1) คุณวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา นายกสมาคมการค้าอาหารอนาคตไทย – ความสำคัญของอาหารแห่งอนาคต – การเติบโตของอาหารแห่งอนาคตในไทย ประเทศสมาชิก RCEP และโลก – ความพร้อมและโอกาสของผู้ประกอบการในไทย ในอุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต (2) คุณกอบกุล เหล่าเท้ง รองผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ – เทคโนโลยีและนวัตกรรมในกระบวนการผลิตอาหารแห่งอนาคต – งานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตกรรมเกี่ยวกับอาหาร
กรมเจรจาฯ นำผู้ประกอบการสินค้า BCG จับคู่ธุรกิจออนไลน์กับคู่ค้า FTA คาดยอดสั่งซื้อกว่า 55 ล้านบาท วันที่ 10 สิงหาคม 2566 นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยหลังเป็นประธานเปิดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจออนไลน์ (Online Business Matching : OBM) ณ ห้องมโนปกรณ์นิติธาดา สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ ว่า กรมได้นำผู้ประกอบการกลุ่มสินค้า BCG ทั้งอาหารแปรรูป เครื่องดื่ม และสินค้าไลฟ์สไตล์ 20 ราย ที่ผ่านการคัดเลือกจากโครงการ “ส่งเสริมเกษตรกร ผู้ประกอบการไทย เร่งต่อยอดใช้ประโยชน์ FTA (Thai Entrepreneur Program for FTA Market : ThEP for FTA Market)” ปีที่ 2 หรือโครงการเทพ เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ รวมทั้งได้รับความร่วมมือจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ นำผู้นำเข้าจากประเทศที่ไทยมีความตกลงการค้าเสรี (FTA) คือ จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เข้าร่วมกิจกรรม OBM พร้อมทั้งได้เชิญผู้แทนจากห้างโมเดิร์นเทรดชั้นนำ อาทิ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด Top Supermarket TV Direct Big C และ Alibaba เข้าร่วมกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจกับผู้ประกอบการอีกด้วย “การจัดกิจกรรมครั้งนี้ คาดว่าจะเกิ
งานดีๆ ที่ห้ามพลาด! พาราไดซ์ พาร์ค ร่วมกับ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ จัดงาน “FTA Fair นำสินค้าไทย สู่ตลาดการค้าเสรี” พาราไดซ์ พาร์ค ศูนย์การค้าในเครือเอ็ม บี เค ร่วมสนับสนุนและเพิ่มช่องทางการแสดงและจำหน่ายสินค้าเกษตรกรไทย วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการ อย่างต่อเนื่อง โดยร่วมกับ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ จัดงาน “FTA Fair นำสินค้าไทย สู่ตลาดการค้าเสรี” ภายในงานพบกับสุดยอดอาหารที่คัดสรรมาอย่างดี สินค้าไลฟ์สไตล์ เครื่องประดับคุณภาพส่งออกมาให้คุณได้เลือกช้อป ชม ชิม กว่า 40 ร้านค้า พร้อมเต็มอิ่มกับมินิคอนเสิร์ตจาก ศิลปินแกรมมี่ โกลด์ และ Golden Song ได้แก่ เน็ค นฤพล, ตรี ชัยณรงค์, โตโต้ ธนเดช, เอฟ รัฐพงศ์, สิทธิ์ กรวิชญ์, นนทิยา จิวบางป่า, กระตุ้น โรจณะษ์ และ ภูมิ แก้วฟ้าเจริญ ที่มาขึ้นเวทีสร้างความสุขผ่านบทเพลง ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของทุกวัน นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเสวนากับหัวข้อที่น่าสนใจ อาทิ “การทำตลาดผ้าไทยให้ปัง ในยุคการค้า Next Normal” พร้อมสาธิตการ Mix and Match แต่งกายผ้าไทยสไตล์โมเดิร์น “ชง & จิบกาแฟคุยยามบ่าย” และกิจกรรมดริปกาแฟ “การส่อ
ไม่สนโควิด! ส่งออกทุเรียนไทย 4 เดือน ยอดพุ่ง 30 % เมื่อวันที่ 29 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจ ไทยคู่ฟ้า โพสต์ระบุว่า แม้ประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัญหาโรคโควิด-19 แต่สถานการณ์การส่งออกทุเรียนกับโตวันโตคืนโดยในช่วง 4 เดือนแรกปีนี้ พบว่าการส่งออกทุเรียนสดมีการขยายตัว สามารถสร้างมูลค่า กว่า 788 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น 30% โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดจีน ที่มีความต้องการบริโภคทุเรียนสูง ปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้การส่งออกทุเรียนของไทยเติบโตมาจากความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ทำให้ปัจจุบันทุเรียนสดไทยไม่ต้องเสียภาษีนำเข้าใน 16 ประเทศคู่เอฟทีเอ ได้แก่ จีน ฮ่องกง ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น เวียดนาม สิงคโปร์ อินโดนีเซีย สปป.ลาว กัมพูชา เมียนมา ฟิลิปปินส์ บรูไน อินเดีย ชิลี และเปรู แม้การส่งออกทุเรียนสดจะไม่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 แต่เกษตรกร หรือผู้ประกอบการควรตระหนัก และต้องติดตามสถานการณ์ต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต เช่น การขนส่งสินค้า ปัญหาด้านแรงงาน ความสามารถในการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภค ที่สำคัญควรเพิ่มผลิตภัณฑ์แปรรูปจากทุเรียนเพื่อให้เกิดความหลากหลายของสินค้า และสามารถเก็บรักษาได้นาน Cr.
