กระทรวงศึกษาธิการ
Chevron Enjoy Science จับมือ 3 กระทรวงหลัก ส่งเสริมนโยบาย สะเต็มศึกษา หวังต่อยอดสู่โมเดลการศึกษาอาเซียน นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และในฐานะสมาชิกองค์การรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAMEO) กล่าวว่า ความร่วมมือจากทุกภาคีครั้งนี้ ถือเป็นการผนึกกำลังระหว่างหน่วยงานด้านการศึกษาและด้านการพัฒนาวิชาชีพกับภาคเอกชนในรูปแบบคลัสเตอร์เป็นครั้งแรก ซึ่งกล่าวได้ว่าเป็นสิ่งที่ดี และเกิดประโยชน์กับประเทศอย่างแท้จริง เพราะตอบโจทย์เทรนด์การศึกษาโลก ที่ต้องมีความยืดหยุ่น สามารถปรับเปลี่ยนให้เท่าทันสถานการณ์และบริบทโลก ดังนั้น ด้วยเครือข่าย และองค์ความรู้ของศูนย์ SEAMEO STEM-ED และโครงการ Chevron Enjoy Science : สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต ที่เข้ามาร่วมทำหน้าที่เป็นแกนกลางในการดำเนินงานภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว เชื่อว่าจะสามารถช่วยเติมมุมมองและสนับสนุนการพัฒนาสะเต็มศึกษาไทยและร่วมกันต่อยอดในระดับภูมิภาค “ปัจจุบันชาติอาเซียนกำลังเผชิญปัญหาคล้ายกันที่ล้วนสัมพันธ์กับสะเต็มศึกษา โดยเฉพาะขาดการพัฒนาฝีมือแรงงานด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทำให้ไม่สามารถหลุดพ้นกับดักรายได้ปาน
กระทรวงศึกษาธิการ ประกาศปรับลดเวลา-วันทำงาน ข้าราชการ 50% วันที่ 20 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายณัฎฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ได้ลงนามในประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การปรับลดเวลาและวันทำงานของกระทรวงศึกษาธิการ ฉบับที่ 2 โดยมีสาระสำคัญดังนี้ ข้อ 1 ผู้บริหารระดับสูง ผู้บริหารระดับต้น ผู้อำนวยการระดับสูง และผู้อำนวยการระดับต้นหรือเทียบเท่า และผู้อำนวยการกลุ่ม/กอง/ฝ่าย ให้มาปฏิบัติงาน ณ สถานที่ทำงานตามปกติ ข้อ 2 ให้ผู้บริหารแต่ละหน่วยงาน มอบหมายงานให้บุคลากรในสังกัดปฏิบัติงานที่บ้านตามความเหมาะสม และส่งเสริมให้ใช้ระบบอินเตอร์เน็ต เช่น ประชุมทางไกล เป็นต้น โดยเปิดเครื่องมือสื่อสารเพื่อให้สามารถติดต่อได้ตลอดเวลา และให้ทุกหน่วยงานจัดบุคลากรสำหรับวันมาปฏิบัติงาน ณ สถานที่ทำงาน จำนวน 50% ของบุคลากรทั้งหมด เมื่อรวมกับบุคลากรตามข้อ 1 แล้ว ข้อ 3 ให้ผู้บริหารแต่ละหน่วยงานกำหนดวิธีการที่ชัดเจน และเหมาะสมในการมอบหมายงานให้บุคลากรในสังกัดปฏิบัติงานที่บ้าน รวมถึงการรายงานผลที่ปฏิบัติไปในช่วงที่ไม่ได้มาปฏิบัติงาน ณ สถานที่ทำงาน โดยคำนึงถึงเป้าหมายการดำเนินงานของงานที่ได้รับมอบหมายเป็นสำคัญ และกำหนด
ชัชชาติ แนะโรงเรียนในพื้นที่ทำอาหารแจกเด็ก ช่วยลดภาระผู้ปกครองช่วงปิดสถานศึกษา วันที่ 18 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ โพสต์ในเฟซบุ๊ก ถึงกรณีที่ กระทรวงศึกษาธิการสั่งปิดสถานศึกษาทั่วประเทศ ทั้งรัฐ และเอกชน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นั้นเป็นสิ่งที่น่าจะช่วยลดความเสี่ยง แต่จะเป็นการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายให้ผู้ปกครอง รายละเอียดดังนี้ “การที่มีการปิดโรงเรียนทั้งในสังกัด กทม.และกระทรวงศึกษาในช่วงนี้ เป็นสิ่งที่น่าจะช่วยลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อไวรัส COVID-19 ได้ครับ แต่อยากจะฝากทางรัฐบาลและ กทม. ด้วยว่า โรงเรียนนอกจากจะเป็นแหล่งความรู้แล้ว ยังเป็นแหล่งที่จัดเตรียมอาหารให้กับนักเรียน การปิดเรียน ทำให้ผู้ปกครองต้องรับภาระตรงนี้ ซึ่งสำหรับครอบครัวที่มีรายได้ไม่มากและได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ อันนี้น่าจะเป็นภาระที่เพิ่มขึ้นทั้งค่าใช้จ่ายและการเตรียม เป็นไปได้ไหมครับ ที่เราจะให้โรงเรียน จัดเตรียมอาหารกล่องที่ถูกสุขลักษณะให้กับเด็กนักเรียนที่อยู่ในพื้นที่ โดยให้ผู้ปกครองมาแจ้งความจำนง โดยอาจไม่ต้องอยู่ในโรงเรียนนั้นก็ได้ ขอให้อยู่ใกล้จะได้ไม่ต้องเดินทาง
สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (สำนักงาน กศน.) สำนักงานส่งเสริมการศึกษาเอกชน สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ขานรับนโยบายปฏิรูปการศึกษา จัดพิธีเปิดโครงการ“กศน. สช. WOW WOW ก้าวสู่ยุคดิจิทัล” อย่างเป็นทางการ มุ่งหวังปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ตอบสนองนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 โดยเน้นพัฒนาระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิตก้าวข้ามรูปแบบการสอนแบบเดิมสู่การเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ใช้เทคโนโลยีเป็นฐานรองรับการเรียนรู้ดิจิทัลแพลตฟอร์ม หรือ Online Learning คุณกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า “ปัจจุบันสังคมโลกก้าวเข้าสู่ยุคดิจิตอล และเป็นโลกแห่งการเรียนรู้ที่ไม่มีวันสิ้นสุดนั้น แวดวงการศึกษาทั่วโลกก็กำลังปรับตัวเช่นเดียวกัน เพื่อก้าวข้ามการสอนในรูปแบบเดิมๆ สู่การเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ที่ใช้เทคโนโลยีการสื่อสาร และสารสนเทศยุคใหม่มาประยุกต์ใช้เพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอนในรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า การเรียนรู้ออนไลน์ หรือ Online Learning นวัตกรรมทางการศึกษาที่จะช่วยพัฒนาระบบการศึกษาของประเทศไทย” “ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดนโยบายขับเค
เมื่อวันที่ 26 มกราคม นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่เฟซบุ๊ก “นับหนึ่ง ครับผม ครับผม” เผยแพร่ข้อความอีเมลที่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งตอบปฏิเสธการรับเข้าทำงานด้วยข้อความว่า “บริษัทไม่สะดวกรับพนักงานวุฒิปริญญาตรี ที่จบจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.)/มหาวิทยาลัยราชภัฏ(มรภ.)/มหาวิทยาลัยเอกชน” ว่า ส่วนตัวคิดว่าขณะนี้ มรภ.และมทร.ปรับตัว พัฒนาการเรียนการสอนไปในทิศทางที่ดี ตามปรัชญาในการเป็นที่พึ่งของชุมชนและท้องถิ่น ทั้งนี้ทุกมหาวิทยาลัยมีมาตรฐานกำกับ ทุกแห่งมีศักดิ์ศรีเท่ากัน ดังนั้น บริษัทเอกชน จึงไม่ควรมีความคิดแบบเหวี่ยงแหว่าเด็กที่จบจากมรภ.หรือมทร.ไม่มีคุณภาพ บริษัทเอกชนไม่ควรใช้ทัศนคติแบบนี้ในการคัดเลือกคนเข้าทำงาน แต่ควรพิจารณาจากทักษะ ความสามารถเป็นรายบุคคล เพราะมีหลายคนแม้จะจบจากมรภ. หรือมทร. แต่ก็สามารถทำงานบางอย่างได้ดีกว่าเด็กที่จบจากมหาวิทยาลัยดังๆ “ผมไม่อยากให้ผู้ประกอบการหรือบริษัทเอกชน มีทัศนคติเลือกสถาบันในการรับคนเข้าทำงาน เพราะทุกแห่งมีมาตรฐานกำกับ เราการันตีสถาบันได้ แต่คงไม่สามารถการันตีผู้ที่จบได้ ดังนั้นเอกชนควรคัดเลือกคนเข้าท
เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน นายชัยยศ อิ่มสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการจัดงานวันครู ครั้งที่ 61 พ.ศ.2560 ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงการเตรียมความพร้อมจัดงานวันครู ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 16 มกราคม ของทุกปี โดยปี 2560 คณะอนุกรรมการฯ มีแนวคิดจะถวายพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชอย่างสูงสุด ในฐานะที่ทรงเป็น “บูรพาจารย์ของครู” จากที่คุรุสภาเคยเคยถวายพระสมัญญานาม “พระผู้ทรงเป็นครูแห่งแผ่นดิน” ไปแล้ว นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดที่แต่งฉันท์พิเศษสำหรับพระองค์ขึ้น เพื่อเชิดชูพระเกียรติ จากเดิมที่มีเฉพาะคำฉันท์ไหว้ครูที่ขึ้นต้นว่า “ปาเจราจริยาโหนติ คุณุตตรานุสาสกา…” ซึ่งให้นักเรียนท่องอยู่เพียงบทเดียว นายชัยยศกล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันคุรุสภาจะรวบรวมพระราชดำริ และพระราชดำรัส ที่เกี่ยวข้องกับครู และการศึกษาของในหลวง รัชกาลที่ 9 มาจัดทำเป็นหนังสือเฉลิมพระเกียรติ และขณะนี้ได้ทำหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขอคำขวัญวันครู รวมถึง จะเชิญชวนโรงเรียนทั่วประเทศให้แต่งคำขวัญวันครูของโรงเรียนเอง เพื่อเป็นสัญญาประชาชาคมว่า ครูในโรงเรียนนั้นๆ จะป
