กระเป๋าสาน
เปลี่ยนวัชพืชไร้ค่า เป็นงานสานเกรดพรีเมี่ยม “CHOM hand craft” ทำมือทุกชิ้น “ผักตบชวา” เจ้าพืชลอยน้ำ พบเห็นกันมากตามลำคลอง จนหลายคนคิดว่ามีต้นกำเนิดในประเทศไทย ซึ่งความจริงแล้วมันมีถิ่นกำเนิดในแถบทวีปอเมริกาใต้ โดยพืชชนิดนี้เป็นตัวการสร้างปัญหาต่อระบบนิเวศ ไม่มีทางใดที่จะกำจัดได้อย่างเด็ดขาด เพราะมันสามารถปรับตัวอยู่ได้ในทุกสภาพน้ำ และเป็นพืชน้ำล้มลุกอายุหลายฤดู อย่างบ้านเรา ได้หยิบจับ นำผักตบชวา มาสานเป็นงานหัตถกรรมหลากหลาย ที่เด่นชัด เห็นจะเป็นกระเป๋า ฝีมือจากชาวบ้าน ผู้สูงอายุ ทำขายกันเองมาหลายสิบปี เกิดเป็นอาชีพสร้างรายได้มานาน คุณแอล-อิสรัตน์ แซ่ลิ้ม สาวเจนวาย อายุ 24 ปี เธอร่วมกับคุณแม่ของแฟน คุณเปรม-ชม รอดรัตน์ อายุ 64 ปี ทำแบรนด์ CHOM hand craft งานแฮนด์เมดจากผักตบชวาที่พิถีพิถันทุกรายละเอียด จากฝีมือการสานของคุณแม่ที่อยู่ในวงการนี้มาร่วม 20 ปี “เมื่อก่อนแอลเป็นช่างภาพ ส่วนคุณแม่ทำงานสานให้กับศูนย์ในจังหวัดชัยนาท ช่วงแรกจะเป็นการสานไม้ไผ่ ช่วงหลังผักตบชวาเริ่มเยอะ เลยมีการดัดแปลง คุณแม่เป็นคนแกะแบบกระเป๋าหวายจากบาหลี หลังจากนั้นคนในชุมชนก็เริ่มทำกัน ชาวบ้านจังหวัดใกล
จากพลาสติกไร้ค่า สู่งานกระเป๋าสานดีไซน์หรู ประณีตทุกขั้นตอน โดนใจลูกค้าต่างชาติ สิ่งหนึ่งที่คนส่วนใหญ่โดยเฉพาะสาว ๆ ต้องพกติดตัวขณะเดินทางไปข้างนอกหรือไปงานโอกาสต่างๆ ใช้ใส่สิ่งของได้สารพัดชนิด ขนาดน้อยใหญ่ หลากหลายสีสัน เป็นแฟชั่นหรือพร็อบในการแต่งกาย พูดแบบนี้แล้วคงจะนึกถึงอะไรไปไม่ได้นอกจาก “กระเป๋า” เส้นทางเศรษฐีมีโอกาสผ่านไปพบกระเป๋าแบรนด์หนึ่ง ภายใต้ชื่อ KATHANA (คาทาน่า) กระเป๋าถือและสะพายจากเส้นพลาสติกสานรีไซเคิล 100% ซึ่งเป็นโปรเจ็กต์ของ บริษัท วรกุลชัย แพ็กเกจ ซีล จำกัด โดยมี คุณทินกร วรกุลชัย ตำแหน่งประธานกรรมการบริหารและผู้พัฒนานวัตกรรม และ คุณรุ่ง – กัญฐณา วรกุลชัย เป็นผู้จัดการโปรเจ็กต์ คุณรุ่งเล่าถึงจุดเริ่มต้นของการหันมาทำกระเป๋าสานจากเส้นพลาสติกรีไซเคิลแบรนด์คาทาน่า ว่า ในตอนแรก “บริษัท วรกุลชัย แพ็กเกจ ซีล จำกัด” เป็นผู้ผลิตเส้นพลาสติกรัดของและนำเข้าเครื่องจักรเพื่อมาจำหน่าย มีการผลิตวัตถุดิบเอง โดยรับซื้อเศษเส้นพลาสติกจากโรงงานนำมาหลอมเพื่อแปรสภาพใหม่ กลายเป็นรูปแบบรีไซเคิล เห็นว่าเศษเส้นพลาสติกที่ทางบริษัทรับซื้อมาคละไปด้วยสีและ
การจักสาน คืองานหัตถกรรมอย่างหนึ่ง นับเป็นงานฝีมือที่คนไทยทำกันมาช้านาน เป็นการนำวัสดุขนาดเล็กมาขัด หรือสานกันจนเป็นชิ้นงาน เช่น เสื่อ ตะกร้า ตะกร้อ เป็นต้น อย่างทางภาคใต้ของไทยเอง มีชาวบ้านซึมซับการสานกระจูดมาแต่โบราณ สำหรับกระจูดเป็นพันธุ์ไม้จำพวก “กก” มีลักษณะลำต้นกลมสีเขียวอ่อน สูงประมาณ 1-2 เมตร ออกดอกเป็นกระจุก นิยมนำไปผึ่งแดดให้แห้งสนิทแล้วสานเป็นเสื่อกระจูด พบมากในพื้นที่ป่าพรุของตำบลเคร็ง อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นแหล่งต้นกระจูดคุณภาพดี สวย เหนียว และทน โดยกลุ่มชาวบ้านที่ตำบลเคร็ง มักนำกระจูดมาจักสานเป็นของใช้สอยในครัวเรือน เป็นวิถีการดำรงชีวิตมาตั้งแต่อดีต เป็นภูมิปัญญาของคนเคร็งที่ถูกถ่ายทอดจากรุ่นปู่ย่าตายาย สู่รุ่นลูกหลานจนถึงปัจจุบัน คุณมะลิ-อุบลวรรณา แป้นด้วง ประธานกลุ่มสตรีสหกรณ์การเกษตรศุภนิมิตชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกชาวบ้านจักสานกระจูดกันเป็นวิถีชีวิตมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย สานกันเป็นแทบทุกคน โดยงานสานที่นิยมทำคือ เสื่อปูนอน ต่อมาได้รับการสนับสนุนจากภาคส่วนต่างๆ จนเมื่อปี 2547 เกิดเป็น “กลุ่มสตรีสหกรณ์การเกษตรศุภนิมิตชะอว
