กระแสมาแรง
ทำความรู้จักกับ “Butterbear” ร้านขนมที่สร้างจุดขายด้วยมาสคอตน้องหมีสุดน่ารัก คนไทย-จีน-เกาหลี โดนตกกันเป็นแถว ในช่วงนี้หลายคนคงเห็นผ่านหูผ่านตากันไม่มากก็น้อยสำหรับ “เจ้าตัวมาสคอตหมี สีน้ำตาล” เรียกได้ว่าเป็นการสร้างตัวตนหรือ Personal Branding ของทางร้าน Butterbear อีกทางหนึ่ง โดยเป็นร้านขนมที่เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ เช่น โดนัทครีมนม, ขนมปังเนยสด, คุกกี้ และเมนูอื่นๆ อีกมากมาย ผ่านการนำเสนอด้วยแพ็กเกจสุดคิวต์ อีกทั้งเป้าหมายของ Butterbear คือการทำให้คนกินมีความสุข สินค้าที่ทำจึงเป็นเมนูที่สามารถทานง่าย ซึ่งได้รับผลตอบรับดีมาก และมีคนไปรอต่อคิวเป็นจำนวนมาก วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ พาทุกคนมาทำความรู้จักกับ เจ้าหมี Butterbear ที่ตอนนี้ดังไปไกลถึงต่างแดน ด้วยคาแร็กเตอร์สุดคิวต์ และบวกกับความมีเสน่ห์ของมาสคอตน้องหมี ตัวสีน้ำตาล ผู้นำเสนอ ‘a very buttery welcome to our world’ ตามสโลแกนร้าน ทำเอาคนไทยและคนต่างประเทศโดนตกเข้าด้อมกันเป็นแถว จากคลิปไวรัลที่โด่งดังไปทั่วโซเชียลในตอนนี้ นั่นคือ คลิปที่เจ้าหมี Butterbear ที่นั่งฟังพี่สตาฟบรีฟงาน ด้วยท่าทางน่ารัก พยักหน้า หงึก หงึก ที่มีผ
กระแสมาแรง! เค้กลอดช่องใบเตยมะพร้าวอ่อน หอมนุ่มละมุนลิ้น บอกขั้นตอนอย่างละเอียด ทำตามได้ง่ายๆ เค้กลอดช่องที่กำลังเป็นกระแสอยู่ตอนนี้ ทำให้หลายคนอยากจะลิ้มลองรสชาติ อยากจะรับรู้ถึงความอร่อยลงตัวระหว่างขนมไทยกับเค้กเนื้อนุ่ม หอมใบเตย สลับชั้นกับลอดช่องและกะทิ หวานมัน ลงตัวสุดๆ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะมาเปิดสูตรเค้กลอดช่องให้ทุกคนได้ไปลองทำตามหรือนำไปขายสร้างอาชีพกันได้เลย ส่วนผสมชิฟฟอนเค้กใบเตย 1. ไข่แดง เบอร์ 2 = 5 ฟอง 2. น้ำใบเตยเข้มข้น = 52 กรัม 3. กะทิ = 52 มิลลิลิตร 4. น้ำมันข้าวโพด = 63 กรัม (ใช้น้ำมันอย่างอื่นได้ เช่น น้ำมันรำข้าว น้ำมันมะพร้าว น้ำมันถั่วเหลือง) 5. แป้งเค้ก = 81 กรัม 6. แป้งข้าวโพด = 10 กรัม 7. ผงฟู 1/2 ช้อนชา 8. เกลือหยิบมือ หรือ 1/8 ช้อนชา 9. ไข่ขาว เบอร์ 2 = 4 ฟอง 10. น้ำตาลป่น = 105 กรัม ( สามารถใช้น้ำตาลไอซิ่งได้โดยใช้ 115 กรัม) 11. ครีมออฟทาร์ทาร์ 1/4 ช้อนชา *หมายเหตุ กรณีใช่ไข่เบอร์ 0 ใช้ 4 ฟองทั้งไข่แดงไข่ขาว ในคลิปใช้ถาดอบเค้กขนาด ยาว 15 นิ้ว กว้าง 11 นิ้ว ส่วนผสมหน้ากะทิลอดช่อง 1. กะทิ 50 กรัม และ แป้งข้าวโพดหรือแป้งกวนไส้ 25 กรัม 2. กะทิ
กระแสมาแรง! “อนุรักษนิยม-รักษ์สิ่งแวดล้อม” ไม่เชื่อลองมอง “ไอคอนสยาม” พอสัมภาษณ์ผู้คนมาเยอะๆ โดยเฉพาะนักธุรกิจทั้งชาวไทย และต่างประเทศ มักจะพบคำตอบคล้ายๆ กันว่า การที่ธุรกิจของแต่ละคนประสบความสำเร็จ เพราะเขาเห็นภาพความสำเร็จในอนาคตก่อน แรกเมื่อฟังผมไม่เข้าใจ….เป็นไปได้หรือ? แต่เมื่อฟังบ่อยครั้งมากขึ้น ความสำเร็จที่เขามองเห็นมาจากต้นทุนทางประสบการณ์ของเขาก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งเรื่องนี้นอกจากจะเกี่ยวข้องกับความเชี่ยวชาญ การลองผิดลองถูกตลอดเวลาผ่านมา ยังเกี่ยวข้องกับการโฟกัสธุรกิจอย่างชัดเจนด้วย สำคัญไปกว่านั้นคือ “มือตีน” ที่จะมาช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ ซึ่งภาษาทางการตลาดเรียกว่า “พาร์ตเนอร์” หรือ “หุ้นส่วนทางธุรกิจ” ที่แต่ละคนต่างมีความเชี่ยวชาญในแต่ละสาขา จนนำมาหลอมรวมผสมผสานกัน ลองมองย้อนไปถึงธุรกิจหลักๆ ในประเทศของเรา หรือในต่างประเทศก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ อุตสาหกรรมต่างๆ รวมไปถึงธุรกิจอีคอมเมิร์ซในปัจจุบันก็ตาม เมื่อพวกเขามีแนวคิดในการทำธุรกิจแล้ว อีกหลายๆ สิ่งที่ตามมาคือคอนเซ็ปต์ในการดำเนินธุรกิจ แผนธุรกิจทั้งระยะสั้น และระยะยาว แผนการตลาดและประชาสัมพันธ
