กราบรถ
หลังจากที่ผจก.ส่วนตัวของ “น็อต-อัครณัฐ” ได้แจ้งต่อสื่อมวลชนว่า วันที่ 14 พ.ย.นี้ เวลา 12.00 น. “น็อต”จะเปิดแถลงข่าวเรื่องคดีความทั้งหมดอีกครั้งที่สน.ยานนาวา โดยมีกระแสข่าวว่า “น็อต” อาจถอนแจ้งความนายกิตติศักดิ์ หรือ”บอย” สิงโต คู่กรณีทุกคดี ทั้งเรื่องขับรถเฉี่ยวชน ล่าสุดเมื่อช่วงค่ำวันที่ 13 พ.ย. นายกิตติศักดิ์ หรือ”บอย” ได้โพสต์เฟซบุ๊คเป็นครั้งแรก ตั้งแต่เกิดเหตุขี่จยย.ไปเฉี่ยวรถของ”น็อต” จนโดนชกหน้าจนดั้งจมูกหักแล้วบังคับให้กราบรถ ว่า “ปัญหาทุกอย่าง มีไว้แก้ สู้ๆ #คนป่วย” โดยมีคนเข้าไปแสดงความเห็นกันจำนวนมาก ที่มา ข่าวสดออนไลน์
ประเด็นการ “กราบรถ” ยังคงได้รับการพูดถึงอย่างกว้างขวางในสังคมไทย กรณีที่มีผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไปประสบ อุบัติเหตุเฉี่ยวชนกับรถยนต์หรูขนาดเล็กราคาแพง แล้วผู้ขับขี่จักรยานยนต์มีท่าทีว่าจะหลบหนีทําให้เจ้าของรถยนต์หรูคันนั้น ต้องเดินไปกระชากคอเสื้อของผู้ขับขี่จักรยานยนต์ข้ามมาจากอีกฝั่งถนนหนึ่ง ก่อนจะเริ่มบทสนทนาแล้วตามด้วยบทบู๊กระหน่ำ เข้าที่ใบหน้าหลายครั้ง เพราะเขาไม่รู้ว่ารถยนต์ที่ชนเข้าไปนั้นมีราคาค่างวดเท่าใด ก่อนเจ้าของรถยนต์จะสั่งให้ชายผู้ขับขี่ รถจักรยานยนต์ “กราบรถกู” พร้อมชี้ไปที่รถยนต์หรูสีเหลืองคันเล็กคันนั้น หากเราพูดถึงการ “กราบรถ” เราคงนึกถึงภาพของขบวนเสด็จพระราชดําเนินเท่านั้น เพราะเราไม่ค่อยได้กราบรถ ใครอยู่แล้ว ลําพังจะประคองตัวหรือประคองรถฝ่าการจราจรก็ลําบากมากแล้ว และส่วนใหญ่จะเป็น “อจร” เสียมากกว่า “จร” (พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงพระราชอรรถาธิบายเป็น “พระราชอารมณ์ขัน” ไว้ว่า “จราจร” มาจาก “จร” กับ “อจร” แปลว่า รวมกันแปลว่า “แล่นบ้าง-ไม่แล่นบ้าง”) จะให้ไปกราบรถใครก็คงไม่มีเวลา แล้วก็ไม่รู้จะกราบทําไม ถ้าอยากจะกราบจริงๆ ก็คงได้แต่รอกราบรถในขบวนเสด็จพระราช
วันที่ 8 พ.ย. เวลา 19.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่ นายอัครณัฐ อริยฤทธิวิกุล หรือน็อต เดินทางเข้าพบพ.ต.ท.ทวีป สุทธิ รอง ผกก.(สอบสวน) สน.ยานนาวา เจ้าของคดี เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติมในข้อหาข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือของผู้อื่น หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้นหรือจำยอมต่อสิ่งนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ต่อมาเวลา 21.30 น. หลังจากที่นายอัครณัฐเข้าให้ปากคำเพิ่มเติมและรับทราบข้อหาข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการ กับ พ.ต.ท.ทวีป สุทธิ รอง ผกก.(สอบสวน) เป็นเวลา 1ชั่วโมง 30 นาที โดยนายอัครณัฐได้เดินยกมือไหว้ลงมาจากบันไดด้วยสีหน้าเรียบเฉย พร้อมทั้งปฏิเสธไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดและให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนแต่อย่างใด ก่อนที่จะเดินไปขึ้นรถอย่างรวดเร็ว รายงานข่าวแจ้งว่านายอัครณัฐได้ปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อใช้ประกอบสำนวนการส
