กรุงเทพ
ลมหนาวพัดโชยมาทำให้ได้รู้ว่า ใกล้ถึงช่วงสิ้นปีแล้ว ปีที่ผ่านมาเป็นอย่างไรกันบ้าง สายมูทั้งหลายใครที่รู้สึกว่าเป็นปีที่หนัก การเงินติดขัด ปัญหารุมเร้าเข้ามา หรือ คำขอพรจาก พระแม่ องค์พ่อ ยังไม่รับคิวคำขอพรของท่าน ฟังทางนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ แจกพิกัดสายมูส่งท้ายปี การงาน การเงิน ความรัก เสริมดวง ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2569 เริ่มกันด้วยสถานที่ขอพร ความรัก ให้สมหวังตามที่ใจนึก เป็นที่รู้กันว่ากระแสเรื่องความรักมีมาตลอดทั้งปีและในทุกช่วงวัย ทั้งวัยรุ่น วัยทำงาน คนโสดทั้งหลายห้ามพลาดกับสถานที่ขอพรความรักตัวช่วยให้คนโสดมีลุ้นมีคู่เคานต์ดาวน์ข้ามปี 2568 1. พระพิฆเนศปางชวา (พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กรุงเทพฯ) เทพแห่งความสำเร็จ เป็นเทพที่มีเศียรเป็นช้างแต่ร่างกายเป็นมนุษย์ ท่านเป็นพระโอรสของพระศิวะและพระแม่ปาราวตี เป็นเทพที่ขจัดอุปสรรคและอำนวยพรให้เกิดความสำเร็จทั้งปวง ท่านยังเป็น ปฐมบูชา หรือ ผู้นำแห่งเหล่าเทพ โดยได้รับการเอ่ยนามหรือสรรเสริญก่อนเทพองค์อื่่น เชื่อกันว่า หากจัดพิธีกรรมใดๆ จะต้องบูชาทำความเคารพพระพิฆเนศก่อน หากไม่ได้รับการสรรเสริญ บูชาพิธีกรรมนั้น ถือเป็นโมฆะ พระพิฆเนศปา
“ช่วงเวลาที่คนกรุงเทพฯ เข้างานมากที่สุดคือ 10 โมงเช้า ในขณะที่เชียงใหม่ ขอนแก่น อยู่ที่ 8 โมง การเดินทางไปทำงานไกลกว่า และอาจเสียเวลารถติดหรือเลี่ยงการเดินทางในชั่วโมงเร่งด่วน ซึ่งก็นำไปสู่แนวคิดการสร้างย่านละแวกหรือนโยบาย ‘เมือง 15 นาที’ ที่ช่วยให้ผู้คนได้ทำงาน หรือมีบริการที่จำเป็นในย่านละแวกบ้าน ลดเวลาการเดินทางเพื่อนำไปใช้ชีวิตที่ต้องการได้” ‘คนส่วนใหญ่เข้างานเช้าแค่ไหน เลิกงานกันกี่โมง และมีเวลาไปทำกิจกรรมอื่นมากน้อยแค่ไหน’ ‘เมืองใหญ่มีพื้นที่ให้กับกิจกรรมแบบไหน มีเพียงพื้นที่ทำงาน หรือมีพื้นที่หลากหลายให้คนได้พักผ่อนหย่อนใจ’ ‘คนสูงวัยใน 4 เมืองใหญ่ใช้ชีวิตกันอย่างไร กระจายตัวทั่วเมืองหรือไม่ หรือกระจุกตัวอยู่ในย่านที่คุ้นเคย’ นี่คือตัวอย่างของคำถามที่นำไปสู่การค้นหาและเปิดโลกเรื่อง ‘เมือง’ ในโปรเจ็กต์ชื่อว่า ‘Dynamic Cities via Mobility Data หลากชีวิตในเมืองที่โลดแล่น’ โปรเจ็กต์ที่ใช้ข้อมูล Mobility จากทรู โดยมีหมุดหมายในการศึกษาชีวิตผู้คนและเมืองที่ไม่เคยหยุดนิ่ง ด้วยข้อมูลระดับ Big Data ที่มุ่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เรียกได้ว่าโปรเจ็กต์นี้มีความแปลกใหม่และน่าสนใจ 3 แง่มุม คือ ห
ยังฮอต! คนสนใจซื้อ/เช่าบ้าน ใน “กรุงเทพฯ” มากที่สุดในรอบปี 2567 ส่วนเชียงใหม่รั้งอันดับ 2 รับอานิสงส์การท่องเที่ยวฟื้น ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (DDproperty) แพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์อันดับ 1 ของไทย เผยข้อมูลเชิงลึกจากผู้เข้าเยี่ยมชมในเว็บไซต์ www.DDproperty.com ในรอบปี 2567 (เก็บข้อมูลระหว่างเดือนมกราคม-ธันวาคม 2567) อัปเดตทำเลศักยภาพที่น่าจับตามอง “กรุงเทพฯ” ยืนหนึ่งจังหวัดยอดนิยมของคนหาบ้าน กรุงเทพมหานคร ยังคงครองความนิยมเป็นจังหวัดที่ได้รับความสนใจซื้อ/เช่าทั่วประเทศมากที่สุดในรอบปี 2567 ขณะที่หัวเมืองท่องเที่ยวอย่างเชียงใหม่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นจนครองอันดับ 2 ตามมาด้วยอันดับ 3 นนทบุรี, อันดับ 4 ภูเก็ต, อันดับ 5 ชลบุรี, อันดับ 6 ปทุมธานี, อันดับ 7 สมุทรปราการ, อันดับ 8 ประจวบคีรีขันธ์, อันดับ 9 ระยอง และอันดับ 10 ขอนแก่น ทั้งนี้ หัวเมืองท่องเที่ยวกลับมาติดอันดับต้นๆ จังหวัดยอดนิยมที่มีการค้นหาที่อยู่อาศัยมากขึ้น หลังจากตลาดอสังหาฯ ในปี 2567 ได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวส่งผลให้จำนวนชาวต่างชาติที่เข้ามาในไทยเพิ่มมากขึ้น หัวเมืองท่องเที่ยวจึงได้รับความสนใจซื้อ/เช่าเพื่อใช้เป็น
ดราม่าข้ามคืน! กทม. ปรับโฉมใหม่ เปลี่ยนป้ายชื่อเมือง “เปลือง” หรือ “จำเป็น” กรุงเทพมหานคร เริ่มเปลี่ยนป้ายชื่อเมือง และคงทยอยเปลี่ยนสิ่งต่างๆ ที่ต้องมีตรา มีสัญลักษณ์ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลง หนีไม่พ้นสำหรับคนไทยคือ ดราม่า ที่ตามมา บ้างก็ว่าของเดิมดีกว่า บ้างก็ว่าสิ้นเปลือง ฯลฯ ขณะที่ กทม. ออกมาแจงว่า ต้องการสร้างอัตลักษณ์เมืองให้เทียบเท่าสากล ที่หลายเมืองใหญ่ในโลกเขาก็ทำกัน สรุปแล้ว การสร้างอัตลักษณ์ของเมือง “เปลือง” หรือ “จำเป็น” สำหรับผม “จำเป็น” อย่างยิ่งครับ ก่อนอื่น ต้องบอกก่อนนะครับ ว่าผมมองด้วยมุมมองทางการตลาด เมืองกทม. ก็คือ “องค์กร” แห่งหนึ่ง แม้จะไม่ได้ทำธุรกิจโดยตรง แต่องค์กรเกี่ยวข้องกับผู้คนมากมาย และแน่นอนที่สุด ต้องการมีภาพลักษณ์บางอย่างในใจผู้คน ไม่ต่างกับองค์กรธุรกิจครับ ต้องการภาพลักษณ์บางอย่างในใจผู้คน ดังนั้น ผมขอแนะนำให้รู้จักกับ C.I. ที่มาจากคำเต็มว่า Corporate Identity แปลตรงตัวเลยครับว่าเป็นเรื่องราวอันเป็นเอกลักษณ์ขององค์กร เมื่อองค์กรใด มีเอกลักษณ์โดดเด่นชัดเจน สามารถแสดงให้ผู้คนรับรู้ได้ต่อเนื่อง ในที่สุดความเป็นอัตลักษณ์ หรือเรียกว่า “ความเป็นตัวตน” ก็จะบังเ
วันนี้ (3 ก.พ.) เรื่องราวน่าประทับใจอีกหนึ่งเรื่อง ของเอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย ถูกเผยแพร่โดย เฟซบุ๊ก Pravit Rojanaphruk ขณะไปเจอนาย Georg Schmidt เอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำประเทศไทยคนใหม่ ที่นิยมเดินทางด้วยรถไฟฟ้าในการเดินทางในกรุงเทพฯ โดยระบุว่า “พบทูตเยอรมันคนใหม่โดยบังเอิญบนรถไฟฟ้าใต้ดิน ระหว่างเดินทางไปดูการแสดง Jesus Christ Superstar ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยคืนก่อน ท่านทูต Georg Schmidt เอาจริงเอาจังกับการเลี่ยงใช้รถบีเอ็มหรูซีรีส์ 7 ประจำตำแหน่งมาก เพราะมีสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าหนักกว่า 10 กิโล พร้อมหมวกกันน็อกติดตัว ในสังคมที่มีผู้นำเผด็จการตั้งตนเป็นนายกฯ บอกให้ประชาชนใช้ขนส่งสาธารณะแต่ตนยังนั่งรถประจำตำแหน่ง ผมอดคิดมิได้ว่านี่คือพีอาร์ ความชอบส่วนตัวหรือความห่วงใยในสิ่งแวดล้อมในสังคมไทยกันแน่ สังคมที่บ่อยครั้งหน้าตาคุณค่าความเป็นคนติดอยู่กับยี่ห้อและรุ่นรถที่คุณขับหรือมีคนขับให้อย่างแยกไม่ออก ปล.ในสังคมที่บ่อยครั้งค่าของอยู่ที่ราคาของรถที่ขับหรือมีคนขับให้อย่างแกะไม่ออก ผมแซวท่านทูตเล่นว่าควรติดธงจิ๋วให้รถสกู๊ตเตอร์ประจำตำแหน่งราคา 15,000 บาท
อดีต รมว.คมนาคม แนะ ขสมก. ให้เปลี่ยน รถเมล์เก่า 189 คัน ชี้เป็นหนึ่งในสาเหตุให้เกิดปัญหาฝุ่นละออง รถเมล์เก่า – เมื่อวันที่ 16 ม.ค. ที่พรรคชาติไทยพัฒนา นายนิกร จำนง ผอ.พรรคชาติไทยพัฒนา และ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เผยถึงปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่อยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ หนึ่งในปัญหาฝุ่นละออง เกิดจากควันดำที่เกิดจากไอเสียเกินค่ามาตรฐานของรถเมล์ในกรุงเทพฯ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรถเมล์ร้อนครีมแดงเก่าของ ขสมก. และรถโดยสารเอกชนร่วมบริการ จึงขอเสนอให้ ขสมก. เร่งเปลี่ยนรถเมล์เก่าที่ยังเหลืออีก 189 คันโดยเร็ว เพื่อทดแทนรถเก่าที่หมดสภาพให้ครบถ้วนโดยเร่งด่วน นอกจากนี้ยังอยากให้ ขสมก. และกรมการขนส่งทางบก ใช้อำนาจทางการบริหารให้รถโดยสารเอกชนร่วมบริการ เปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิงที่มีมลพิษน้อยเช่น B20 ซึ่งจะสามารถลดปัญหามลพิษจากไอเสียได้ตามสมควร ขอให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาผลกระทบที่สร้างขึ้น คือปัญหาฝุ่นละอองที่เกิดจากงานก่อสร้างต่างๆ ของรัฐ ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่ดำเนินการพร้อมกันมากเกินไป เพราะนอกจากจะเกิดปัญหารถติด สร้างมลพิษมากมาย ยังทำให้เกิดปัญ
เที่ยวเมืองกรุง ชมวัด แวะนิทรรศน์รัตนโกสินทร์ สุดชิล 1 วันเต็ม หากใครเป็นสายท่องเที่ยว ชอบย้อนรอยประวัติศาสตร์ ชมภาพเก่าครั้งอดีต หรือเข้าแกลลอรี่แล้วล่ะก็ “นิทรรศน์รัตนโกสินทร์” เป็นอีกหนึ่งสถานที่แนะนำ เป็นประตูสู่กรุงรัตนโกสินทร์ ที่รวบรวมความรู้ด้านประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรมของยุครัตนโกสินทร์ไว้อย่างสมบูรณ์แบบและน่าทึ่ง ตั้งอยู่บนถนนราชดำเนินกลาง ที่การเดินทางแสนสะดวก ด้วยรถยนต์ส่วนตัว หรือรถเมล์ก็ได้ทั้งนั้น เมื่อเร็วๆ นี้ผู้สื่อข่าวเส้นทางเศรษฐีมีโอกาสร่วมทริป “ย้อนกาลเก่า เล่ารัตนโกสินทร์ ยินผ่านวรรณกรรม” กับ เคทีซี หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โดยผู้ดำเนินชมรม “KTC PR Press Club” การเข้าชมแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ตามเส้นทางการเข้าชม มีให้เลือก 2 เส้นทาง ใช้เวลาเท่ากันโดยประมาณ 2 ชั่วโมง เส้นทางที่ 1 ชม 7 ห้อง ห้องรัตนโกสินทร์เรืองโรจน์ ห้องเกียรติยศแผ่นดินสยาม ห้องเรืองนามมหรสพศิลป์ ห้องลือระบิลพระราชพิธี ห้องสง่าศรีสถาปัตยกรรม ห้องดื่มด่ำย่านชุมชน และห้องเยี่ยมยลถิ่นกรุง เส้นทางที่ 2 ชมเพียง 2 ห้อง ห้องเรืองรุ่งวิถีไทย และห้องดวงใจปวงประชา ครั้งนี้ได้เลือ
ช่วงเทศกาลปีใหม่การเดินทางกลายคนเดินทางกลับบ้าน หลายคนเดินทางออกไปท่องเที่ยว ในเมืองกรุง ซึ่งปกติมีรถราติดเกือบตลอดจึงแทบไม่ค่อยมีผู้คน โดยเฉพาะในวันขึ้นปีใหม่ วันที่ 1 ม.ค. ภาพถนนไร้รถราจึงเป็นภาพที่จะหาดูได้เฉพาะช่วงเทศกาลเท่านั้น โดยภาพดังกล่าวเป็นบริเวณอนุสวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งถือว่าเป็นสถานที่ที่รถคับคั่งมากแห่งหนึ่งใน กทม. โดยรูปดังกล่าวถ่ายได้ในช่วง 15.00 น. แต่กลับพบว่าไม่มีรถในวงเวียนเลย ที่มา : ข่าวสดออนไลน์
