กลิ่นขยะ
‘ชัชชาติ’ ลุยเก็บขยะ! อบต.พันท้ายฯ กว่า 3 ตัน เก็บตั้งแต่ถังหน้าบ้าน ยันโรงงานกำจัด เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้โพสต์ภาพนายชัชชาติ ร่วมกับรถเก็บขยะออกเก็บขยะตามบ้านเรือนประชาชน ขณะไปดูงานการจัดการขยะของ อบต.พันท้ายนรสิงห์ จ.สมุทรสาคร โดยโพสต์ดังกล่าวระบุว่า “เรื่องการจัดการขยะเป็นเรื่องสำคัญสำหรับทุกเมือง เมื่อวานผมได้ไปดูงานจัดการขยะของ อบต.พันท้ายนรสิงห์ จังหวัดสมุทรสาคร ที่เลือกที่นี่เพราะมีการกำจัดขยะที่น่าสนใจและสามารถดูงานได้ทั้งระบบ ระบบการจัดการขยะ อาจจะประกอบด้วยสามขั้นตอนหลักคือ 1. การทิ้งขยะจากแหล่งต่างๆ เช่น ครัวเรือน ตลาด โรงเรียน โรงงาน 2. การจัดเก็บขยะ โดยมีหน่วยงานจัดเก็บรวบรวมจากแหล่งทิ้งขยะต่างๆ ส่วนใหญ่ที่เราเห็นคือรถเก็บขยะที่มาเก็บขยะตามบ้าน 3. การกำจัดขยะ ซึ่งอาจมีหลายทางเลือก เช่น การฝังกลบ การเผา การคัดแยกเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ ขั้นตอน 1-2 ของที่ อบต.พันท้ายนรสิงห์ มีลักษณะเหมือนกับของ กทม. โดยจะมีรถเก็บขยะวิ่งเก็บตามแหล่งทิ้งขยะ โดยเก็บอาทิตย์ละสองวัน ค่าเก็บขยะบ้านละ 40 บาทต่อเดือน ส่วนขั้นตอนที่
เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ นายราชิต สุดพุ่ม รองผู้ว่าราชการ จ.สงขลา เปิดเผยว่า จ.สงขลา กำลังประสบปัญหามลพิษในเขตควบคุมทั้งขยะส่งกลิ่นเหม็น น้ำเสีย และปัญหาทางเสียง ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ล้วนส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน จึงต้องเร่งกำหนดมาตรการเพื่อลดและขจัดมลพิษในเขตควบคุม ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและติดตามผลการดำเนินงานพื้นที่เขตควบคุมมลพิษ จ.สงขลา พิจารณาให้ความเห็นและข้อเสนอแนะต่อแผนปฏิบัติการเพื่อลดและขจัดมลพิษ กำกับการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการเพื่อลดและขจัดมลพิษ นายราชิตเปิดเผยว่า ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับมลพิษเป็นปัญหาความเดือดร้อนที่ส่งผลกระทบกับประชาชน และมีการร้องเรียนมายังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสงขลาด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะในพื้นที่เมืองเศรษฐกิจต่างๆ ซึ่งคณะอนุกรรมการฯจะช่วยกำหนดมาตรการลดและขจัดมลพิษในพื้นที่ของ จ.สงขลาได้ ทางด้าน นายนิพนธ์ บุญญามณี นายก อบจ.สงขลา เปิดเผยว่า ตนยอมรับว่าปัญหามลพิษที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะขยะในพื้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 124 แห่ง มีปริมาณเพิ่มขึ้น แต่ที่กำจัดขยะมี 4 แห่งไม่เพียงพอ ทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบางแห่งเก็บไปกองทิ้งในที่สาธารณะ ทำ
เมื่อวันที่ 23 พ.ย. 60 ผู้สื่อข่าว ได้รับการร้องเรียนจาก น.ส.พรรณพิชา งามเขต อายุ 41 ปีว่าตนมาร้องขอความเป็นธรรม เนื่องจากก่อนหน้านี้ ตนได้มาซื้อบ้านในโครงการ CENTRO รังสิต ตั้งอยู่ ม.3 ถนนรังสิต-นครนายก (คลองสี่) ต.บึงยี่โถ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ในราคา 3,990,000 บาท วางเงินดาวน์ไป 1,470,000 บาท ซึ่งทางพนักงานขายได้นำพาไปซื้อบ้านเลขที่ 80/170 จากนั้นเมื่อวันที่ 9 พ.ย. ที่ผ่านมา ตนและครอบครัวจึงไปทำการโอนกรรมสิทธิ์ หลังจากนั้น ตนและครอบครัว จึงเตรียมขนข้าวของเพื่อจะเข้าไปอยู่ แต่ปรากฏว่าเมื่อไปถึงหน้าบ้าน กลับได้กลิ่นเหม็นแบบของเน่าเสีย จึงเรียกพนักงานขายและเจ้าหน้าที่ของโครงการ มาร่วมตรวจสอบ ก็พบว่ามีขยะมูลฝอยกองใหญ่ที่บริเวณด้านข้างในเขตพื้นที่ของสนามกอล์ฟกรุงกวี โดยกลิ่นเน่าเหม็นได้ตลบอบอวลไปทั่วห้องทั้งข้างล่างและข้างบนบ้าน นอกจากนี้ที่สร้างความเหม็นอย่างรุนแรงคือในห้องน้ำชั้นบนที่เน่าเหม็นกลิ่นโชยขึ้นมาจากท่อระบายน้ำ ทำให้ตนและครอบครัว ไม่สามารถจะเข้าอยู่ได้ เนื่องจากตนและลูกชายวัย 5 ขวบนั้นเป็นโรคภูมิแพ้ชนิดรุนแรง จึงนำเรื่องแจ้งไปยังทางโครงการ โดยครั้งแรกตนได้เสนอไปที่โครงการ ว่า
