กลโกง
2 คาถา จำให้ขึ้นใจ ซื้อ-ขาย ของออนไลน์ ให้ปลอดจากภัยไซเบอร์ ปัจจุบันภัยไซเบอร์ขยายวงเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว โดยเฉพาะภัยคุกคามในภาคการเงิน ถ้าหลวมตัวตกหลุมพรางของมิจฉาชีพ ความสูญเสียอาจไม่จำกัดอยู่เพียงแค่เงินในบัญชีของเหยื่อเท่านั้น แต่อาจถูกนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้สร้างบัญชีแฝง ซึ่งจะทำให้เหยื่อตกเป็นแพะรับบาปที่ยากต่อการจำกัดขอบเขตความเสียหายได้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย แนะ คาถารักษาตนให้รอด ปลอดจากภัยไซเบอร์อันเกิดจากคนหลอกคน (Social Engineering) โดยป้องกันไม่ให้ติดกับดัก และสามารถฝ่าด่านการล่อ-ลวงของมิจฉาชีพ ทำให้ไม่อาจล้วงข้อมูลส่วนตัวของเราไปก่อความเสียหายได้ ดังนี้ 1. อย่ายอมให้ความไม่รู้ เชื่อคนง่าย พาให้อับจน รูปแบบเดิมๆ เทคนิคเก่าๆ เช่น แอบอ้างเป็นพนักงานในองค์กรที่น่าเชื่อถือ เช่น ธนาคาร ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานรัฐ ฯลฯ โทรมาถามข้อมูลส่วนตัวต่างๆ รวมทั้งการสอบถามรหัส OTP ซึ่งถ้าพบเจอคำถามลักษณะนี้ ไม่ควรไว้ใจ ไม่ใช่พนักงานตัวจริง เพราะธนาคารมีระบบการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลลูกค้า โดยไม่เป็นฝ่ายติดต่อสอบถามข้อมูลจากลูกค้าด้วยวิธีการต่างๆ ทั้งการโทร ส่งลิงก์ทาง SMS, แอพแชต และอีเมล แ
เปิด 10 กลโกง ซื้อ-ขายออนไลน์ แห่งปี 64 ชาวเน็ตรู้ไว้! จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อโจรไซเบอร์ ปัจจุบัน การทำธุรกิจ-ธุรกรรมออนไลน์ ได้รับความนิยมมากขึ้น ทำให้มีมิจฉาชีพแฝงตัวเข้ามามากมาย เป็นผลให้พ่อค้าแม่ขายหรือกระทั่งผู้ซื้อตกเป็นเหยื่อโดยไม่คาดคิด สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) ได้เผย 10 กลโกงจากการซื้อ-ขายสินค้าออนไลน์ ที่ควรระวังไว้ ดังนี้ 1. หลอกโอนเงิน ชวดหนี ไม่มีสินค้าส่งจริง จากสถิติร้องเรียนมายังศูนย์ฯ 1212 ปัญหาการสั่งซื้อสินค้าแล้วไม่ได้รับสินค้าก็มาเป็นอันดับ 1 ถึง 45% ดังนั้น ก่อนตัดสินใจซื้อ แนะนำให้ตั้งข้อสังเกตในเรื่องการตั้งราคาที่ถูกเกินจริง เช็กข้อมูลชื่อผู้ขาย เบอร์โทรศัพท์ บัญชีธนาคารของผู้ขายจากเว็บไซต์ https://www.blacklistseller.com/ ว่าอยู่ในบัญชีดำคนโกงหรือไม่ รวมถึงลองนำชื่อร้านไปค้นหาบนแพลตฟอร์ม e-Commerce เช่น ช้อปปี้ (Shopee) ลาซาด้า (Lazada) ฯลฯ 2. สินค้าไม่ตรงปก ขาช็อปปิ้งหลายคน อาจเคยเกิดอาการเบลอ อ่านรายละเอียดก่อนสั่งซื้อสินค้าไม่ครบถ้วน เช่น ตั้งใจซื้อหม้อหุงข้าวหม้อใหญ่มาปรุงอาหารที่บ้านหรือคอนโดฯ ก็กลับได้หม้อหุงข้าวไซซ์จิ๋ว ฉบับของเล่นมาแ
คลังเผย ผู้รับสิทธิ เราชนะ ทะลุ 10.5 ล้าน เตือนคนโกงระงับ ถุงเงิน-เป๋าตัง ทันที เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 64 นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าการเข้าร่วมโครงการเราชนะ (โครงการฯ) ของกลุ่มประชาชนที่อยู่ในฐานข้อมูลของแอพพลิเคชั่น “เป๋าตัง” ในโครงการเราเที่ยวด้วยกันและคนละครึ่ง และกลุ่มประชาชนทั่วไปที่ลงทะเบียนทางเว็บไซต์ www.เราชนะ.com ว่า มีผู้ที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติเบื้องต้นและยืนยันการใช้สิทธิร่วมโครงการฯ ผ่านแถบ (Banner) โครงการ “เราชนะ” ในแอพพลิเคชั่น “เป๋าตัง” แล้ว จำนวน 10,544,909 คน (ข้อมูล ณ เวลา 17.00 น.) อย่างไรก็ตาม ประชาชนสามารถทยอยดำเนินการยืนยันตัวตนได้ และจะได้รับวงเงินสิทธิภายหลังจากการยืนยันตัวตน โดยจะได้รับวงเงินสิทธิเพิ่มเป็นรายสัปดาห์ ทุกวันพฤหัสบดีจนวงเงินสิทธิครบ 7,000 บาท ทั้งนี้ สามารถสะสมวงเงินสิทธิและใช้จ่ายเพื่อชำระค่าสินค้าและบริการที่ร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นที่มีแอพพลิเคชั่น “ถุงเงิน” ร้านค้าคนละครึ่งที่ตกลงยินยอมเข้าร่วมโครงการฯ รวมถึงผู้ประกอบการ/ร้านค้าและบริการรายย่อยที่เข้
แบงก์เตือน ระวังมิจฉาชีพ สร้างแอ๊กเคานต์ “ไลน์ปลอม” ล้วงข้อมูล ขโมยเงิน! ธนาคารไทยพาณิชย์ เตือน ระวังมิจฉาชีพ สร้างแอ๊กเคานต์ปลอมหลอกเอาข้อมูลสำคัญ เข้าไปขโมยเงินออกจากบัญชีโดยที่เหยื่อไม่ทันรู้ตัว วิธีการของมิจฉาชีพ และการตรวจสอบ LINE ปลอม เริ่มจากการที่มิจฉาชีพสร้างแอ๊กเคานต์ปลอมขึ้นมา แล้วตั้งชื่อให้เหมือนกับของจริงที่ธนาคารใช้ จากนั้นก็จะทักเข้าไปหากลุ่มเป้าหมายก่อน พยายามบอกให้ยืนยันตัวตน โดยให้แจ้งเลขที่บัตรประชาชน และวันเดือนปีเกิด หากหลงเชื่อให้ข้อมูลไป ก็เข้าข่ายที่จะเสร็จโจรแน่นอน มาดูวิธีสังเกตง่ายๆ เพื่อจะตรวจสอบว่า LINE ที่เห็นนั้น เป็นของจริงหรือของปลอมกันดีกว่า 1. LINE ของปลอม จะทักเข้าไปหาลูกค้าก่อน โดยผู้ใช้จะเห็นคำว่า เพิ่มเพื่อน อยู่ด้านบน ซึ่งหมายความว่า ผู้ใช้กับแอ๊กเคานต์นี้ยังไม่ได้เป็นเพื่อนกัน ส่วน LINE จริง ผู้ใช้จะต้องเป็นคนเพิ่มเพื่อนเอง LINE จริงนี้จะไม่สามารถทักเข้าไปหาลูกค้าก่อนได้เลย 2. LINE ของปลอม จะไม่มีเครื่องหมาย โล่สีเขียว หน้าชื่อแอ๊กเคานต์ ในขณะที่ LINE ของจริง จะมี โล่สีเขียว หรือสีน้ำเงิน วางอยู่หน้าชื่อแอ๊กเคานต์ดูเด่นชัดเจน เพื่อแ
สารพัดรูปแบบกลโกง “การลงทุน” ต้องรู้ให้ทัน ‘การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรพิจารณาให้รอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน’ เป็นคำกล่าวที่อยู่คู่นักลงทุนมาทุกยุคทุกสมัย อย่างไรก็ตาม แม้ว่านักลงทุนจะมีการพิจารณาการลงทุนอย่างรอบด้าน เราก็ยังมีโอกาสขาดทุนจากการลงทุนได้ จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้นักลงทุนต้องศึกษาและทำความเข้าใจเรื่องความเสี่ยงจากการลงทุนให้ดี นอกจากความเสี่ยงจากการลงทุนที่ทำให้เรามีโอกาสขาดทุนได้แล้ว ยังมีการหลอกลวงและการฉ้อโกงในรูปแบบต่างๆ จากมิจฉาชีพที่อาจทำให้สูญเสียเงินทองเป็นจำนวนมากได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่นักลงทุนต้องหมั่นติดตามและรู้ทันกลโกงเหล่านั้น บทความนี้จะมาไขข้อข้องใจเกี่ยวกับการหลอกลวงที่แฝงมากับการชักชวนลงทุน เนื่องจากในปัจจุบัน คำว่า “ลงทุน” เป็นเรื่องน่าสนใจสำหรับคนทุกวัย ทุกอาชีพ ทุกฐานะ ส่งผลให้ชักชวนได้ง่าย อีกทั้งผลตอบแทนที่ล่อตาล่อใจก็หลอกให้คล้อยตามง่ายขึ้นด้วย รูปแบบกลโกงการลงทุนมีอะไรบ้าง? 1. แชร์ลูกโซ่ เป็นกลโกงที่มีมานาน และมีการพัฒนาให้ซับซ้อนยิ่งขึ้นตามยุคสมัย โดยได้การระดุมทุนจากสมาชิกที่ตกเป็นเหยื่อ เนื่องจากมักจะจูงใจด้วยผลตอบแทนที่สูง และมักอ้างว่านำไปลงทุน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 12 กันยายน นายมาณพ ม่วงเลี่ยม อายุ 46 ปี ชาว ต.ทุ่งยั้ง อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า ไปเลือกซื้อลองกองเพื่อนำมารับประทานที่บ้านที่บริเวณแผงจำหน่ายหน้าโรงรถจักร หรือถนนหน้าอาคารส่วนการคลัง เขตเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ สอบถามราคาพ่อค้าแม่ขายทราบว่า แบบร่วงหรือเป็นช่อเล็กๆ ราคากิโลกรัมละ 30-35 บาท หากเป็นแบบคัดช่อราคาจะอยู่ที่ 50-55 บาท ราคาจะขึ้นลงตามวันต่างกัน ลองกองแบบคัดช่อสวยงามเป็นลองกองใหม่ที่ตัดวันต่อวัน หรือข้ามวันเพียง 1 วัน จะรับประทานดีกว่าลองกองที่เป็นแบบร่วงและช่อเล็ก จึงตัดสินใจเลือกซื้อแบบคัดช่อเพราะรับประทานปีละครั้งก็อยากรับประทานสิ่งที่ดีหน่อย เลือกซื้อมา 5 กิโลกรัม เป็นเงิน 250 บาท “เมื่อนำมารับประทานที่บ้านพร้อมกับครอบครัว ลองกองที่ซื้อมาแบบช่อในราคาที่แพงที่สุดของแผงจำหน่ายแล้วปรากฏว่า เป็นลองกองแบบช่อเหมือนกัน แต่เป็นลองกองที่เป็นช่อเล็กแต่ใช้ยางวงรัดรวมกันให้เป็นช่อใหญ่ มองดูภายนอกแบบผิวเผินจะไม่เห็นว่าเป็นลองกองแบบยางมัดรวมกัน จนกว่าจะนำมารับประทานถึงจะเห็น จึงรู้ตัวว่าถูกหลอกจากพ่อค้าแม่ค้าที่คัดลองกองแบบช่อใหญ่ราคาสูงที่สุดมาให้รับประ
