กัญชาเสรีทางการแพทย์
นักวิจัย วอนผ่านร่างกฎหมายกัญชา เพื่อประชาชนมีสิทธิ์ดูแลสุขภาพตัวเอง ดร.พิพัฒน์ นนธนาธรณ์ นายกสมาคมนักวิจัยแห่งประเทศไทย กล่าวขอบคุณสภาฯ ที่จะนำร่างพระราชบัญญัติกัญชา กัญชงฯ เข้าสู่การพิจารณาในวันที่ 18 ม.ค.นี้ พร้อมยืนยันว่า การที่ทางสมาคมฯ และเครือข่ายกัญชาฯ ออกมาเรียกร้องให้ สภาผ่านร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ นั้น เพราะต้องการให้ประชาชนมีสิทธิ์ปลูกเพื่อดูแลสุขภาพของตนเองได้ และทุกคนต่างมีประสบการณ์การใช้กัญชาในมิติต่างๆ จากการเห็นประโยชน์ของกัญชาจริงๆ โดยเฉพาะผู้ป่วยมะเร็ง ซึ่งใช้กัญชาเป็นทางร่วม ทางเลือก เพิ่มคุณภาพชีวิต ลดความทุกข์ทรมาน ทำให้โรคสงบ เป็นต้น โดยวันที่ 21 ม.ค.นี้ ภาคประชาชนจะจัดเวทีแชร์ประสบการณ์การใช้กัญชารักษามะเร็งของผู้ป่วย ซึ่งจะเป็นข้อมูลพื้นฐานในการจัดทำหัวข้อการวิจัยต่อไป ดร.พิพัฒน์ ยังยกเหตุผลสำคัญ 5 ประการ ที่สภาฯ ต้องผ่านร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ ได้แก่ ประการแรก ขาดเครื่องมือในการบริหารจัดการกัญชากัญชงอย่างครบวงจร เนื่องจาก พ.ร.บ.กัญชาฯ มีการออกแบบที่ครอบคลุมในการบริหารจัดการกัญชา-กัญชง ครบวงจร และรวมอำนาจในการกำกับดูแลและควบคุมการใช้ประโยชน์จากกัญชา-กัญชง เป็นหนึ่งเดียว เ
เผยแนวโน้ม การใช้กัญชาเพื่อสันทนาการ ไม่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเร็วๆ นี้ คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนกัญชาเสรีทางการแพทย์ ที่มี นพ.ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน พร้อมด้วย ดร.ภก.อนันต์ชัย อัศวเมฆิน อาจารย์ประจำคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล รองประธาน ได้หารือร่วมกับหน่วยงานภายในกระทรวงสาธารณสุข โดยได้ทบทวนแนวทางการควบคุมการปลูก ใช้ประโยชน์ ผลิต และจำหน่าย เป็นไปเพื่อประโยชน์สุขภาพและทางการแพทย์ และป้องกันการนำไปใช้ในทางที่ผิด โดยที่ประชุมได้มีการแลกเปลี่ยนประเด็นของผลกระทบที่เกิดจากการปลดพืชกัญชาออกจากยาเสพติดหลังวันที่ 9 มิถุนายน 2565 ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับต้นทาง กลางทาง และปลายทาง โดยเปรียบเทียบกับข้อกฎหมายระหว่างประเทศ และมาตรการป้องกันและติดตามผลกระทบ นพ.ประพนธ์ ให้ข้อมูลว่า ที่ผ่านมา ทางกระทรวงสาธารณสุขดำเนินการเรื่องเหล่านี้มาโดยตลอด มีระบบการควบคุมกำกับผลกระทบด้านลบที่อาจจะเกิดขึ้น และมีการประชุมร่วมกันเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล การทำงานอย่างต่อเนื่องทำให้เราเข้าใจความเป็นพลวัตของสังคมและกัญชา ว่าทำไมฟากฝั่งประชาชน จึงต้องการให้ปลดกั
ปลื้มผลงาน 2 ปี นโยบายกัญชาเสรีทางการแพทย์ มั่นใจต่อยอดขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ในการประชุมครั้งที่ 2/2564 ของคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายกัญชาเสรีทางการแพทย์ เมื่อเร็วๆ นี้ มีวาระติดตามแผนปฏิบัติการเร่งรัด (Quick win) การขับเคลื่อนกัญชาเป็นพืชเศรษฐกิจ โดยมีตัวแทนจากหน่วยงานต่างๆ ของกระทรวงสาธารณสุขเข้าร่วมประชุม ดร.ภก.อนันต์ชัย อัศวเมฆิน คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่ปรึกษาสถาบันกัญชาทางการแพทย์ และอาจารย์ประจำคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะประธานคณะกรรมการฯ ได้กล่าวถึงผลสรุปการประชุมว่า การจะทำให้กัญชา-กัญชงเป็นพืชเศรษฐกิจที่สามารถสร้างคุณค่าให้กับคนไทยได้อย่างแท้จริงนั้น จำเป็นต้องขับเคลื่อนไปพร้อมกันทั้งห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ส่วนต้นน้ำ กลางน้ำ ไปถึงปลายน้ำ ซึ่งแต่ละส่วนจะมีหน่วยงานต่างๆ ในกระทรวงที่รับผิดชอบแผนงาน และมี สถาบันกัญชาทางการแพทย์ เป็น focal point ในการประสานงานเพื่อให้สามารถขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายเดียวกันได้ โดยเริ่มตั้งแต่การมีธนาคารเมล็ดพันธุ์ ซึ่งเป็นต้นทางสำคัญของธุรกิจกัญชา การลดขั้นตอนการขออนุญาต การยกระดับคุณภาพห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์พืชและผลิ
