การท่องเที่ยว
จากกรณีชาวเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ มีการร้องทุกข์ว่า สถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว ใกล้กับดอยหลวงเชียงดาวในพื้นที่ บ้านนาเลาใหม่ หมู่ 10 ตำบลเชียงดาว อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ มีการสร้างที่พัก โฮมสเตย์และรีสอร์ทสำหรับรองรับนักท่องเที่ยวขยายตัวเพิ่มขึ้น ขณะนี้มีจำนวนทั้งสิ้น 16 แห่ง และมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามานอนพักเป็นจำนวนมาก ทำให้ทางโฮมสเตย์ที่มีอยู่เดิม ได้มีการขยายบ้านพักเพิ่ม บางรายถึงขั้นบุกรุกที่ป่า และแปรเปลี่ยนจากที่พักแบบโฮมสเตย์ขยายเป็นรูปแบบกึ่งรีสอร์ท ซึ่งถือว่าผิดเงื่อนไขที่เคยได้รับอนุญาตในการใช้พื้นที่ ตามมติ ครม. ปี 2541 ชาวบ้านที่ร้องเรียนเกรงว่าจะเกิดผลกระทบนำไปสู่ระบบนิเวศน์ทางธรรมชาติที่ถูกทำลายได้ เนื่องจากตั้งอยู่ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า จากปัญหาดังกล่าว ทำให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มีคำสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริง เบื้องต้นพบว่าในพื้นที่บ้านนาเลาใหม่ มีโฮมเสตย์ชื่อดังหลายแห่งที่นักท่องเที่ยวนิยมไป เริ่มขยายพื้นที่ก่อสร้างบ้านพักเพิ่ม ซึ่งหลายรายเข้าข่าย
“ทัวร์ศูนย์เหรียญ” คือทัวร์ราคาถูก ที่นำคนจีนเข้ามาเที่ยวด้วยแพ็กเกจราคาถูกอยู่ที่ราคา ค่าเครื่องบิน ค่ารถ ค่าอยู่ค่ากิน 5 วัน ในราคาประมาณ 2,000-5,000 บาท เมื่อเจ้าของบริษัททัวร์คิดราคาทัวร์ที่ถูกเกินจริง ก็จะนำทัวร์จีนไปเที่ยวถอนทุนคืน แบบจีนหลอกจีนกันเอง ตามแหล่งซื้อของร้านในเครือข่ายของตัวเอง อาทิ ร้านจิวเวลรี่ ร้านเครื่องหนัง ร้านอาหาร ร้านขายยาบำรุงสุขภาพ และรวมไปถึงการพาไปให้บริการในแหล่งบันเทิง18+ ที่เตรียมไว้รองรับทัวร์จีนโดยเฉพาะ ทั้งที่ พัทยา และภูเก็ต แล้วบวกค่าบริการเพิ่มอีกประมาณ 35-50% ของราคาสินค้า การหยั่งรากลึกของทัวร์ศูนย์เหรียญในเมืองไทยไม่ได้แค่ทำธุรกรรมซื้อขายปกติ ยังมีตัวแทนการให้บริการรับชำระเงินของผู้ให้บริการจากต่างประเทศที่ไม่ได้รับบริการจากประเทศไทยเข้ามาให้บริการแก่ร้านค้าในเครือข่ายทัวร์ศูนย์เหรียญ เพื่อให้บริการกับนักท่องเที่ยว เพื่อนักท่องเที่ยวไม่ต้องชำระเงินโดยตรงกับร้านค้า แต่ให้บริการชำระเงินเพื่อให้บริการทัวร์จีน ที่เมืองจีน การซื้อขายที่เกิดขึ้นจริงได้ของจริง แต่ไปจ่ายเงินกันที่เมืองจีน ผ่านระบบบริการชำระเงินของจีนเอง ตามกฎหมายการซื้อขายไม่เกิดในเม
กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกโซเชียลขึ้นมาทันที หลังจากมีข่าวว่า น.ส.ลัดดา ตั้งสุภาชัย อดีตศิลปินกองการสังคีต กรมศิลปากร เข้าร้องเรียนต่อสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ (วิทยาลัยนาฏศิลป์) เรื่องความไม่เหมาะสมของมิวสิควิดีโอเพลง‘เที่ยวไทยมีเฮ’ ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) จัดทำขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย โดยได้เก่ง เดอะวอยซ์ – ธชย ประทุมวรรณ ผู้เคยนำศิลปะการแสดงไทยไปคว้า 27 รางวัลจาก World Championship of Performing Art 2016 มาร้องร่วมกับ ฟิล์ม – บงกช เจริญธรรม ทั้งนี้ เนื่องจากที่ประชุมผู้ทรงคุณวุฒิและนักวิชาการจากสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ (วิทยาลัยนาฏศิลป์) ให้เหตุผลว่า ในเอ็มวีที่กำกับโดย อ๊อด – บัณฑิต ทองดี นายกสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทยนั้น มีการนำตัวละคร ‘ทศกัณฑ์’ จากวรรณคดีเรื่อง ‘รามเกียรติ’ ไปเที่ยวทำกิจกรรมต่างๆ เช่น หยอดขนมครก, ขับโกคาร์ท, ถ่ายเซลฟี่, ขี่บั้งไฟ ฯลฯ ซึ่งดูแล้วไม่เหมาะสม เพราะทศกัณฑ์เป็นราชาแห่งยักษ์ทั้งปวง เป็นตัวละครที่สง่างาม น่าเกรงขาม ซึ่งกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ที่มีคณะกรรมการส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม เป็นผู้ดูแลได้เชิญทั้ง 2 ฝ่าย คือ ผู้ผลิตมิวสิควีด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายทรงพล สวาสดิ์ธรรม ผู้ว่าราชการ จ.สงขลา เปิดเผยว่า จ.สงขลา จัดสรรงบประมาณ 1.9 ล้านบาท ใช้ในกิจกรรม Street art ย่านเมืองเก่าสงขลา สอดรับกลยุทธ์การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและเชิงธุรกิจ โดยใช้การท่องเที่ยวในการกระตุ้นการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมีเสถียรภาพ ส่งเสริมและพัฒนาท่องเที่ยวที่หลากหลาย เชื่อมโยงสู่ภูมิภาค “สงขลาเป็นจังหวัดที่มีความหลากหลายของการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และความเป็นเอกลักษณ์ของเมืองเก่า มีนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซียเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก นายทรงพลเปิดเผยว่า กิจกรรม Street art ย่านเมืองเก่าสงขลา เป็นการเนรมิตฝาผนังของบ้านบนถนน 3 สาย คือถนนนอก นครในและถนนนางงาม ได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยทักษิณ และเมจิกอายส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านภาพ 3 มิติ มาร่วมกันสร้างสรรค์ผลงาน ถ่ายทอด บอกเล่าเรื่องราวที่สะท้อนวิถีชีวิตคนสงขลาผ่านภาพวาด 15 จุด
ต่อยอดวัฒนธรรมไทย ใส่ไอเดียให้ของที่ระลึก ทุนทางวัฒนธรรม การท่องเที่ยว การออกแบบ นำมาซึ่งไอเดียและโอกาสให้แบรนด์ “HOLEN” (โฮเล่น) เปิดตัวผลิตและจำหน่ายของที่ระลึก โดยหยิบนำความเป็นไทยมาต่อยอด นอกจากจะสร้างรายได้ทางการตลาด ยังเป็นอีกวิธีคงคุณค่าความเป็นไทย หลังผ่านพ้นวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ ในราวปี 2555 คุณวิพาสน์พร ศรีพุ่ม ได้นำความรู้ความสามารถด้านสถาปัตยกรรมศาสตร์ศิลปะอุตสาหกรรม จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เปิดบริษัทรับออกแบบ โดยร่วมหุ้นกับเพื่อนร่วมทางสร้างอาชีพจากไอเดียสร้างสรรค์ ซึ่งก็ได้รับงานจากลูกค้าในกลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่ง กระทั่งต่อมา มีโอกาสทำโปรเจ็กต์ “ฝากไทย” กับกระทรวงวัฒนธรรรม ออกแบบสินค้าของที่ระลึกการท่องเที่ยวของแต่ละจังหวัด เพื่อนำไปจัดแสดง จากจุดเริ่มต้นตรงนั้น ทำให้คุณวิพาสน์พรเห็นถึงทุนทางวัฒนธรรม ได้สัมผัสความเป็นไทยมากขึ้น ฉะนั้น ในฐานะนักออกแบบ จึงเห็นโอกาสกับการต่อยอดบนสิ่งที่เรียกว่าเป็นจุดแข็งของประเทศไทย นั่นก็คือ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว “เข้าไปทำโปรเจ็กต์ฝากไทย ทำให้ตกผลึกความคิด ได้เห็นทุนทางวัฒนธรรมของประเทศไทยมีเยอะมาก มีจุดแข็งด้า
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. เปิดเผยว่า ททท.คาดการณ์ว่าในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ จะมีรายได้ทางการท่องเที่ยวประมาณ 1.88 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 14 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีนักท่องเที่ยวตลาดต่างประเทศ 24.94 ล้านคน สร้างรายได้ 1.25 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 17 และนักท่องเที่ยวตลาดในประเทศ 111 ล้านคนครั้ง สร้างรายได้ 6.29 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 โดยพบว่าสถานการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติช่วง 9 เดือนแรก เติบโตได้ดีเกือบทุกตลาด โดยนักท่องเที่ยวจากเอเชียตะวันออก เพิ่มขึ้นร้อยละ 17 อเมริกาเพิ่มขึ้นร้อยละ 15 อาเซียน เอเชียใต้ และยุโรป เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ตะวันออกกลางเพิ่มขึ้นร้อยละ 8 แอฟริกาเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 ปัจจัยสนับสนุนการท่องเที่ยวของไทย ช่วงไตรมาส 4 คือ จะมีวันชาติจีนระหว่างวันที่ 1-9 ตุลาคมนี้ คาดว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวจีนมาไทย 2.8 แสนคน การฟื้นตัวของรัสเซีย และกิจกรรมของ ททท. เช่น การเก็บตัวของผู้เข้าประกวดมิสยูนิเวิร์ส ไชน่า 2016 ในเดือนตุลาคม การถ่ายทำรายการสารคดีเชิงท่องเที่ยวของดาราฮอลลีวู้ด
