ของที่ระลึก
เปิดที่มา ของที่ระลึก รัฐบาลไทย มอบให้ผู้นำเขตเศรษฐกิจ เอเปค 2022 การประชุม APEC Thailand 2022 นอกจากการเตรียมงานในด้านต่างๆ แล้ว การจัดเตรียมของขวัญ ของที่ระลึก สำหรับผู้นำ และแขกพิเศษของเขตเศรษฐกิจที่เข้าร่วมประชุมก็เป็นอีกหนึ่งส่วนงานสำคัญ ที่จะสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศและมอบความประทับใจให้กับผู้มาเยือน ภายใต้แนวคิดหลัก BCG (Bio-Circular-Green Economy Model) โดย คุณเทพรัตน์ สงเคราะห์ หรือ โอ เทพรัตน์ ได้รับมอบหมายจากกระทรวงวัฒนธรรมในนามรัฐบาลให้เป็นผู้สร้างสรรค์และผลิตของขวัญในวาระพิเศษนี้ เพื่อมอบให้กับผู้นำ คู่สมรส และแขกพิเศษของเขตเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นชุดของขวัญหลัก มีด้วยกัน 3 อย่าง ได้แก่ ภาพดุนโลหะ “รัชตะแสนตอก” กล่องใส่เครื่องประดับดุนโลหะ “รัชตะหมื่นตอก” และชุดเครื่องผ้า “จตุราภรณ์” ที่ประกอบไปด้วยผ้าคลุมไหล่ “รติระหง” หน้ากากอนามัย “สุขารมณ์” เนกไท “ศักยบุรุษ” และผ้าเช็ดหน้า “ผกาพักตร์” จับความเป็นไทยที่ประณีตทรงคุณค่ามาใส่ความเป็นปัจจุบันที่งามสง่าโก้หรู โอ เทพรัตน์ กล่าวว่า “ผมตั้งชื่อโครงการว่า ของขวัญจากราชอาณาจักรไทย ซึ่งโดยชื่อแล้วย่อมแสดงถึงว่า ของขวัญทุกชิ้นที่จะถูกร
คู่รักเมืองน่าน ครีเอตงานไม้ เพ้นต์ลายปู่ม่านย่าม่าน เอกลักษณ์ประจำจังหวัดน่าน เป็นของฝากสุดเลอค่า เจาะลูกค้าทุกกลุ่ม คุณชาย-เพิ่มพูน พึ่งพระเดช อายุ 49 ปี และคุณจี๊ด-อภิญญา สุขโรจน์บัณฑิต อายุ 54 ปี ทั้งสองเป็นเจ้าของร้านน่าน แอ่ปข้าว เพ้นท์ ที่นำตำนานอันเป็นสัญลักษณ์เมืองน่าน ปู่ม่านย่าม่าน มาสร้างสรรค์เป็นงานของฝากของที่ระลึกทำจากไม้สัก เสริมลวดลายด้วยศิลปะการเพ้นต์ ตั้งโชว์ได้ ใช้งานได้จริง คุณชาย เล่าให้ฟังว่า ยึดอาชีพทำของที่ระลึกมากว่า 10 ปีแล้ว แต่ก่อนนั้นมีภรรยาเป็นหัวเรือใหญ่ทำงานของฝากทุกประเภท ทั้งเย็บปักถักร้อย แต่หลักๆ จะเป็นงานเพ้นต์ทำเองคนเดียวทั้งหมด เป็นกิจการเล็กๆ จำหน่ายอยู่ในครอบครัว และทำส่งร้านของฝาก คนไม่ค่อยรู้จัก “งานรุ่นแรกเป็นพวกกิ๊ฟต์ช็อป พวงกุญแจไม้เพ้นต์ลาย ฯลฯ มาช่วงหลังพี่ออกจากงานประจำเข้ามาเสริมทีม เรียนรู้วิชาจากภรรยาอีกต่อจนเป็นงานถึงทุกวันนี้ เลยเพิ่มไอเดียจากของชิ้นเล็กเป็นของใช้ ทุกวันนี้เรากลายเป็นอุตสาหกรรมครัวเรือน ส่งตามร้านโอท็อป ร้านค้าทั่วไป” ก่อนเล่าต่อว่า แม้จะทำของที่ระลึกมากว่า 10 ปี แต่ภรรยาของเขาเก็บเกี่ยวประสบการณ์ด้านการเพ้น
‘ปู่ม่านย่าม่าน’ เอกลักษณ์เมืองน่านสู่งานศิลป์บนของที่ระลึก เจาะลูกค้าทุกกลุ่ม จังหวัดน่าน เมืองเล็กๆ น่าหลงใหลแฝงไปด้วยมนต์เสน่ห์ เมืองแห่งนี้มีเรื่องเล่าชื่อเสียงโด่งดัง กระซิบรักบันลือโลก หรือ ปู่ม่านย่าม่าน ซึ่งเป็นภาพจิตรกรรมฝาผนังที่ชายหญิงคู่หนึ่งกำลังกระซิบบทสนทนา ผลงานของหนานบัวผัน จิตรกรพื้นถิ่นเชื้อสายไทลื้อ ซึ่งภาพจิตรกรรมเลื่องชื่อนี้ได้รับการยอมรับว่าเป็นผลงานที่ประณีตและโดดเด่นประจำวัดภูมินทร์ จนกลายเป็นสัญลักษณ์ประจำจังหวัดน่านไปโดยปริยาย เพราะไม่ว่าไปที่ไหนในจังหวัดน่าน จะเห็นภาพปู่ม่านย่าม่านปรากฏอยู่บนของที่ระลึกต่างๆ ทั้ง เสื้อผ้า กิ๊ฟต์ช็อป ของใช้ โปสการ์ด เต็มไปหมด พูดถึงของที่ระลึก มีโอกาสรู้จักกับ คุณชาย-เพิ่มพูน พึ่งพระเดช อายุ 49 ปี และคุณจี๊ด-อภิญญา สุขโรจน์บัณฑิต อายุ 54 ปี ทั้งสองเป็นเจ้าของร้านน่าน แอ่ปข้าว เพ้นท์ ที่นำตำนานอันเป็นสัญลักษณ์เมืองน่าน ปู่ม่านย่าม่าน มาสร้างสรรค์เป็นงานของฝากของที่ระลึกทำจากไม้สักเสริมลวดลายด้วยศิลปะการเพ้นต์ ตั้งโชว์ได้ ใช้งานได้จริง คุณชาย เล่าให้ฟังว่า ยึดอาชีพทำของที่ระลึกมากว่า 10 ปีแล้ว แต่ก่อนนั้นมีภรรยาเป็นหัวเรือใหญ่
วันที่ 16 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีแม่ค้าชื่อ น.ส.กรรณิการ์ แซ่ลิ้ม หรือปู อายุ 32 ปี ได้ทำพวงกุญแจ ของที่ระลึก ยางรัดผม ขายตามส่วนราชการ องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) พะเยา เพื่อหารายได้ดูแลลูกสาวที่ป่วยเป็นโรคพิการทางสมอง หรือออทิสติกซึ่งมีพัฒนาการการเรียนรู้ช้ากว่าเด็กปกติทั่วไป น.ส.กรรณิการ์ แซ่ลิ้ม อยู่บ้านเลขที่ 98 หมู่ 8 ต.ดงเจน อ.ภูกามยาว จ.พะเยา กล่าวว่า ตนกับสามี คือ นายแต่ง รำไพ อายุ 44 ปี ช่วยกันประกอบอาชีพเพื่อหารายได้มาดูแลลูกสาว คือ ด.ญ.ฉัตรศลิษา รำไพ อายุ 5 ปี 4 เดือน ซึ่งป่วยเป็นโรค LD ทุกเดือนจะต้องพาลูกสาวไปเข้ารับการบำบัดรักษาที่ จ.เชียงใหม่ ครั้งละ 3 วัน 15 วัน โดยแต่ละครั้งจะมีรายจ่าย 1,000-3,000 บาท การเดินทางโดยรถบัสโดยสารประจำทาง บางครั้งขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านกันสองคนแม่ลูกแล้วฝากรถไว้ที่ท่ารถพะเยา หรือได้ความช่วยเหลือจากเทศบาลตำบล (ทต.) ดงเจน อ.ภูกามยาว ให้รถกู้ภัยไปส่งขึ้นรถเพื่อไป จ.เชียงใหม่ รวมทั้งมูลนิธิธรรมนัสพรหมเผ่ามอบชิงช้าให้ลูกสาวด้วย น.ส.กรรณิการ์กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมามีหลายหน่วยงานช่วยเหลือ เช่น ทต.ดงเจนให้เบี้ยความพิการ ช่วยเรื่องความส
ต่อยอดวัฒนธรรมไทย ใส่ไอเดียให้ของที่ระลึก ทุนทางวัฒนธรรม การท่องเที่ยว การออกแบบ นำมาซึ่งไอเดียและโอกาสให้แบรนด์ “HOLEN” (โฮเล่น) เปิดตัวผลิตและจำหน่ายของที่ระลึก โดยหยิบนำความเป็นไทยมาต่อยอด นอกจากจะสร้างรายได้ทางการตลาด ยังเป็นอีกวิธีคงคุณค่าความเป็นไทย หลังผ่านพ้นวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ ในราวปี 2555 คุณวิพาสน์พร ศรีพุ่ม ได้นำความรู้ความสามารถด้านสถาปัตยกรรมศาสตร์ศิลปะอุตสาหกรรม จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เปิดบริษัทรับออกแบบ โดยร่วมหุ้นกับเพื่อนร่วมทางสร้างอาชีพจากไอเดียสร้างสรรค์ ซึ่งก็ได้รับงานจากลูกค้าในกลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่ง กระทั่งต่อมา มีโอกาสทำโปรเจ็กต์ “ฝากไทย” กับกระทรวงวัฒนธรรรม ออกแบบสินค้าของที่ระลึกการท่องเที่ยวของแต่ละจังหวัด เพื่อนำไปจัดแสดง จากจุดเริ่มต้นตรงนั้น ทำให้คุณวิพาสน์พรเห็นถึงทุนทางวัฒนธรรม ได้สัมผัสความเป็นไทยมากขึ้น ฉะนั้น ในฐานะนักออกแบบ จึงเห็นโอกาสกับการต่อยอดบนสิ่งที่เรียกว่าเป็นจุดแข็งของประเทศไทย นั่นก็คือ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว “เข้าไปทำโปรเจ็กต์ฝากไทย ทำให้ตกผลึกความคิด ได้เห็นทุนทางวัฒนธรรมของประเทศไทยมีเยอะมาก มีจุดแข็งด้า
