ขาขของ
แม่ค้าตลาดนัด เจอสารพัดปัญหา รับมือยังไง ขายข้าวคลุกกะปิ พีกสุด 600 กล่องต่อวัน จากแอร์โฮสเตส ที่ตั้งใจว่าจะทำอาชีพนี้ไปจนเกษียณ แต่วิกฤตใหญ่ที่เป็นอุปสรรคของคนทั้งโลก ได้เปลี่ยนชีวิตของ คุณพลอย-หทัยพัชร วสุศักดิ์ศิริ เธอผันตัวมาเป็นแม่ค้าขายข้าวคลุกกะปิ ที่ขายดีพีกสุดวันละ 600 กล่อง ในช่วงโควิดประกอบกับหมดสัญญา คุณพลอยตัดสินใจกลับมาช่วยธุรกิจร้านอาหารของที่บ้าน และได้ต่อยอดเปิดร้านอาหารของตัวเอง ชื่อว่า ชูรส เธอขายหลากหลายเมนู แต่ที่โดดเด่น ลูกค้าสั่งเป็นประจำคือข้าวคลุกกะปิ “เมนูข้าวคลุกกะปิของเรา ทำไมลูกค้ามาสั่งทีละ 50 กล่อง 100 กล่อง เอาไปจัดเลี้ยง เลยคิดว่ามันน่าจะเป็นอีกเมนูที่คนเอาไปจัดเบรกบ่อย หรือเป็นอาหารจานเดียวที่ขึ้นชื่อได้ หรือว่าเราจะขายข้าวคลุกกะปิอย่างเดียว แต่พอคิดไปคิดมา ถ้าจะเปิดหน้าร้านตั้งเป็นโลเกชั่นขึ้นมา แล้วขายข้าวคลุกกะปิอย่างเดียวมันค่อนข้างที่จะไม่คุ้มค่า ทั้งค่าเช่า ค่าลูกน้อง เลยมองหาตลาดเล็กๆ ซึ่งเราจำได้ว่า เคยไปเที่ยวออฟฟิศเพื่อนแล้วไปเดินตลาดละลายทรัพย์ ตลาดนั้นคนเดินเยอะมาก ออฟฟิศเยอะ ของกินเยอะ เลยติดต่อลองไปขายข้าวคลุกกะปิดู ก็เป็นจุดเริ่มต้นทำ
เปิดไอเดีย หาของ ‘ขายออนไลน์’ ฉบับ ผู้ค้ามือใหม่ เริ่มง่าย ใกล้ตัวทั้งนั้น! ปัจจุบันคนวัยทำงานเริ่มมองหาลู่ทางหารายได้เสริมโดยการ “ขายออนไลน์” มากขึ้น แต่ยังคงติดปัญหาที่ว่าจะขายอะไรดี? เว็บไซต์ Post Family ได้รวบรวมไอเดียการหาของมาขายจากต้นทุนที่เรามี สร้างกำไรได้จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ มาฝากเพื่อ “พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์” มือใหม่โดยเฉพาะ ดังนี้ 1. ของใช้ ของสะสมส่วนตัว ของแจก เก็บไว้ก็เต็มบ้านนำมาสร้างรายได้เสริมได้ หลายคนซื้อของมาแล้วไม่ได้ใช้ หรือใช้แค่ครั้งสองครั้ง เช่น เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ของเหล่านี้ ถือเป็นของใกล้ตัว ที่เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ไม่ต้องหา ไม่ต้องสต๊อกสินค้า เริ่มขายง่ายๆ โดยการนำของเหล่านี้นำมาโพสต์ ขายออนไลน์ ในแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซได้ทั้งนั้น ยิ่งถ้าเป็นของแบรนด์ยิ่งเป็นที่ต้องการ เพราะเก็บไว้ก็เต็มบ้าน นำของที่มีมาสร้างรายได้เพิ่มดีกว่า “ของสะสม” เช่น พวกโมเดล ของเล่น บางทีช่วงเวลาหนึ่งเราชื่นชอบและหามาสะสม แต่พอนานวันไปก็กลายเป็นของเก็บที่เต็มบ้าน หรือ “ของแจก” ที่ได้มาจากการไปร่วมงาน หรือของแถมที่มากับสินค้าที่เคยซื้อ เพราะนานวันไปของเหล่านี้ก็ไม่ได้ถูกผลิตออกมาอีก
