ขาดแคลนแรงงาน
5 ธุรกิจส่อแววเผชิญปัญหา ขาดแคลนแรงงาน จากที่ไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยขั้นสุดยอด ไทยกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงด้านโครงสร้างประชากร โดยมีการคาดการณ์ว่า ราวปี 2572 ไทยจะกลายเป็นประเทศกำลังพัฒนาประเทศแรกในเอเชียที่เปลี่ยนผ่านจากสังคมสูงวัยขั้นสมบูรณ์ (Aged Society) ไปสู่สังคมสูงวัยขั้นสุดยอด (Super-aged Society) โดยการเปลี่ยนผ่านของไทยใช้เวลาเพียงแค่ 8 ปีเท่านั้น ซึ่งใกล้เคียงกับประเทศพัฒนาแล้ว ขณะที่ไทยอาจยังไม่ได้มีความพร้อมรับมือกับสังคมสูงวัยเทียบเท่าประเทศเหล่านี้ สำหรับสาเหตุการเข้าสู่สังคมสูงวัยขั้นสุดยอดของไทยเป็นผลมาจาก 2 ปัจจัยหลัก 1. นโยบายคุมกำเนิด และค่านิยมที่คนต้องการมีบุตรน้อยลง ส่งผลให้อัตราการเจริญพันธุ์ของไทยลดลงต่อเนื่อง และอยู่ต่ำกว่าค่าฉลี่ยของโลก 2. จำนวนเด็กเกิดใหม่น้อยกว่าจำนวนคนเสียชีวิต ส่งผลให้ฐานประชากรสูงวัยเพิ่มมากกว่าฐานประชากรโดยรวม จากโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไป ทำให้ภาคธุรกิจมีแนวโน้มจะยิ่งเผชิญความท้าทายจากการขาดแคลนกำลังแรงงาน โดยอีกไม่ถึง 30 ปีข้างหน้า คาดว่าสัดส่วนกำลังแรงงานของไทย (อายุ 15-59 ปี) ต่อประชากรทั้งหมดจะลดลงจาก 62% ในปี 2566 เหลือเพียงรา
ภาวะขาดแคลนแรงงาน ความท้าทายใหญ่ ที่อุตสาหกรรมบริการ กำลังเผชิญ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ภาวการณ์ขาดแคลนแรงงาน นับเป็นหนึ่งในความท้าทายใหญ่ที่สุด ซึ่งภาคอุตสาหกรรมบริการ กำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ วิทยาลัยดุสิตธานี ในฐานะสถาบันการศึกษาด้านการบริการชั้นนำ จึงมีความมุ่งมั่นในการสนับสนุนการฟื้นตัวของธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจบริการ ภาคอุตสาหกรรมบริการ เมื่อเร็วๆ นี้ จึงได้จัดงาน Hospitality Talent Fair ครั้งที่ 1 ขึ้น ในรูปแบบของการจัดงานแบบ Hybrid ทั้งออนไซต์และออนไลน์ ที่วิทยาลัยดุสิตธานี กรุงเทพฯ และแพลตฟอร์ม Beamian ขึ้นเพื่อเป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อระหว่างนายจ้างและผู้หางานด้านการบริการที่มีคุณสมบัติเหมาะสม ขณะเดียวกัน มุ่งมั่นที่จะสนับสนุนนักศึกษา บัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาด้านการบริการ จากทุกๆ สถาบัน หรือคนหางานทั่วไป ให้มีโอกาสในการได้งานและมีความก้าวหน้าในอาชีพด้านการบริการ ในงานนี้มีจำนวนสถานประกอบการจำนวนมาก ตอบรับเข้าร่วมงาน และได้เปิดโอกาสให้นักศึกษาจากทุกสถาบันการศึกษาที่มีการสอนด้านอุตสาหกรรมบริการเข้าร่วมงานด้วย สำหรับการจัดงานครั้งนี้ เป็นการจัดงานรูปแบบ Hybrid คือ มีทั้
ชาวนาเมืองพิจิตรปิ๊งไอเดีย! ใช้โดรนฉีดพ่นฮอร์โมน-ยาฆ่าแมลง แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน-กระทบสุขภาพ เผยกลายเป็นอาชีพเสริมช่วยครอบครัว ชี้เหมาะกับเกษตรยุค 4.0 วันที่ 2 ก.ค. นายเมธรวิสร์ ด้วงกูล ปลัดอำเภอเมืองพิจิตร ซึ่งเป็นผู้รับจ้างใช้โดรนในการฉีดพ่นให้ปุ๋ย-ยา กับพืชด้วยเทคโนโลยีแบบใหม่ กล่าวว่า ตนรับราชการ แต่ครอบครัวคือแม่และญาติพี่น้องมีอาชีพทำนา ประสบปัญหาขาดแรงงานภาคการเกษตร จึงเกิดแนวคิดลงทุนไปซื้อโดรนที่สามารถบรรจุน้ำได้คราวละ 10 ลิตร ที่ผสมกับปุ๋ย-ยา ในการฉีดพ่น ขึ้นบิน 1 ครั้ง จะฉีดพ่นได้คราวละ 3-4 ไร่ ต้องนำเครื่องร่อนลงมาเติมน้ำและเติมสารหรือฮอร์โมนจุลินทรีย์ที่ใช้ฉีดพ่น นายเมธรวิสร์ กล่าวต่อว่า แรกๆ ก็ใช้คนในครอบครัวและญาติพี่น้อง แต่มีเพื่อนบ้านมาติดต่อว่าจ้างก็เลยทำเป็นอาชีพเสริมในช่วงวันหยุดและตอนเย็น โดยคิดค่าบริการในการฉีดพ่นไร่ละ 59 บาท ส่วนสารเคมี-ปุ๋ย-ยา-ฮอร์โมนสารชีวภาพ เจ้าของไร่นาต้องจัดหามาเอง การทำงานพื้นที่ 1 ไร่ ใช้โดรนฉีดพ่นใช้เวลาแค่เพียง 2-3 นาทีต่อไร่เท่านั้น ซึ่งถือเป็นการทำงานโดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยได้ผลและได้มาตรฐาน “ทุกครั้งที่ไปรับจ้างฉีดพ่นก็จะนำความรู้เ
