ขายกบ
วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่จังหวัดนครพนม ในช่วงฤดูแล้งปีนี้แม้จะมีพายุฝนฤดูร้อน ตกลงมาต่อเนื่อง แต่ยังมีหลายพื้นที่จะประสบปัญหาจากภาวะภัยแล้ง ขาดน้ำในการทำการเกษตร แต่ชาวบ้านหนองแต้ และ ชาวบ้านนาขาม ต.นาขาม อ.เรณูนคร จ.นครพนม ได้พลิกวิกฤตเป็นโอกาส นำอาชีพภูมิปัญญาชาวบ้าน ทำนากบมาสร้างรายได้หน้าแล้ง ด้วยการปรับพื้นที่นา นำตาข่ายเขียวมาขึงเป็นคอกเลี้ยงกบ ขายลูกอ็อด เนื่องจากมองว่า ลูกอ็อด เป็นที่ต้องการของตลาดสูง และหายาก โดยได้เริ่มจากการเลี้ยงตามภูมิปัญญาชาวบ้านลองผิดลองถูกมานานหลายปี จนกระทั่งเกิดความชำนาญ กลายเป็นอาชีพที่มีผลผลิตสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านได้เป็นอย่างดี จนทำให้หมู่บ้านเหล่านี้เป็นที่รู้จักกันทั่วไปว่า หมู่บ้านเลี้ยงกบ ซึ่งถือได้ว่า เป็นแห่งเดียวของนครพนม ซึ่งในแต่ละปีจะมีบรรดาพ่อค้า แม่ค้า เดินทางมารับซื้อลูกอ็อด ช่วงหน้าแล้ง ไปส่งขายออกสู่ตลาดทั่วภาคอีสาน ปีละหลาย 10 ตัน สร้างเงินหมุนเวียนสะพัดปีละกว่า 10 ล้านบาท ทีเดียว โดยอาชีพทำนากบ จะเริ่มขึ้นในช่วงหน้าแล้งหลังเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จ ชาวบ้านจะใช้พื้นที่นาว่าง นำตาข่ายเขียวมาขึงเป็นบ่อเลี้ยงกบ จากนั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 70 ถนนชัยณรงค์ ในตัวเมืองชัยนาท เป็นบ้านของคุณวิเชียร สมศรี อายุ47ปี อดีตผู้ช่วยผู้จัดการสาขาห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ที่ได้ผันตัวมาใช้ชีวิตวิถีพอเพียง โดยลาออกจากงานประจำที่จำเป็นจะต้องโยกย้ายสถานที่ทำงาน จากตำแหน่งที่ปรับเลื่อน ทำให้ต้องห่างบ้านห่างครอบครัวอยู่เป็นประจำ เมื่อลาออกมาอยู่ที่บ้านได้ศึกษาและยึดอาชีพการเลี้ยงกบในกระชังบก ที่ไม่ต้องใช้บ่อหรือสร้างโรงเรือนที่มีต้นทุนสูง ครั้งแรกทดลองเลี้ยงลูกกบที่สั่งซื้อจากฟาร์มมาจำนวน1,000ตัวในราคาตัวละ2บาทรวม2,000บาท โดยใช้เวลาในการเลี้ยงประมาณ90วันก็จะไดขนาดตัวละ300กรัม หรือ3ขีด สามารถจับขายส่งได้ราคากิโลกรัมละ80บาท หรือขายปลีกจะได้ราคากิโลกรัมละ100บาท ซึ่งจาการลงลูกกบเลี้ยงแบบรุ่นต่อรุ่น ทำใหมีรายได้จากการขายกบเดือนละกว่า10,000บาท แม้จะน้อยกว่าเงินเดือนประจำ แต่ก็เหลือเก็บมากกว่าตอนทำงานประจำ เพราะอยู่บ้านตัวเอง ไม้ต้องเช่าห้อง แถมครอบครัวอบอุ่นและสุขใจที่ได้อยู่พร้อมหน้ากัน
