ขายขนมไทย
ขายได้พีกสุดวันละ 12,000 บาท! สาวสถาปัตย์ ทำอาชีพเสริม ขายขนมอาลัว ปรับให้เข้ากับคนรุ่นใหม่ สร้างรายได้แบบปังๆ “อาลัว” ขนมที่มีชื่อแปลกอย่างฝรั่ง และเป็นขนมกวนชนิดหนึ่ง ลักษณะจะคล้ายๆ ทรงหยดน้ำ ภายนอกกรอบแต่ภายในยังนุ่มอยู่ หากพูดถึงขนมอาลัว ทุกๆ ท่านคงจะนึกเป็นภาพเดียวกันว่าเป็นทรงหยดน้ำเล็กๆ ซึ่งก็ไม่ผิดแปลก เพราะเป็นสิ่งที่หาง่ายและเห็นได้ทั่วๆ ไป แต่วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาทุกท่านมาทำความรู้จักกับ ร้านเรือนจ้าวจันทร์ ที่คิดค้นทำขนมอาลัวที่มีรูปแบบและรูปทรงต่างไปจากที่อื่นๆ คุณปลายฟ้า-พัชริดา เสนีย์วงศ์ เจ้าของร้าน เรือนจ้าวจันทร์ ได้มาพูดคุยกับเราถึงเรื่องราวต่างๆ ต้องบอกว่าเรื่องราวของเธออาจจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับหลายๆ ท่านได้มากเลยทีเดียว จุดเริ่มต้น จากสาวสถาปัตย์ สู่แม่ค้าขายขนมอาลัว คุณปลายฟ้า เล่าว่า เธอเรียนจบเกี่ยวกับสถาปัตย์ ทำงานเป็นนักวิจัย และอาจารย์พิเศษอยู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ต่อมาคุณแม่เปิ้ล-แพรวพรรณ พูลทวี แม่ของเธอได้เกษียณพอดี เลยคิดว่าต้องหาอะไรให้คุณแม่ทำสักอย่าง เพราะปัจจัยหลักๆ เลย คือกลัวว่าคุณแม่จะเป็นอัลไซเมอร์ เนื่องจากมีอายุเยอะแล้ว คุณปลายฟ
73 ยังแจ๋ว! ขายขนมไทย 10 บาท ตื่นเช้าตี 2 ปรุงสดใหม่ ขายหมดได้เงินวันละหลักหมื่น แม้อายุจะก้าวเข้าสู่วัย 73 ปี แต่ด้วยใจรักในอาชีพขายขนมไทย ทำให้ คุณยายมานิต จูลิบ ลุกขึ้นมาปรุงขนมตั้งแต่เวลาตี 2 และเปิดร้านในเวลาตี 5 ของทุกวัน แม้ร่างกายอาจไม่ได้สมบูรณ์แข็งแรงเหมือนสมัยสาวๆ แต่ด้วยความสุข จึงทำให้ยึดอาชีพนี้มายาวนานถึง 37 ปี คุณยายนิตสนใจขนมไทยจากการได้ลองชิมขนมร้านหนึ่งที่มีชื่อเสียงเลื่องลือว่าอร่อย แต่เมื่อได้ชิมแล้วกลับไม่เป็นเช่นนั้น และคิดว่าหากตัวเองทำขาย จะต้องทำให้อร่อยกว่านี้แน่นอน “ตอนแรกทำไม่เป็นหรอก อาศัยคิดสูตรเอง ฝึกทำเอง โดยไม่มีใครสอน ขนมชนิดแรกคือ ข้าวเหนียวถั่วดำ ตามมาด้วย กล้วยบวชชี เต้าส่วน บัวลอยแก้ว สมัยนั้นเข็นรถขายรอบหมู่บ้าน ขายแค่ถุงละ 3 บาท ขายดีมาก จนมีคนชวนไปเปิดร้านที่ตลาดเอี่ยมเจริญ ตั้งร้านหน้าเซเว่นฯ ก็ขายดีมาก 3 คนตักไม่ทัน ออกจากบ้าน 11 โมงเช้า บ่ายๆ หมดแล้ว” จากหน้าเซเว่นฯ คุณยายนิตย้ายร้านมาอยู่บริเวณปากซอยทางเข้าวัดด่าน หน้าตลาดเอี่ยมเจริญ ที่มองหาได้ไม่ยาก โดยเปิดแผงขายขนมไทย 10 กว่าอย่างในราคาถุงละ 10 บาท มีทั้ง ซ่าหริ่ม ลอดช่อง
ต่อยอด ขนมไทยรสมือแม่ ใส่แก้วชานม พร้อมทาน สร้างยอดขายปัง 300 แก้วต่อวัน พูดถึง “ขนมไทย” มีหลายร้านอร่อยให้เลือกตามใจชอบ แต่สำหรับบางคน ไม่ต้องไปร้านไหนให้ไกลตัว เพราะรสมือแม่นี่แหละ อร่อยที่สุด…จากความทรงจำในวัยเด็ก และความคิดถึง ทำให้ คุณนาย-ยุวลักษณ์ พูลเสถียร อายุ 33 ปี นำขนมไทยสูตรเด็ด 25 ปีของแม่ มาต่อยอดสู่ “ร้านวลักษณ์ ขนมไทย” เน้นสูตรโบราณ ใช้วัตถุดิบชั้นดี พร้อมสร้างไอเดียใหม่ ใส่แก้วชานมไข่มุก สร้างยอดขายสุดปังวันละ 300 แก้ว คุณนาย เล่าให้ฟัง คุณแม่ยึดอาชีพขายขนมไทยรถเข็นในต่างจังหวัด ซึ่งขายดีมาก ไม่เกิน 2 ชั่วโมงหมดเกลี้ยง แต่หลังจากท่านขึ้นมาทำธุรกิจในกรุงเทพฯ เปิดร้านข้าวเหนียวมะม่วงเจ๊เตียง จึงไม่มีโอกาสได้ทานขนมรสมือแม่อีกเลย กระทั่งวันหนึ่งได้ร้องขอให้คุณแม่ทำขนมไทยให้ทานอีกครั้ง เพราะทนความคิดถึงไม่ไหว “แม่ทำให้ชิม 2-3 เมนู รสชาติยังอร่อยเหมือนเดิม ขนมแม่เราเริ่ดที่สุด หาซื้อที่ไหนไม่ได้ นั่งคุยกันเล่นๆ กับคนในครอบครัว เดี๋ยวนี้แก้วชานมไข่มุกมีไซซ์เล็ก ถ้าทำขนมไทยใส่แก้ว ต้องดีมากแน่ๆ ขนส่งสะดวกเพราะซีลฝาปิด แกะทานง่าย ไม่เป็นภาระล
ความก้าวหน้าของยุคสมัยที่เปลี่ยนไป พร้อมกับการเข้ามามีบทบาทของวัฒนธรรมต่างประเทศ ทำให้ขนมไทยโบราณแบบเดิมที่คุ้นเคยกันในอดีต อย่าง กล้วยบวชชี ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง สาคูถั่วดำ ขนมชั้น ขนมเปียกปูน และอื่นๆ อีกหลายชนิดกำลังหายไป!! ฉะนั้น ตอนนี้หากต้องการทานขนมไทย อาจต้องเสาะหาตามแต่ละจังหวัดที่ชาวบ้านอาจยังคงทำกัน แต่ในอนาคตยังไม่ทราบแน่ว่าจะยังคงมีขนมไทยแบบโบราณหลงเหลือให้คนรุ่นหลังทานกันหรือไม่? ตลาดบางเขน ซึ่งอยู่ใกล้กับซอยเสนานิคม 1 ถนนพหลโยธิน มีร้านขนมไทยสูตรโบราณอร่อยอยู่เจ้าหนึ่ง ชื่อ “ขนมหวาน อ่างทอง” เป็นร้านที่เจ้าของและครอบครัวอพยพมาจากอำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง เมื่อกว่า 20 ปีที่แล้ว ร้านแห่งนี้มีขนมไทยกว่า 10 อย่างไว้ให้ลูกค้าเลือกตามความชอบ ไม่ว่าจะเป็นขนมใส่ไส้ ขนมเทียน ขนมชั้น ถั่วกวน เผือกกวน ขนมตาล ขนมต้ม ถั่วแปบ วุ้น ข้าวต้มจิ้ม หรือแม้กระทั่งไข่หงส์ โดยทุกรายการขายในราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับความอร่อยแบบเข้มข้นอย่างที่คุณไม่เคยเจอ เริ่มทำขนมไทย คือ คุณดารา จันทร ผู้ที่มีบทบาทในฐานะคนทำขนมมือ 1 และเป็นเจ้าของร้านนี้ บอกว่า ความลำบากยากเข็ญในการทำนาจนแทบไม่มี
