ขายตรง
MLM ใหญ่ “ซัคเซสมอร์” ชี้ ตลาดอาหารเสริมโตต่อเนื่อง มูลค่าถึง 7 หมื่นล้าน นายแพทย์สิทธวีร์ เกียรติชวนันต์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCM เปิดเผยว่า ตลาดอาหารเสริมยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง คาดว่า มูลค่ารวมกว่า 70,000 ล้านบาท โดยเทรนด์ที่มาแรงที่สุด จะเป็นอาหารเสริมที่ช่วยในเรื่องการดูแลสุขภาพองค์รวมและเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันเป็นหลัก เนื่องจากแนวโน้มการดูแลสุขภาพของคนขยายตัวสูงกว่า 8.6% ซัคเซสมอร์ จึงค้นคว้าวิจัยผลิตภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค ด้วยการคิดค้นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร HI C 1000 mg Max Shot” Say Hi ด้วยนวัตกรรมการผลิต Nutrimin C ช่วยให้ดูดซึมเร็วและคงอยู่ได้นานขึ้น คัดสรรสารสกัดที่มีวิตามินซีสูงและมีคุณประโยชน์ต่อร่างกาย และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร S VERA PLUS JELLO เครื่องดื่มว่านหางจระเข้ผสมน้ำรสองุ่นขาว เป็นผลิตภัณฑ์จากว่านหางจระเข้ Organic 100% มาในรูปแบบซอง ทานง่าย อร่อย อุดมไปด้วยวิตามินจากองุ่นขาว มีพรีไบโอติกและโพรไบโอติก “จากตลาดอาหารเสริมที่ยังคงเติบโต และเทรนด์ของผู้บริโภคที่หันมาสนใจในการดูแลสุขภาพมากขึ้น ทำให้บริษัทฯ ม
ขายตรง-แกะขาว แชร์ลูกโซ่-แกะดำ จุดแตกต่าง สังเกตไม่ยาก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ สมาคมการขายตรงไทย ทำคลิปความยาว 05.39 นาที เผยแพร่ความรู้ผ่าน เพจเฟซบุ๊ก มีเนื้อหาสาระเกี่ยวกับ การแยกแยะธุรกิจขายตรง ออกจากระบบแชร์ลูกโซ่ มีสาระสำคัญน่าสนใจดังนี้ “ปัจจุบันธุรกิจขายตรง หรือธุรกิจเครือข่าย มีหลายรูปแบบ ทั้งขายตรงที่แท้จริง และแบบแอบแฝง ที่มีการเรียกเก็บค่าสมัครสูง สินค้าไม่มีคุณภาพ หรือไม่มีตัวสินค้าที่ชัดเจน หรืออาจมีแต่การระดมเงิน ซึ่งลักษณะดังกล่าวเรียกว่า แชร์ลูกโซ่ อันสร้างกระทบต่อภาพลักษณ์ธุรกิจขายตรงที่แท้จริงเป็นอย่างมาก ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่า แชร์ลูกโซ่ หรือ ระบบพีระมิด มีการฉ้อโกงในการสร้างรายได้ ที่ต้องหาผู้สมัครเป็นจำนวนมาก เข้าสู่ระบบอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เช่น นายเอ ชักชวน นายบี ให้ลงทุนทำธุรกิจกับบริษัทเอ็กซ์ โดยเสียค่าสมัครจำนวนหนึ่ง ซึ่งนายเอจะได้รับผลประโยชน์จากการชักชวนให้คนมาสมัครในธุรกิจบริษัท ซึ่งจะได้รับเงินเป็นจำนวนมาก โดยไม่สนใจการขายสินค้า เน้นการชักชวนคนเพียงอย่างเดียว เปรียบเสมือนการระดมทุนจากคนใหม่ มาให้คนเก่า โดยมีโครงข่ายเป็นรูปสามเหลี่ยม เหมือนพีระม
สุภาพแต่เจ็บมาก! ชาวเน็ตแห่ชื่นชม ร้านนาฬิกาหรูห้างดัง แจงเหตุ “ขายตรง” แต่ไม่ตรง เกิดพฤติการณ์ “ความไม่ตรง” ของผู้คนในแวดวงอาชีพ “ขายตรง” จำนวน 3 คน ที่นำกล่องนาฬิกายี่ห้อแพงของตัวเอง ไป “แอ๊บ” ถ่ายรูปในร้านขายสินค้ายี่ห้อดังกล่าวแห่งหนึ่ง ซึ่งเปิดอยู่ในห้างหรูกลางกรุง ก่อนคนกลุ่มเดิมจะนำภาพดังกล่าวไปโพสต์บนโลกโซเชียล พร้อมระบุข้อความ ให้คนทั่วไปอ่านและเข้าใจผิดว่าอาชีพที่พวกเขาทำอยู่นั้น สามารถหาเงินซื้อของแพงได้แบบสบาย เพียงหวังสร้าง “ฝันลวง” ให้กับบรรดา “ลูกทีม” ทั้งหลายแหล่ แต่หลังจากนั้นไม่นาน เจ้าของร้านนาฬิกา ผู้ใช้ชื่อบนเพจฟซบุ๊กว่า Natee Masathienvong ได้ออกมาชี้แจง “ความจริง” ตีแผ่ให้โลกโซเชียลได้รับรู้ถึงพฤติกรรมไม่ชอบมาพากลของกลุ่มคนดังกล่าว ร่ายยาวเป็นข้อๆ ละเอียดยิบเห็นภาพชัด ชนิดชาวเน็ตแห่คอมเมนต์ชื่นชมกันเป็นจำนวนมาก ตัวอย่างเช่น “ชี้แจงได้น่ารักมากค่ะ” “ร้านนี้จรรยาบรรณดีมากค่ะ น่าไปอุดหนุน” “เป็นการตอบคำถามอย่างมืออาชีพมากครับ” “เป็นคำอธิบายที่สุภาพแต่เจ็บมาก” เป็นต้น สำหรับเนื้อหาโพสต์จากเจ้าของร้านนาฬิกา ผู้ใช้นามบนเพจเฟซบุ๊กดังกล่าว มีรายละเอียดดังนี้ “เนื่องจาก
ธุรกิจขายตรงกว่า 7 หมื่นล้านบาท เป็นที่จับตามองอีกครั้ง เมื่อ “เอวอน”ขายตรงสัญชาติอเมริกา ประกาศถอนทัพออกจากตลาดเมืองไทย ตามหลัง สุพรีเดอร์ม และนูทรี เมติคส์ ที่ทยอยปิดตัวไปก่อนหน้านี้ โดย”ศุภราภรณ์ เอสซีเปา” กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอวอน คอสเมติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้บอกถึงสาเหตุในการตัดสินใจครั้งนี้ ว่า หลังการทบทวนธุรกิจในไทยอย่างละเอียด แม้ว่าทีมงานจะทำงานหนักและใช้ความพยายามอย่างมาก แต่เอวอน ประเทศไทย ยังประสบปัญหาและไม่มีผลกำไรมาหลายปี ขณะที่มีรายงานด้วยว่า มาร์เก็ตไซซ์ของเอวอนในไทยมีขนาดเล็กกว่าประเทศอื่น ๆ ที่ทำตลาดอยู่ ทั้งในแง่ของยอดขายและจำนวนนักขาย และก่อนหน้านี้ เอวอนได้ทยอยปิดกิจการในหลาย ๆ ประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เวียดนาม ฝรั่งเศส เป็นต้น ขณะที่รายได้และกำไรในภาพรวมเริ่มลดลงตั้งแต่ปี 2555 แม้บริษัทแม่จะพยายามใช้กลยุทธ์ต่าง ๆ ก็ไม่สามารถพลิกสถานการณ์กลับมาได้ ที่มา มติชนออนไลน์
วันที่ 1 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเจ้าหน้าที่จากกระทรวงแรงงาน ร่วมกับกำลังทหารจาก ม.พัน 3 รอ. เข้าตรวจสอบบริษัทขายอาหารเสริมแห่งหนึ่งย่านสาทร หลังทราบว่ามีการนำแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานขายตรงประเภทอาหารเสริมเป็นจำนวนมาก จากการตรวจสอบพบว่ามีชาวเมียนมา ลาว และกัมพูชา กว่า 267 คน แบ่งเป็นชาย 142 คน สัญชาติเมียนมา 13 คน ลาว 3 คน กัมพูชา 126 คน แบ่งเป็นหญิง 50 คน สัญชาติเมียนมา 5 คน ลาว 3 คน และกัมพูชา 117 คน ซึ่งจากการตรวจสอบพบมีอยู่ 75 คน ที่ไม่มีใบอนุญาตทำงานในประเทศ สอบถามทราบว่าบริษัทดังกล่าว เป็นผู้จำหน่ายสินค้าตรงประเภทอาหารเสริมต่างๆ และได้มีการให้แรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงาน โดยจะเก็บเงินค่าสมัคร 20,000 บาท และให้ผู้สมัครเข้ามาฟังสัมมนาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของบริษัท และแนะนำการขาย ก่อนที่จะนำเอาสินค้าประเภทอาหารเสริมนำไปขายตามเว็บไซต์ต่างๆ หรือเสนอขายกับคนรู้จักและบุคคลทั่วไป เบื้องต้นกลุ่มแรงงานดังกล่าวหลายคนมีงานทำในไทยแต่ถูกหลอกมาให้สมัครเพื่อทำการขายตรง จากการตรวจสอบวีซ่าชาวต่างด้าวส่วนใหญ่นั้นมาในสถานะนักท่องเที่ยว อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างควบคุมตัวชาวต่างด้าวทั้งหมดเพื่อนำ
สคบ. ยัน จำหน่ายข้าวบรรจุถุงผ่านเฟซบุ๊กไม่ผิดกฎหมาย ต้องดูเจตนา พร้อมระบุไม่มีค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียน ส่วนปุ๋ยไม่สามารถนำมาจดทะเบียนตลาดแบบตรงได้ เนื่องจากมีกฎหมายกำหนด เผย มีผู้จดทะเบียนตลาดแบบตรง 400 กว่าราย ส่วนธุรกิจขายตรงจดทะเบียนแล้วกว่า 800 ราย นายพิฆเนศ ต๊ะปวง รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. แถลงกรณีมีประชาชนจำหน่ายข้าวสารบรรจุถุงผ่านเฟซบุ๊ก ที่อาจเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.ขายตรงและการตลาดแบบตรง พ.ศ.2545 ว่า การที่ประชาชนนำข้าวบรรจุถุงมาโพสต์เพื่อจำหน่ายทางโลกออนไลน์ ต้องดูที่เจตนาว่ามุ่งทำเป็นธุรกิจหรือไม่ แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นกว่า 1 พันรายชื่อบัญชีเฟซบุ๊ก ปริมาณยังไม่เพียงพอที่จะเข้าข่าย พ.ร.บ.ขายตรงฯ เพราะยังไม่เข้าองค์ประกอบ คือ มีผู้ขาย มีคนกลาง และมีผู้ซื้อ ส่วนกรณีตลาดแบบตรงก็ไม่เข้าข่ายเช่นกัน เนื่องจาก ไม่สามารถซื้อขายโดยผ่านหน้าสื่อโดยการคลิกสั่งสินค้า และไม่มีรายละเอียดสินค้าอธิบายชัดเจน ส่วนประเด็นที่บอกว่า การดำเนินการจดทะเบียนเพื่อจำหน่ายมีค่าใช้จ่าย สคบ.ขอยืนยันว่า ไม่มีการเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ซึ่งโดยรวมถือว่า ไม่เป็นการจำหน่ายแบบตรงและ ไม่เข้
