ขึ้นค่าไฟ
ขนลุกหน้าร้อน! ค่าไฟบ้าน งวด พ.ค.-ส.ค. ปรับเป็น 4.77 บาท/หน่วย ภาคธุรกิจ-อุตสาหกรรม ปรับลดลง วันที่ 18 เมษายน 2566 เว็บไซต์ ข่าวสดออนไลน์ รายงานว่า เว็บไซต์ สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) เผยว่า ในงวดเดือนพ.ค.-ส.ค. 2566 กกพ. มีมติเห็นชอบค่าเอฟทีเป็นอัตราเดียวกันสำหรับบ้านที่อยู่อาศัย และผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทอื่นๆ เท่ากับ 98.27 สตางค์ต่อหน่วย ทำให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยรวมอยู่ที่ 4.77 บาทต่อหน่วย ทั้งนี้ กกพ. ได้พิจารณาหนังสือยืนยันจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ถึงความเหมาะสมของอัตราค่าไฟฟ้า 4.77 บาทต่อหน่วย สำหรับ ค่าเอฟที งวด ม.ค.-เม.ย. 66 สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยอยู่ในระดับ 93.43 สตางค์ต่อหน่วย หรือเฉลี่ยรวมที่อัตรา 4.72 บาทต่อหน่วย ส่วนผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทอื่น (ได้แก่ ประเภทธุรกิจ อุตสาหกรรม บริการ) อยู่ที่ 154.92 สตางค์ต่อหน่วย หรือเฉลี่ยที่ 5.33 บาทต่อหน่วย โดยในงวดใหม่ (พ.ค.-ส.ค. 66) ที่เป็นอัตราเดียวทำให้ค่าไฟประเภทบ้านที่อยู่อาศัยปรับขึ้นเล็กน้อยเพียง 0.05 บาทต่อหน่วย ขณะที่ภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม ฯลฯ จะปรับลดลง 0.56 บาทต่อหน่วย
แพงจนอยากกรี๊ด! ค่าไฟ FT เตรียมปรับขึ้น 5 บ./หน่วย เริ่มงวด ก.ย. – ธ.ค. 65 วันที่ 11 กรกฎาคม 2565 เว็บไซต์ ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ รายงานข่าว แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า กกพ. อยู่ระหว่างพิจารณาทบทวน และปรับเพิ่มค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่าเอฟที) ในงวดใหม่เดือนก.ย.-ธ.ค. 2565 ซึ่งมีแนวโน้มพุ่งสูงถึง 90-100 สตางค์ต่อหน่วย และอาจทำให้ค่าไฟฟ้าต้องปรับเพิ่มสูงขึ้นถึงเกือบ 5 บาทต่อหน่วยในช่วง 4 เดือนที่เหลือของปีนี้ จากงวดเดือนพ.ค.-ส.ค. อยู่ที่ 4 บาทต่อหน่วย โดย กกพ. จะประกาศค่าเอฟทีอย่างเป็นทางการประมาณปลายเดือนก.ค.นี้ หรือต้นเดือนส.ค. เนื่องจากต้นทุนค่าเชื้อเพลิงจากก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) นำเข้าเพื่อทดแทนก๊าซธรรมชาติต้นทุนต่ำในอ่าวไทย และยังมีแนวโน้มราคาแพงต่อเนื่องตั้งแต่เดือนพ.ค. 2565 จนถึงปัจจุบัน “ปลายสัปดาห์นี้ กกพ. จะประชุมทบทวนอีกครั้ง เพื่อประกาศค่าเอฟที ราคาแอลเอ็นจีนำเข้าตอนนี้พุ่งสูงขึ้นต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนพุ่งสูงแตะระดับ 30 กว่าเหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียูแล้ว จากเดิมอยู่ที่ 20 กว่าเหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู เป็นปัจจัยที่นอกเหนือการควบคุม ซึ่ง
สุดอั้น! กกพ. มีมติ ขึ้นค่าไฟ หน่วยละ 4 บาท/ยูนิต ปตท. ขยายตรึงเอ็นจีวี 3 เดือน เมื่อวันที่ 18 มีนาคม เว็บไซต์ มติชนออนไลน์ รายงานข่าว นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยว่า ที่ประชุม กกพ. เมื่อวันที่ 16 มีนาคม มีมติปรับเพิ่มค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่าเอฟที) สำหรับการเรียกเก็บค่าไฟฟ้าในรอบเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม อัตรา 24.77 สตางค์ต่อหน่วย เป็นผลมาจากการคำนวณเอฟทีงวดนี้เพิ่มขึ้น 23.38 สตางค์ต่อหน่วย รวมกับการเก็บค่าเอฟทีรอบก่อนหน้า (กันยายน-ธันวาคม) อัตรา 1.39 สตางค์ต่อหน่วย และเมื่อรวมกับค่าไฟฐาน 3.76 บาทต่อหน่วย ทำให้ประชาชนต้องจ่ายจริง 4.00 บาทต่อหน่วย หรือเพิ่มขึ้น 5.82% สูงสุดเป็นประวัติการณ์ นายคมกฤช กล่าวว่า สาเหตุการปรับเพิ่มดังกล่าว มีปัจจัยหลักผลกระทบสงครามรัสเซียและยูเครน จนเกิดวิกฤตราคาพลังงานโลก ประกอบกับก๊าซธรรมชาติ (แอลเอ็นจี) ในอ่าวไทยลดลงในช่วงปลายสัมปทาน ขณะที่ความต้องการใช้ไฟฟ้ารอบใหม่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 5.21% และจากราคาพลังงานที่สูงจะทำให้ค่าไฟเพิ่มขึ้นไปถึงต้นปี 2566 ขณะที่ นายวุฒิกร สติฐิต รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ห
ดัน ปรับเพิ่มค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่าเอฟที) ! รอบเดือน พ.ค. – ส.ค. 65 เรียกเก็บที่ 24.77 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้อัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 23.38 สตางค์ต่อหน่วย เป็น 4.00 บาทต่อหน่วย วันที่ 17 มี.ค. เว็บไซต์ ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ รานงานข่าว นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษกกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า จากการประชุม กกพ. เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2565 ได้มีมติให้ปรับเพิ่มค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่าเอฟที) สำหรับการเรียกเก็บค่าไฟฟ้าในรอบเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2565 โดยให้เรียกเก็บที่ 24.77 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้อัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 23.38 สตางค์ต่อหน่วย เป็น 4.00 บาทต่อหน่วย ปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อค่าเอฟทีมาจากผลกระทบสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งส่งผลต่อวิกฤตราคาพลังงานโลกเพิ่มสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ทำให้ กกพ. ต้องปรับสมมติฐานการประมาณการ ค่าเอฟทีใหม่ให้สะท้อนราคาเชื้อเพลิงในสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งเป็นปัจจัยลบเพิ่มเติมจากสถานการณ์ที่ ก๊าซธรรมชาติ (LNG) ในอ่าวไทยลดลงในช่วงปลายสัมปทาน ประมาณการค่าใช้
เริ่มปีหน้า! กกพ. ปรับขึ้น ค่าเอฟที 16.71 สตางค์ ส่งผลให้อัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.78 บาทต่อหน่วย เริ่มงวด ม.ค.-เม.ย. 2565 วันที่ 19 พฤศจิกายน 2564 เว็บไซต์ ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ รายงานว่า นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2564 กกพ. มีมติให้ปรับค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่าเอฟที) สำหรับการเรียกเก็บค่าไฟฟ้าในรอบเดือนมกราคม–เมษายน 2565 โดยให้เรียกเก็บที่ 1.39 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้อัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.78 บาทต่อหน่วย หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.63 จากงวดปัจจุบัน คมกฤช ตันตระวาณิชย์ ทั้งนี้ เป็นผลจากอัตราแลกเปลี่ยนที่อ่อนค่าลง การนำเข้าพลังงานไฟฟ้าจากต่างประเทศในส่วนของพลังน้ำลดลงตามฤดูกาลและการผลิตไฟฟ้าจากถ่านลิกไนต์ลดลงตามแผนการปลดโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ส่งผลให้สามารถเดินเครื่องโรงไฟฟ้าที่มีต้นทุนราคาถูกลดลง นอกจากนั้นราคาก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้าปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นมากตามภาวะราคาน้ำมันขาขึ้นในตลาดโลก และปริมาณนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG)
ขึ้นค่าไฟ / กรณี สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มีมติให้เรียกเก็บอัตราค่าไฟฟ้าผันแปร หรือค่าเอฟที สำหรับงวดเดือน ม.ค.-เม.ย.2562 เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยที่เรียกเก็บจากผู้ใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจากงวดก่อน 4.30 สตางค์ต่อหน่วย หรือจาก 3.5966 บาทต่อหน่วย มาอยู่ที่ 3.6396 บาทต่อหน่วย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) นับเป็นการปรับขึ้นค่าเอฟทีครั้งแรกในรอบ 16 เดือนนั้น วันที่ 9 พ.ย. นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวยอมรับว่า ผลกระทบจากการปรับค่าไฟฟ้างวดเดือนม.ค.-เม.ย.2562 ที่เรียกเก็บจากผู้ใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 4.30 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลทางด้านจิตวิทยา ซึ่งอาจทำให้ประชาชนมีต้นทุนค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น และอาจส่งผลกระทบในวงกว้างต่อภาคอุตสาหกรรมที่เป็นกลุ่มที่มีการใช้ไฟจำนวนหน่วยมาก เป็นต้นทุนการผลิตซึ่งส่งผ่านโดยตรงมายังต้นทุนสินค้า ผู้ประกอบการทราบดีว่าคงไม่สามารถปรับราคาสินค้าเพิ่มขึ้นได้ในช่วงนี้ ดังนั้นในระยะยาวจึงอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ รวมถึงการจ้างงาน และโบนัสประจำปีได้
