ข้อคิดความล้มเหลว
“ไม่เรียนแล้วทำไร” “ใช้ชีวิต” “ใช้ชีวิตทำไร” “แค่ใช้ชีวิตก็ยุ่งจะตายอยู่แล้ว จะให้ไปทำไรอีก” คำพูดจากภาพยนตร์ที่เมื่อฟังตอนมัธยมเราแทบไม่เข้าใจเลยว่าตัวละครชายคนนี้ต้องการจะสื่ออะไร. แต่เมื่อใช้ชีวิตผ่านช่วงระยะเวลาหนึ่งมาได้คุณจะเข้าใจคำว่า “ใช้ชีวิต” ที่ตัวละครพิสิทธิ์พูดได้อย่างลึกซึ้ง “ใช้ชีวิต” คำนี้แปลว่าอะไร ออกผจญภัย กระโดดร่ม ขับรถออกเดินทาง แบกเป้เที่ยวไปไกลสุดขอบฟ้า คำว่า “ใช้ชีวิต” มันอาจคือการเอาผ้ากองพะเนินเดินไปใส่เครื่องซัก จับเครื่องดูดฝุ่นถูไถห้องรกรุงรัง รดน้ำต้นไม้ที่เหี่ยวเฉาเพราะถูกละเลยจากวันทำงาน แค่นี้แหละ สิ่งที่เรียกว่า…ใช้ชีวิต และเพียงแค่เท่านี้ ก็ยุ่งจนไม่มีเวลาให้ไปทำอย่างอื่นแล้ว วันที่ลืมตาตื่นขึ้นมาดูโลก ก็คือวันแรกที่เราต้องเรียนรู้แล้วว่าฉันจะใช้ชีวิตที่ได้มานี้อย่างไร? ยุติธรรม งดงาม เรียบง่าย หรือเละเทะ โหลยโท่ย ห่วยแตก ก็ล้วนได้ใช้สิ่งที่เรียกว่าชีวิตไปแล้ว ความหมายของคำว่า “ชีวิต” คือ กระบวนการทางชีวภาพและทางกายภาพที่ทำให้สิ่งมีชีวิตเคลื่อนไหวเจริญเติบโต และเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ในระหว่างทาง แต่ละคนก็จะใช้ชีวิตไปเพื่อ ค้นหาเป้าหมา
ข้อคิดธุรกิจจากความล้มเหลว ของพิธีกรอารมณ์ดี บ๊วย-เชษฐวุฒิ วัชรคุณ ที่เขียนโดย กัญญ์วรา ศิริสมบูรณ์เวช แม้จะเป็นพิธีกร ที่มีอารมณ์เฮฮา แต่แง่คิดทางธุรกิจ ไม่ธรรมดาเลย ซึ่งข้อคิดเหล่านี้ บ๊วย เคยให้สัมภาษณ์เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ไว้ กับธุรกิจไก่ทอดของเขา ตามลิ้งค์นี้ https://www.sentangsedtee.com/featured/article_16871 ซึ่งจากเรื่อดังกล่าวนั้น มีข้อคิดที่น่าสนใจในประเด็น การเปลี่ยนหุ้นส่วนบ่อยๆ อาจเสี่ยงต่อการถูกใครๆ มองในแง่ลบ แต่เขากลับว่า “ไม่เป็นไร” และบอกว่า “อากาศกับทัศนคติเป็นของฟรี คนมองแง่ลบไม่มีปัญหา ถ้าทุกคนมองแง่บวกหมดเลยก็อะเมซิ่ง พูดตรงๆ ว่าถ้าเป็นข้อคิดเห็น เราไม่ฟัง ถ้าเป็นความจริงเราจะฟัง เราผ่านมรสุมมาเยอะ ที่ได้มาคือทำอะไรต้องตรงไปตรงมา ไม่โกงใคร อย่างชีวิตคู่ถ้าไม่เวิร์กจะทู่ซี้ทำไม ธุรกิจก็เหมือนกัน” “สิ่งที่ทำคือ ซื่อสัตย์ ตรงไปตรงมา เราศึกษาธุรกิจมาเยอะ คนไม่ค่อยมองสิ่งที่เกิดขึ้นจริง มองแต่อย่างนี้ เรารู้ว่าเรามีทัศนคติในการมองโลกแบบหนึ่งที่ไม่สอดคล้องกับคนอื่น ถือว่าไม่เดือดร้อนใคร ไม่โกงใคร ให้มั่นใจได้ว่าถ้าเราโกงต้องมีการฟ้องร้อง” “ข้อคิดที่ได้จากครั้งก่อนๆ
