คนตาบอด
“คนตาบอดทำงานได้ทุกอย่าง” วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ นักสู้เพื่อคนพิการ ในซอยอรุณอมรินทร์ 39 คือที่ตั้งของ ยิ้มสู้คาเฟ่ ร้านกาแฟจากบาริสต้าที่เงียบที่สุด แต่ส่งมอบความสุขเสียงดังมาก และผู้ก่อตั้งร้านนี้ คือ ศาสตราจารย์ วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ประธานมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ นักสู้ที่เปี่ยมล้นไปด้วยรอยยิ้ม ผู้คอยช่วยเหลือและหยิบยื่นโอกาสมาให้คนพิการอีกหลายคนได้มีอาชีพ มีรายได้ เลี้ยงตัวเอง โดย ศาสตราจารย์ วิริยะ ไม่ลืมที่จะเอ่ยถึงมิสเจนีวีฟ คอลฟิลด์ (Miss Genevieve Caulfield) สตรีตาบอดชาวอเมริกัน ผู้ก่อตั้งโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ ผู้สร้างความเชื่อให้เขาสามเรื่อง “ผมถูกปลูกฝังความเชื่อมาตลอดว่าคนตาบอดทำอะไรไม่ได้ เมื่อเชื่ออย่างนั้นก็ทำไม่ได้จริงๆ อยู่แต่บ้าน มีคุณพ่อคุณแม่คอยเอาใจ เอาของกินมาให้ถึงห้อง โดยไม่ต้องทำอะไร จนได้พบกับมิสเจนีวีฟ คอลฟิลด์ สตรีตาบอดชาวอเมริกัน ผู้ก่อตั้งโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ ท่านมีอุปการคุณต่อพวกเราอย่างมาก” “ความเชื่อเรื่องแรก ที่ท่านบอกคือ ต้องเชื่อว่า คนตาบอดทำได้ทุกอย่าง และหาเรื่องท้าทายทำ เพราะเรื่องท้าทายจะทำให้เราทำงานได
กลุ่มนักกฎหมายคนพิการ เรียกร้อง ขอตู้ ATM ให้คนตาบอด สามารถใช้งานได้ เมื่อเร็วๆนี้ ผู้ใช้ชื่อว่า กลุ่มนักกฎหมายคนพิการ ได้ทำการรณรงค์ผ่าน change.org โดยทำจดหมายเปิดผนึก ส่งถึง ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย นายกสมาคมธนาคารไทย และ กรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารพาณิชย์ทุกธนาคาร เพื่อเรียกร้องเรียกร้องขอตู้กดเงิน(ATM)ที่คนตาบอดสามารถใช้งานได้ จดหมายดังกล่าว มีเนื้อหาระบุว่า แม้ไทยจะมีเครื่อง ATM จำนวนมาก ติดอันดับต้นๆ ของโลก แต่สำหรับผู้พิการทางสายตา ที่มีอยู่กว่า 200,000 คน ไม่สามารถใช้งานได้โดยสิ้นเชิง โดยเฉพาะปัจจุบันเครื่อง ATM กำลังถูกเปลี่ยนเป็นระบบ touch screen และไม่มีฟังก์ชั่นที่ช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่มีปัญหาด้านการมองเห็นเลย ผู้ที่มีปัญหาด้านการมองเห็นต้องให้ผู้อื่นกดเงินหรือทำธุรกรรมแทนให้ เป็นโอกาสให้ผู้ไม่หวังดีเข้าถึงบัตรและรหัส ATM สูญเสียความเป็นส่วนตัว สูญเสียความปลอดภัยทางการเงิน นำมาซึ่งความเหลื่อมล้ำทางการเงิน .การได้รับบริการทางการเงินอย่างเป็นธรรม เป็น สิทธิขั้นพื้นฐาน ของประชาชนมิใช่หรือ แต่ทำไมคนกลุ่มนี้ กลับถูกหลงลืม ไม่ได้รับการเหลียวแลจากภาครัฐเลย หลายๆธนาคารก็ยัง
สำหรับบรรยากาศช่วงบ่ายของการเข้ากราบถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เนื่องด้วยเป็นวัดหยุดสุดสัปดาห์ ประชาชนจากทั่วสารทิศต่างพาครอบครัวมาต่อแถวรอกราบถวายสักการะเนื่องแน่นพื้นที่ท้องสนามหลวง ท่ามกลางอากาศร้อนจัด ขณะที่เวลา 14.00 น. ผู้บกพร่องทางสายตาจำนวน 300 คนและจิตอาสา 100 คน จากสมาคมนักเรียนเก่าโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ ภายใต้การดำเนินงานของ มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เข้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ โดยมีสามนักแสดงสาวไอซ์-น.ส.ปรีชญา พงษ์ธนานิก, นิวเคลียร์-น.ส.หรรษา จึงวิวัฒนวงศ์ และน้ำชา-น.ส.ชีรณัฐ ยูสานนท์ ร่วมเป็นจิตอาสา ทั้งนี้ แม้สภาพจะเป็นไปด้วยความทุลักทุเลที่คนตาบอดจะต้องเดินจูงมือกันอย่างช้าๆ โดยมีจิตอาสาคอยดูแลท่ามกลางอากาศร้อน แต่ ใบหน้าต่างก็มีรอยยิ้ม และยังตื่นเต้นที่จะได้เข้ากราบถวายสักการะพระบรมศพ นายช่วง โพธิรัญ อายุ 68 ปี ผู้พกพร่องทางสายตา จากอ.นาเชือก จ.มหาสารคาม มาในฐานะศิษย์เก่าโรงเรียนสอน
