ครบวงจร
“แฟลช เอ็กซ์เพรส” จับมือ “WoYoo” เปิดแพลตฟอร์มระบบนำเข้าสินค้าครบวงจร “WoYoo” รุกตลาดไทย เตรียมเปิดตัวแพลตฟอร์มให้บริการนำเข้าสินค้าแบบครบวงจร หวังเชื่อมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นหนึ่งเดียว พร้อมจับมือ “แฟลช เอ็กซ์เพรส” เสริมช่องทางการขนส่ง และบริการคลังสินค้า (Fulfillment) ในประเทศไทย ตั้งเป้าสยายปีกสู่ AEC ภายในปี 2020 โดยล่าสุด WoYoo ยังได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) กับ แฟลช เอ็กซ์เพรส ผู้ให้บริการด้าน E-Commerce แบบครบวงจร เพื่อให้แฟลช สนับสนุนด้านการขนส่งสินค้า และด้านคลังสินค้า (Fulfillment) มร.จี คุณ (Ji Kun) ผู้ก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร WoYoo ประเทศไทย กล่าวว่า WoYoo มีประสบการณ์การทำธุรกิจด้าน E-commerce ทั้งขนาดเล็ก และกลาง มามากกว่า 20 ปี โดยมองเห็นโอกาสการสร้างธุรกิจจากการเติบโต และพัฒนาของ E-commerce ที่มีสัดส่วนทางการตลาดอย่างมหาศาล จึงได้เตรียมเปิดแพลตฟอร์มระบบนำเข้าสินค้าแบบครบวงจร โดยแพลตฟอร์มดังกล่าว เป็นเสมือนระบบศูนย์กลางในการนำเข้าสินค้าจากประเทศจีนแบบเบ็ดเสร็จ พร้อมวางเป้าหมายเป็นพันธมิตรกับแบรนด์ค้าปลีกชั้นนำของไทยกว่า 300 ร้านค้า โดยเตรียมจัดตั้งศูนย
ย้อนกลับไปหลายปีก่อน โรงเรียนวิเศษชัยชาญวิทยาคม ตำบลไผ่จำศีล อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง ยังคงสภาพเป็นโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา ที่แม้จะเป็นโรงเรียนประจำอำเภอ แต่จำนวนนักเรียนและบุคลากรครูผู้สอนก็ไม่ได้มากอย่างที่คิด อย่างไรก็ตาม โรงเรียนก็ยังคงเป็นโรงเรียนที่เพียบพร้อมไปด้วยกิจกรรมและการส่งเสริมสนับสนุนนักเรียนในมุมของภาควิชาการ เพื่อให้ศักยภาพนักเรียนเทียบเท่ากับโรงเรียนในระดับจังหวัดและภูมิภาคอื่นได้ ปัจจุบัน ศักยภาพด้านวิชาการยังคงดำเนินไปอยู่ แต่สิ่งที่เพิ่มมาให้เห็นและเป็นกิจกรรมที่จัดได้ว่าเป็นกิจกรรมที่โดดเด่นมากกิจกรรมหนึ่งของโรงเรียน คือ ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้ให้กับชุมชน ตำบล อำเภอ รวมถึงจังหวัดใกล้เคียงที่ต้องการ โดยศูนย์เรียนรู้ฯ แห่งนี้ เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ ปี 2540 โดย อาจารย์ไพศาล มั่นอก ครูชำนาญการพิเศษ ดูแลด้านการเกษตรของโรงเรียนวิเศษชัยชาญวิทยาคม ซึ่งการดำเนินการค่อยเป็นค่อยไป กระทั่งเป็นที่รู้จักและเป็นต้นแบบให้กับชุมชนหลายแห่ง สนใจพาเกษตรกรเข้ามาเรียนรู้ อาจารย์ไพศาล บอกว่า เดิมกิจกรรมการเกษตรของโรงเรียน เริ่มต้นภายในพื้นที่
วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 ที่ถนนราชดำเนิน หน้าศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก ยังคงมีกลุ่มเกษตรกรชาวนาจากหลากหลายอำเภอใน จ.พิษณุโลก นำข้าวสารมาวางขายให้กับผู้บริโภค หลังจากนายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผวจ.พิษณุโลก ได้เปิดตลาดนัดข้าวสารจากเกษตรขายตรงสู่ผู้บริโภค โดยกำหนดให้เปิดขายหน้าศาลากลางได้อย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 2 เดือน ในช่วงที่ราคาข้าวเปลือกตกต่ำอย่างมาก เพื่อช่วยเหลือเกษตร สำหรับบรรยากาศในวันนี้ ยังคงคึกคักอย่างมาก มีประชาชน ข้าราชการ หลากหลายหน่วยงาน มาช่วยอุดหนุนซื้อข้าวสารจากกลุ่มเกษตร โดยเฉลี่ยแต่ละกลุ่มนำมาขายวันละ 200-300 กิโลกรัม ก็ขายหมดลงในเวลาอันรวดเร็ว จากการสำรวจบรรยากาศการซื้อขายพบว่า เกษตรกรทุกรายที่นำข้าวสารมาขายหน้าศาลากลางจังหวัดพิษณุโลกครั้งนี้ ล้วนรวมกลุ่มในรูปของกลุ่มเกษตรกร บางแห่งก็รวมตัวกันในรูปแบบสหกรณ์ เพื่อเป็นอำนาจต่อรองของเกษตรเอง ในการกำหนดราคารับซื้อข้าวเปลือกจากสมาชิก ที่ให้สูงกว่าราคาตลาด กำหนดพันธุ์ และคุณภาพการผลิต บางแห่งก็มีโรงสีของตนเอง และที่เหมือนกันคือ ต่างช่วยกันนำข้าวสารที่ปลูก มาช่วยกันขาย และบริโภคข้าวที่ปลูกกันเอง ข้าวที่ขายวันนี้ เป็นข้าวนาปีฤดู
