คริปโทเคอร์เรนซี
ตลอดช่วงที่ผ่านมา ภาครัฐประกาศอย่างต่อเนื่องถึงการฟื้นฟูเศรษฐกิจและภาคการท่องเที่ยว และล่าสุด นโยบายเหล่านี้ได้นำไปสู่การเปิดตัวโครงการที่น่าสนใจอย่าง TouristDigiPay ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจและท่องเที่ยวของไทยให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด โครงการนี้ถูกออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวสามารถนำ สินทรัพย์ดิจิทัล หรือ คริปโทเคอร์เรนซี มาใช้จ่ายในประเทศไทยได้อย่างไร้รอยต่อ โดยมีเป้าหมายหลักคือการเพิ่มช่องทางการใช้จ่ายและกระตุ้นให้เกิดเม็ดเงินสะพัดในประเทศในวงกว้าง ผู้สื่อข่าวมติชนรายงานว่า เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลัง ได้ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดตัว โครงการ TouristDigiPay ซึ่งเป็นโครงการทดสอบ (แซนด์บ็อกซ์) การนำสินทรัพย์ดิจิทัล (ดิจิทัลแอสเซท) เปลี่ยนเป็นเงินบาทและนำไปใช้จ่ายในด้านต่างๆ ได้ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการนำนวัตกรรมและสินทรัพย์ดิจิทัลมาสนับ
P2P : โอกาสของอนาคตการเงิน หรือกับดักที่แฝงมากับตลาดคริปโทฯ? โดย ดร.กร พูนศิริวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์และผู้อำนวยการโครงการ BINANCE TH Academy บริษัท กัลฟ์ ไบแนนซ์ จำกัด ในช่วงที่ตลาดคริปโทฯ กำลังเฟื่องฟู การซื้อขายแบบ P2P (Peer-to-Peer) กลายเป็นประเด็นร้อนที่ได้รับความสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อภาครัฐประกาศมาตรการควบคุมที่มีผลบังคับในเดือนกุมภาพันธ์นี้ ทว่าการควบคุม P2P ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทย หลายประเทศในเอเชียเองก็มีแนวทางการจัดการที่แตกต่างกัน อย่างญี่ปุ่นเลือกที่จะห้าม P2P โดยสิ้นเชิง และเน้นการซื้อขายผ่าน Exchange ที่ได้รับอนุญาต ขณะที่สิงคโปร์อนุญาตแต่มีการควบคุมที่เข้มงวด ส่วนเกาหลีใต้ก็กำหนดว่าการเทรดประเภทนี้ต้องผ่านระบบธนาคารที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น ความเข้าใจกลไกและบทบาท P2P ในตลาดคริปโทฯ P2P เป็นการทำธุรกรรมการเงินโดยตรงระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ที่อาศัย “ความเชื่อใจกัน” มีความคล้ายคลึงกับ ‘การซื้อขายสินค้าโดยตรงระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย’ โดยเริ่มจากการตกลงราคา และเลือกวิธีการชำระเงินโดยมีการจ่ายเป็นสกุลเงินบนใช้คริปโทฯ ต่อมา P2P ได้รับความนิยมอย่างมากในอุตสาหกรร
