ความมั่นคงทางอาหาร
ได้เวลา ‘อุตสาหกรรมอาหาร’ Transformation ชูนวัตกรรมรองรับเทรนด์ ‘อาหารแห่งอนาคต’ ปัจจัยต่างๆ ทั้งข้อมูลฝ่ายเศรษฐกิจและกิจการสังคมสหประชาชาติ ได้ออกรายงาน The World Population Prospects 2019 คาดว่าจำนวนประชากรโลกจะเพิ่มขึ้นเป็น 9,700 ล้านคนในปี 2050 ทำให้เกิดความกังวลต่อผู้คนทั่วโลกว่า ปริมาณอาหารจะไม่เพียงพอกับจำนวนคนที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการพัฒนาเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำมากๆ ที่เข้ามาช่วยหนุนในการพัฒนานวัตกรรมด้านอาหารรูปแบบใหม่ กลายเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่าเอสเอ็มอีถึงเวลาต้องเปลี่ยนแปลง การเกิดภาวะสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ยืดเยื้อต่อเนื่องตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2565 เป็นหนึ่งในตัวเร่งปฏิกิริยาในการพัฒนาอาหารอนาคตให้เร็วขึ้น เพราะภาวะสงครามฯ ในทั้ง 2 ประเทศ ซึ่งถือเป็นผู้ผลิตและผู้ส่งออกวัตถุดิบทางการเกษตรเพื่อนำไปประกอบอาหารรายใหญ่ของโลก ส่งผลให้ราคาวัตถุดิบ และราคาพลังงานปรับสูงขึ้น ทำให้พืชผลทางการเกษตร อาทิ ราคาข้าวสาลีในเดือนมีนาคม 2565 ที่ปรับตัวขึ้นกว่า 31% เมื่อเทียบกับเดือนธันวาคม 2564 ราคาข้าวโพดที่ปรับตัวสูงขึ้นกว่า 32% ในช่วงเวลาเดียวกัน และจากผลพวงของราคาก๊าซธรรมชาติที่พุ่
อธิบดี พช. ปลุกพลังภาครัฐ-ประชาชน น้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สู่ปฏิบัติการปลูกผักสวนครัว อธิบดี พช. ปลุกพลังทั้งภาครัฐและภาคประชาชน น้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สู่ปฏิบัติการปลูกผักสวนครัว เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารต่อเนื่อง นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เปิดเผยว่า กรมการพัฒนาชุมชน ได้สานต่อผลงานของปลัดกระทรวงมหาดไทย (นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ) ที่ได้น้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สู่ปฏิบัติการปลูกผักสวนครัว เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน – 30 มิถุนายน 2563 โดยครั้งที่ 1 เริ่มดำเนินการแผนปฏิบัติการ “Quick win” 90 วัน เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร และได้มีการขยายผลสร้างวัฒนธรรมปลูกพืชผักประจำครัวเรือน เพื่อตอบสนองต่อเป้าหมายการพัฒนาหมู่บ้านให้ยั่งยืน ในรอบ 2 ระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ – 31 พฤษภาคม 2564 ภายใต้แนวคิด “จะพัฒนาใครเขา ต้องพัฒนาเราก่อน” สร้างก
“โครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน” ก้าวสู่ปีที่ 35 ซีพีเอฟ มุ่งถ่ายทอดเทคโนโลยี สร้างความมั่นคงทางอาหารให้เยาวชน ตลอดระยะเวลากว่า 3 ทศวรรษ ที่ผ่านมา “โครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน” ที่เครือเจริญโภคภัณฑ์ ร่วมกับ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ และมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท ร่วมกันดำเนินโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเยาวชนและเกษตรกรในชนบทห่างไกลทั่วประเทศ กลายเป็นหนึ่งในโครงการที่ร่วมบรรเทาปัญหาขาดแคลนโปรตีน สารอาหารที่มีประโยชน์ต่อการเจริญเติบโต ทั้งร่างกายและสมองของเยาวชนในชนบทได้อย่างเป็นรูปธรรม ช่วยสนับสนุนความมั่นคงด้านอาหารและโภชนาการที่ดีแก่เด็กนักเรียน และเดินหน้าสู่เป้าหมายโรงเรือน 1,000 แห่งในโรงเรียนในพื้นที่ชนบทห่างไกลทั่วประเทศ เพื่อผลักดันสู่ห้องเรียนอาชีพจากการเรียนรู้การเลี้ยงไก่ไข่ ขยายผลสู่ชุมชนเป็นคลังเสบียงในวิกฤตโควิด-19 นายสมคิด วรรณลุกขี รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธุรกิจไก่ไข่ ซีพีเอฟ เล่าว่า เครือซีพี ซีพีเอฟ ร่วมกับมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท น้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพ
บทเรียนโควิด-19 “อภัยภูเบศร” เล็งสร้างความมั่นคงทางอาหาร สุขภาพ ด้วยสมุนไพร พญ.โศรยา ธรรมรักษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า ปีนี้เป็นปีที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ครบรอบ 79 ปีของการสถาปนา หากเปรียบเป็นบุคคลก็เท่ากับผู้สูงวัยคนหนึ่ง แต่เป็นผู้สูงวัยที่แข็งแรง และก้าวไปอย่างมั่นคง และยังเป็นปีที่ต้องรับมือกับวิกฤตของโลก นั่นคือ โควิด-19 ซึ่งไม่ได้เป็นแค่วิกฤตทางด้านสุขภาพของโลกเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบไปทุกภาคส่วน ทั้งด้าน เศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของทุกประเทศ แต่เป็นที่น่ายินดีว่า ประเทศไทยมีความเข้มแข็งด้านสุขภาพเป็นทุนเดิม และได้รับการจัดอันดับให้เป็นที่ 2 ของโลกในการจัดการกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสตัวนี้ พญ.โศรยา กล่าวว่า จากสถานการณ์ที่ผ่านมา ทำให้อภัยภูเบศรเอง ต้องปรับกลยุทธ์หลายอย่าง โดยหลักๆ ใช้หลัก 7s เพื่อจัดการกับสถานการณ์ดังกล่าว คือ Strategy วางกลยุทธ์ Structure จัดการโครงสร้าง System ระบบ Style รูปแบบการบริหาร Staff บุคลากร Skill ความเชี่ยวชาญ และ Share value การสร้างค่านิยมองค์กร จากโควิด-19 ทำให้เราได้ “บทเรียน 5 ข้อ” ที่เราเรียนรู้จากการทำงาน
