คัดแยกขยะ
ในยุคที่ภาวะโลกร้อนเป็นวิกฤตระดับโลกที่ทุกฝ่ายให้ความสำคัญ การเริ่มต้นเล็กๆ อย่างการประหยัดพลังงานในครัวเรือนหรือห้างร้าน ก็สามารถนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ได้ เพราะการดูแลสิ่งแวดล้อมไม่สามารถอาศัยการเปลี่ยนแปลงจากส่วนใดส่วนหนึ่งได้ แต่ต้องเกิดจากพลังแห่งความร่วมใจของทุกคน เซ็นทรัลพัฒนา ในฐานะผู้บริหารพื้นที่ศูนย์การค้าซึ่งมีสาขาอยู่ทั่วประเทศ จึงได้จัดโครงการ “Central Pattana Green Partnership รวมพลังพันธมิตรลดโลกร้อน” ซึ่งเป็นการร่วมมือกันเพื่อหาแนวทางในการบริหารจัดการร้านค้าและผู้บริโภค ให้ลดการใช้พลังงาน และคัดแยกขยะ เพื่อเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตลอดทั้งกระบวนการ โดยเริ่มต้นจากการผนึกกำลังกับแบรนด์พันธมิตร รวมถึงคู่ค้าในศูนย์การค้าเซ็นทรัล ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดีจากหลากหลายแบรนด์ ร่วมจับมือกันเพื่อขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 ไปด้วยกัน หลังดำเนินโครงการมาเข้าสู่ปีที่ 3 ในปี 2568 เซ็นทรัลพัฒนาขอชวนมาสำรวจมาตรการที่น่าสนใจของแบรนด์ต่างๆ ที่มีผลงานโดดเด่นในด้านการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมในปี 2567 ที่ผ่านมา ผ่านรางวัล Green Partner
ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย ประกาศความสำเร็จร่วมกับ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย และ จีเอ็มเอ็ม โชว์ ในการคัดแยกขยะเต็มรูปแบบต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ผ่านแคมเปญ “Waste Nothing – มันส์ แล้ว ทิ้ง” คัดแยกขยะได้สูงถึง 11,150 กิโลกรัม ในงานเป๊ปซี่ พรีเซนต์ บิ๊กเมาน์เท่นมิวสิคเฟสติวัล ครั้งที่ 14 บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จํากัด พร้อมด้วย บริษัท เป๊ปซี่โค เซอวิสเซส เอเชีย จำกัด (เป๊ปซี่โค ประเทศไทย) และทีมผู้จัดงาน “GAYRAY (เกเร)” หน่วยงานภายใต้ จีเอ็มเอ็ม โชว์ บริษัท จีเอ็มเอ็ม มิวสิค จำกัด (มหาชน) ประกาศความสำเร็จในการดำเนินโครงการ “Waste Nothing – มันส์ แล้ว ทิ้ง” คัดแยกและจัดการขยะเต็มรูปแบบ ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ในเทศกาลดนตรีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เป๊ปซี่ พรีเซนต์ บิ๊กเมาน์เท่นมิวสิคเฟสติวัล ครั้งที่ 14 ระหว่างวันที่ 7-8 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา ณ ดิโอเชี่ยน เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา พร้อมสร้างความตระหนักรู้เรื่องการรีไซเคิลหมุนเวียนทรัพยากรมาใช้ใหม่ และกระตุ้นให้ผู้เข้าร่วมงานมีส่วนร่วมในการคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี ภายใต้คอนเซ็ปต์ สนุกอย่างรับผิด
พลาสติก ที่ทิ้งไป โทษภัยตามมามากมาย แล้วทำไมคนไทย ไม่แยกขยะ เจ้าโควิดตัวดี ทำให้คนไทยอยู่บ้านกันมากขึ้น ร้านอาหารดีลิเวอรีผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด ไม่มีหน้าร้านก็ขายของได้ ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องดี ใครว่างงานไม่รู้จะทำอะไร ผัดก๋วยเตี๋ยวเป็น อร่อย ก็พอหาเลี้ยงชีพได้แล้ว แต่ไอ้ที่แย่คือทุกเจ้าใช้กล่องพลาสติก ถุงพลาสติกกันหมด ไม่มีอะไรมาทดแทนได้จริงๆ ไม่ให้เขาใส่พลาสติกแล้วจะไปใส่อะไร ถึงแม้ว่าพลาสติกบางอย่างจะนำไปรีไซเคิลได้ แต่คนไทยไม่แยกขยะ เลยปรากฏว่าอัตรานำพลาสติกไปรีไซเคิลมีแค่ 25% ของขยะทั้งประเทศ อีก 75% ทิ้งฝังที่กันอยู่ ขยะของแต่ละบ้านในแต่ละวัน ไปคุ้ยดูเถอะครับ ต้องมีกล่องพลาสติก ถุงพลาสติก หนังยาง ทิ้งรวมไปกับเศษอาหารและขยะอื่นๆ จะหวังให้คนเก็บขยะ หรือทางการไปคัดแยกขยะได้ 100% คงเป็นไปไม่ได้ คนไทยจะมีสักกี่เปอร์เซ็นต์ก็ไม่รู้ได้ ที่จะคิดว่าขยะพลาสติกที่เรากำจัดออกไปจากบ้านหรือส่งไปกับร้านดีลิเวอรีแล้วมันไปไหน เกิดโทษอะไรขึ้นบ้าง การใช้กล่องพลาสติกรีไซเคิล ช่วยลดขยะพลาสติกได้จริงไหม โทษของ พลาสติก ที่ทิ้งไป หนึ่ง แน่ๆ มันรกครับ เป็นขยะทับถมเปื้อนขี้ขยะ ขี้ดิน ไม่มีใครชอบ ปลูกพืชอะไรก็
แม้ปัจจุบันจะมีการรณรงค์ให้ประชาชนแยกขยะตามประเภท เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมแล้วก็ตาม แต่ผู้คนก็ยังคงทิ้งขยะผิดประเภทกันอยู่ ทำให้การบริหารจัดการขยะ รวมถึงการนำขยะไปรีไซเคิล ไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ต้องเสียทั้งแรงงานคนและเสียเวลาในการคัดแยกขยะอีกรอบ และจำนวนขยะผิดประเภทที่ทับถมทวีคูณขึ้นทุกวัน ก็ยิ่งทำให้การจัดการขยะเป็นไปได้ยากยิ่งขึ้น ทีมมหาวิทยาลัยมหิดล ชั้นปีที่ 3 จากคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ได้เล็งเห็นปัญหาดังกล่าว และเมื่อศึกษาไปเรื่อยๆ ยิ่งพบว่า ในหลายๆ โครงการของหน่วยงานต่างๆ ที่รณรงค์ด้านการทิ้งขยะหรือคัดแยกขยะ หรือแม้แต่โครงการในมหาวิทยาลัยเอง ไม่ค่อยมีผลสำเร็จอย่างยั่งยืนเท่าใดนัก นักศึกษาทำได้ไม่นานก็เลิกไป เพราะเหมือนเป็นการบังคับหรือขอร้อง ไม่ได้เกิดจากความตั้งใจหรือเต็มใจอย่างแท้จริง ดังนั้น เพื่อส่งเสริมนิสัยการทิ้งขยะให้ถูกประเภทด้วยการสร้างแรงจูงใจในการทิ้งขยะ กลุ่มนักศึกษามหิดลภายใต้ชื่อกลุ่ม Mang (แมง) หรือแมลงในภาษาไทย และยังเกี่ยวโยงกับ คำว่า Bug ในภาษาคอมพิวเตอร์ ประกอบด้วย นายธนกิตติ์ สาชาติ (แบงค์) นายบัณฑิต โหว (บัน) สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ และ นา
