คั่วไก่ ไอ้เครา
แม้ “คั่วไก่ ไอ้เครา” จะเปิดมานาน เข้าสู่ปีที่ 8 แต่ร้านเล็กๆ ในตึกพาณิชย์ ริมถนนวุฒากาศ 55 แห่งนี้ ยังคงสร้างรายได้และเติบโตมาจนถึงปัจจุบัน พร้อมคว้ารางวัลการันตีความอร่อย ทั้ง The Spoon ช้อนทองคำ และ เชลล์ชวนชิม แต่กว่าร้านนี้จะประสบความสำเร็จ ก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่เห็น และการได้สัมผัสกับคำว่า “เป็นนายตัวเองครั้งแรก” ก็ไม่ได้ชิลอย่างที่คิดไว้ นี่คือเรื่องราวของ เชฟโอ๊ต-สุพรรษพงษ์ กุลชนะรมย์ ผู้ที่เรียกตัวเองอย่างภาคภูมิว่า “กูคือพ่อค้าคั่วไก่ธรรมดาคนหนึ่ง” กว่าจะเป็นเชฟใหญ่ เชฟโอ๊ต เริ่มต้นทำงานตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม งานแรกคือสจ๊วตหรือเด็กล้างจานในโรงแรมแห่งหนึ่ง ก่อนขยับไปทำงานในครัวเบเกอรี่ จากพนักงานกินเงินรายวัน ก็ได้บรรจุเป็นพนักงานประจำ ความฝันของเชฟโอ๊ตในตอนนั้น คือการเป็นเชฟใหญ่ Executive Chef เขาจึงเลือกออกจากครัวเบเกอรี่ ไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ใหม่ๆ จนมีโอกาสขยับไปทำงานในครัวร้อน ตำแหน่ง Cook Helper หรือผู้ช่วยกุ๊ก “เหมือนเด็กทุกคนที่มีความฝัน เราเห็นเชฟใหญ่ที่เป็นฝรั่งใส่ยูนิฟอร์มสีขาว มันเท่และสมาร์ทสำหรับเราตอนนั้น ตอนได้เป็นกุ๊กในโรงแรม เราใส่ชุดสีขาวกลับบ้าน หม่าม้าเ
จากเชฟ สู่พ่อค้าคั่วไก่ เรื่องราวของ สุพรรษพงษ์ กุลชนะรมย์ หรือ เชฟโอ๊ต หลังจากอยู่ในวงการเชฟมานานกว่า 20 ปี ก็ถึงจุดที่ทำให้เขาอยากเป็นนายตัวเอง อยากมีธุรกิจ อยากเหนื่อยแล้วได้กับตัวเอง ได้กับครอบครัว กลายเป็นจุดเริ่มต้นของ “คั่วไก่ ไอ้เครา” ร้านที่เริ่มต้นจากความชอบกินเมนูเส้น แต่กว่าจะเปิดอย่างจริงจัง เชฟโอ๊ตใช้เวลาทดลองสูตรร่วมๆ 2 ปี เขาลงครัวฝึกซ้อม จนถึงขั้นนึ่งเส้นเอง จากนั้นถึงกลับมาเปิดร้านคั่วไก่ ไอ้เครา ที่ถนนข้าวสาร โลเคชันของเด็กยุค 90 ที่เขาหลงใหลและชอบไปทุกครั้งเวลากลับมาเมืองไทย แม้ในปัจจุบันหน้าร้านบนถนนข้าวสารจะปิดตัวไปแล้ว แต่ลูกค้าสามารถไปลิ้มรสความอร่อยได้ที่ร้านคั่วไก่ ไอ้เครา ริมถนนวุฒากาศ 55 ซึ่งไม่ได้มีแค่เมนูคั่วไก่อย่างเดียว แต่ยังมีคั่วไก่ออริจินัลโรยผงหม่าล่า สุกี้แห้ง ข้าวผัดรถไฟ รวมถึงข้าวกะเพราอีกหลากหลายเมนูให้เลือก โดยเปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 10.30-20.00 น. เฉพาะวันอาทิตย์ เปิดตั้งแต่เวลา 10.30-16.00 น. สามารถติดตามวันเปิด-ปิดได้ที่เพจ Thebeardboy2018
