คาเฟ่
กินลมชมวิว ที่ร้าน “กาแฟบ้านย่า” คาเฟ่กลางทุ่งนา เช็กอินแห่งใหม่ จ.สระแก้ว ช่วงหลังมานี้ เทรนด์ร้านกาแฟ วิวทุ่งนากำลังมาแรง โดยเฉพาะตามต่างจังหวัดทั้งภาคเหนือ กลาง อีสานจะนิยมเปิดมากเป็นพิเศษ เพราะมีพื้นที่เอื้ออำนวย มีทุ่งนาผืนใหญ่เป็นทุนอยู่แล้ว เส้นทางเศรษฐีมีโอกาสไปเยือนจังหวัดสระแก้ว ช่วงบ่ายคล้อยของวัน ไม่พลาดแวะร้านกาแฟกลางทุ่งนาชื่อดังของจังหวัดนี้ เสิร์ชาหาชื่อจากรีวิวต่างๆ บนเว็บไซต์ ขับรถตามเส้นทาง ห่างจากตัวเมืองราว 30 กิโล จำได้ว่าเข้าไปลึกอยู่พอควร วิ่งไปบนถนนลูกรังขรุขระ สองข้างทางเป็นบ้านเรือนคล้ายกับจะหลงทาง แต่โชคดีที่มีป้ายร้าน ติดนำทาง ช่วยคลายกังวลได้ไม่น้อย ใช้เวลาพักใหญ่ เดินทางมาถึง ร้านกาแฟบ้านย่า กลางทุ่งนา บรรยากาศเงียบสงบ มีลมเย็นพัดให้สดชื่นอยู่ตลอดเวลา เจ้าของร้านหน้าตาดี ท่าทางเป็นกันเอง คุณเจมส์-อาทิตย์ ดวงรัตน์ ออกมาต้อนรับ ก่อนเล่าไอเดียให้ฟังว่า หลังคุณย่าจากไปเมื่อปี 2560 สร้างความเสียใจให้กับครอบครัวไม่น้อย ด้วยมีลูกหลานทั้งหมด 11 คน แต่แยกย้ายไปทำงานต่างที่กันหมด แล้วจะทำอย่างไรให้ลูกหลานกลับมาอยู่ มาเยี่ยมเยือนบ้านเกิดเมืองนอนที่จังหวั
มองผ่านๆ “เทรนนิ่ง คาเฟ่” ก็อาจจะเหมือนกับร้านอาหารทั่วๆ ไปในเมืองอัลมาตี เมืองใหญ่ที่สุดของคาซัคสถาน ประเทศในอดีตของสหภาพโซเวียต หากแต่ความเป็นจริงแล้ว คาเฟ่แห่งนี้มีความพิเศษกว่าร้านอาหารอื่นทั่วๆ ไป ตรงที่ “พนักงาน” ที่ทำงานในร้าน 40 เปอร์เซ็นต์ เป็นผู้ป่วยของสถาบันจิตเวชในเมืองอัลมาตี! เป็นหนึ่งในหนทางที่เปิดโอกาสให้แก่ผู้ป่วยจิตเวชในเมืองใหญ่แห่งนี้ ได้มีโอกาสในการทำงานในเมืองใหญ่แห่งนี้มากขึ้น แม้ว่ารัฐบาลคาซัคสถานจะพยายามยกระดับสภาพความเป็นอยู่ของผู้ทุพพลภาพ หากแต่ยังคงต้องต่อสู้กับทัศนคติของผู้คนเกี่ยวกับเรื่องความสามารถของผู้พิการในสังคม เหตุเพราะในยุคโซเวียตนั้น ผู้คนที่เริ่มมีปัญหาทางการรับรู้ มักจะถูกส่งตัวไปยังสถาบันจิตเวช ส่วนผู้ที่ป่วยหนัก บางครั้งถึงกับถูกกักตัวไว้ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด ดังนั้น ในปัจจุบันผู้ที่มีอาการป่วยทางจิต หรือพิการ จึงไม่ได้รับการยอมรับจากสังคม ให้ได้รับการศึกษา รวมไปถึงการรับเข้าทำงาน ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า มีผู้ป่วยจิตเวชที่เข้ารับการรักษาตัวอยู่ในสถาบันจิตเวชของเมืองอัลมาตี มากถึงกว่า 700 คน ในเมืองที่มีผู้คนอาศัยอยู่ราว 1.5 ล้า
“คาเฟ่สัตว์เลี้ยง” ธุรกิจที่กำลังได้รับความนิยมจากผู้ที่ตกหลุมรักสัตว์ เทรนด์ธุรกิจมาแรงที่ผสมผสานระหว่างอาหารอร่อย และความน่ารักน่าชังของสัตว์เลี้ยง ล่าสุดมีคาเฟ่ที่นำสุนัขจิ้งจอกทะเลทรายเอาใจกลุ่มเลิฟสัตว์เอ็กซ์โซติก เป็นแห่งแรกในประเทศไทย จนมีผู้สนใจแห่เข้าไปอุดหนุนเป็นจำนวนมาก ร้านนี้มีชื่อว่า “ลิตเติ้ลซูคาเฟ่” (Little ZOO Cafe) ตั้งอยู่โครงการสุโขทัย 99 เมืองทองธานี ถนนบอนด์สตรีท กรุงเทพฯ มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย คาเฟ่อื่น ต้องหลบ ถึงเวลา จิ้งจอก & ผองเพื่อน คุณวชิราภรณ์ อร่ามพิบูลผล หรือ คุณเบียร์ เธอเป็นคนรักสัตว์ มีฟาร์มเลี้ยงสุนัขจิ้งจอก เพาะพันธุ์ชูก้าไกลเดอร์, แร็กคูน, ชินชิล่า (สัตว์ฟันแทะเหมือนกระต่าย) แมวไทยขาวมณี สุนัขพันธุ์ยอร์กเชียร์ ฯลฯ สัตว์ที่เลี้ยงส่วนใหญ่เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทั้งหมด การที่หญิงสาวอยู่ในแวดวงสัตว์เลี้ยง บ่อยครั้งมักจะมีคนเข้ามาสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับสัตว์ โดยเฉพาะสุนัขจิ้งจอกทะเลทราย เธอเลยตัดสินใจเปิดคาเฟ่เพื่อจะใช้เป็นสถานที่มาแลกเปลี่ยนความรู้ในการเลี้ยง เสมือนเป็นที่เวิร์กช็อปให้คนที่สนใจมาทดลองเล่น มาสัมผัส มาเรียนรู้ลักษณะนิสัย ก่อน
เคล็ดลับ ความสำเร็จของธุรกิจอาหาร นอกเหนือจากรสชาติที่อร่อย การบริหารจัดการที่ดี การใส่ไอเดียแปลกใหม่ ก็ช่วยเรียกแขกที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์แหวกแนวได้ไม่น้อย ใครจะเชื่อว่า “ร้านอาหาร” กับ “สุขา” จะไปด้วยกันได้ แต่ “คาเฟ่สุขา” ที่ผุดขึ้นหลายแห่งทั่วโลก สะท้อนว่า มีลูกค้าจำนวนมากที่ชื่นชอบความแปลกแหวกแนวแบบไร้ขีดจำกัด รอยเตอร์ส หยิบยกเรื่องราวของ “เครซี ทอยเล็ต คาเฟ่” ร้านอาหารในกรุงมอสโกของรัสเซีย ที่นำไอเดียห้องสุขามาตกแต่งร้าน โดยใช้เฟอร์นิเจอร์และภาชนะใส่อาหาร ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากข้าวของเครื่องใช้ในห้องสุขาไม่ว่าจะเป็นเก้าอี้จากโถส้วมจริงๆ ถ้วยชามรูปร่างเหมือนชักโครก กระโถนปัสสาวะ และอ่างอาบน้ำ ไม่ใช่แค่ธีมการตกแต่งร้าน แต่เครซี ทอยเล็ต คาเฟ่ ที่รองรับลูกค้าได้ 50 คน ยังรังสรรค์เมนูที่สอดคล้องกับคาเฟ่สุขา โดยบางเมนูมีหน้าตาชวนคิดหนัก เช่น ซุปเห็ดสีน้ำตาล รวมถึงไส้กรอกหมูที่รูปร่างคล้ายอุจจาระ แถมเสิร์ฟมาในชามโถชักโครกอีกต่างหาก ร้านไอเดียแหวกแนวแห่งนี้มีลูกค้าเข้ามาอุดหนุนจำนวนไม่น้อย โดยลูกค้าบางคนให้เหตุผลว่า อาหารรสชาติอร่อย ราคาไม่แพง แค่ราวๆ 8 ดอลลาร์ และบรรยากาศแตกต่าง นอกจ
