คิดอย่างนักบริหาร
กลับตัวสู้เศรษฐกิจ! ปี 2563 น่าจะเป็นอีกหนึ่งปี ที่ต้องใช้ชีวิตไม่ประมาท หากเป็นมนุษย์ปุถุชนธรรมดาทั่วไป เชื่อว่าเมื่อชีวิตก้าวเดินข้ามปีเมื่อไหร่ หลายคนคงนั่งทบทวนตัวเองว่าตลอดปีผ่านมาเราทำอะไรดีๆ ให้กับชีวิตตัวเองบ้าง ไม่บางครั้งก็อาจตั้งคำถาม ถามตัวเองว่า…เราทำอะไรผิดพลาดไปบ้าง เพื่อจะได้นำมาปรับปรุงตัวเองในปีถัดไป โดยไม่ให้ความผิดพลาดเกิดขึ้นซ้ำอีก เพราะบางทีความผิดพลาดก็เป็นบทเรียนให้เราระวังตัวมากขึ้น ยิ่งในสภาวะเช่นนี้ด้วย หากเกิดความผิดพลาดในการบริหารจัดการกับชีวิต เผลอๆ บางทีอาจโงหัวขึ้นมาลำบาก เพราะฉะนั้น จึงต้องรักษาจังหวะในการก้าวเดินของตัวเองให้ดี ยิ่งเฉพาะกับผู้ที่ใช้ชีวิตเสี่ยงทั้งปวง เช่นเดียวกัน หากเป็นผู้ประกอบการธุรกิจทั้งหลาย โดยเฉพาะธุรกิจเอสเอ็มอีทั้งระบบ คงต้องยอมรับความจริงว่าทุกๆ มาตรการที่ภาครัฐออกมากระตุ้นเศรษฐกิจ ปรากฏว่าเม็ดเงินสะวิงกลับไปที่ผู้ประกอบการรายย่อยน้อยมาก ส่วนใหญ่ไปอยู่กับใครก็คงอย่างที่พวกเราทราบๆ กัน ฉะนั้น ทางออกของเรื่องนี้จึงต้องหันกลับมาดูที่ตัวเองว่าเราจะนำพาธุรกิจเล็กๆ ของเราพึ่งพาภาครัฐดีหรือไม่ เพราะภาครัฐเองก็ไม่ได้ช่วยเหลืออะ
เทรนด์ “รักษ์โลก” มาแรง! โอกาสเป็น “เศรษฐี” ของเอสเอ็มอีมาถึงแล้ว ต้องยอมรับว่าเทรนด์ของการรักษาสิ่งแวดล้อมมาแรงมากๆ ในปีสองปีผ่านมา ทั้งยังทำท่าว่าจะมาแรงขึ้นเรื่อยๆ เพราะเท่าที่ดูจากหลายๆ องค์กรที่ทำธุรกิจค้าปลีก และธุรกิจอื่นๆ ต่างช่วยกันรณรงค์ในการลดละเลิกในการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากพลาสติกกันมากขึ้น บางองค์กรประกาศเป็นนโยบายของบริษัทเลย ขณะที่อีกหลายๆ องค์กรก็พยายามกระโดดเข้ามาเล่นในแคมเปญนี้ เพราะมองเห็นแล้วว่าปัญหาขยะพลาสติกส่งผลต่อโลกใบนี้จริงๆ ใครไม่สนใจอาจตกขบวนได้ ฉะนั้น จึงไม่แปลกที่เราจะเห็นแทบทุกหน่วยงานของภาคเอกชน มหาวิทยาลัย ห้างค้าปลีก และแม้แต่ร้านกาแฟแบรนด์ดังๆ ต่างช่วยกันลดละเลิกการใช้ผลิตภัณฑ์พลาสติกทุกชนิดให้กับลูกค้า ด้วยการถามว่า…จะรับถุง หลอด แก้วพลาสติกไหมคะ สำคัญไปกว่านั้น เร็วๆ นี้ภาครัฐจะเชื้อเชิญห้างโมเดิร์นเทรดใหญ่ๆ ประมาณ 9 หน่วยงานมาช่วยกันรณรงค์ในเรื่องนี้ด้วย โดยหนึ่งในไฮไลต์สำคัญที่คาดว่าห้างโมเดิร์นเทรดเหล่านั้นน่าจะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่คือการลดหย่อนภาษีให้กับทุกๆ หน่วยงานที่ไม่ใช้พลาสติกสูงถึง 125 เปอร์เซ็นต์ ผมว่าเป็นเรื่องดีทีเดียว เพราะน
ธนาคารบังกลาเทศ “กรามีน แบงก์” ชูแนวคิด คนยากจนมองเห็นแสงสว่างจากตัวเอง อุปสรรคสำคัญของพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยคือ “เงินทุน” เพราะหากไม่มีเงินทุนก้อนแรกในการประกอบอาชีพ เขาก็ไม่รู้จะค้าขายอะไร แม้บางคนอาจเริ่มจากธุรกิจเล็กๆ ก่อน เช่น ขายข้าวเหนียวหมูปิ้งหน้าปากซอย, ขายปาท่องโก๋, ขายน้ำเต้าหู้ หรืออะไรต่อมิอะไรมากมายที่พอจะเลี้ยงตัวได้ แต่กระนั้น เมื่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศฝืดเคือง มีคนขายมากกว่าคนซื้อ จึงทำให้รายได้ของพวกเขาค่อยๆ ลดลงอย่างต่อเนื่อง จนบางรายต้องปิดร้านม้วนเสื่อกลับบ้านนอกเพื่อไปทำนา ทำไร่ ขณะที่พ่อค้าแม่ค้ารายย่อยอื่นๆ ต่างหันไปกู้เงินนอกระบบ แม้จะรู้โดยสัญชาตญาณว่าดอกเบี้ยแพงมหาโหด แต่เขาจำเป็นต้องกู้ เพราะไม่เช่นนั้นไม่รู้จะประกอบอาชีพอย่างไรต่อ ไหนลูกจะต้องกินต้องใช้ ต้องไปโรงเรียน และมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีกจิปาถะ สำคัญไปกว่านั้น เหตุผลที่พวกเขาจำเป็นต้องกู้เงินนอกระบบ เพราะไม่มีรายได้เป็นหลักเป็นแหล่ง ไม่ได้ทำงานบริษัทห้างร้าน ไม่มีสลิปเงินเดือน และไม่มีใครค้ำประกันเงินกู้ได้ ครั้นจะขอกู้เงินจากแบงก์รัฐ และแบงก์พาณิชย์ก็ทำไม่ได้อีก เพราะไม่มีเอกสารใดๆ ทั้งสิ้น จนทำให้ชีวิ
ธุรกิจยุคใหม่ เกิดขึ้นได้สบายมาก แต่ต้องใช้ “เครื่องมือทางเทคโนโลยี”ให้เป็น ต้องยอมรับว่าในปัจจุบันเจเนอเรชั่นที่ 2 และ 3 ขององค์กรต่างๆ กำลังเข้ามากุมบังเหียนในธุรกิจครอบครัวมากขึ้น ทั้งในส่วนของการเข้ามาเริ่มเรียนรู้ในการบริหารธุรกิจ เพื่อเตรียมตัวขึ้นเป็นผู้บริหารมือหนึ่งขององค์กร หรือก้าวเข้ามาอย่างเต็มตัว แต่กระนั้น ยังมีผู้บริหารรุ่นใหม่อีกหลายคนที่ยังอยากสร้างดาวคนละดวงกับธุรกิจดั้งเดิม เพราะอยากไปหาประสบการณ์ข้างนอกมากกว่า หรืออาจไปสร้างธุรกิจใหม่ โดยไม่เกี่ยวข้องแต่ประการใดกับธุรกิจครอบครัวของตัวเอง แต่กระนั้น ไม่ว่าเขาจะเลือกเดินทางใด ในที่สุดเขา และเธอเหล่านั้นจะต้องมีชื่อกลับเข้ามาในตำแหน่งบริหารขององค์กรนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้ถือหุ้น หรือคณะกรรมการบริหาร เพราะอย่างที่ทุกคนทราบดีการบริหารธุรกิจครอบครัวไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ยิ่งถ้าต้นทุนบารมีของ “พ่อและแม่” ไม่แข็งแรงเท่าที่ควร โอกาสเพลี่ยงพล้ำในเกมธุรกิจย่อมมีสูง ยิ่งถ้าไม้ต่อธุรกิจไม่เก่งด้วย โอกาสที่จะถูกสับเปลี่ยนชื่อในการเข้ามานั่งตำแหน่งบริหารดูจะเป็นเรื่องธรรมดา เพราะอย่างไรเสียคณะกรรมการบริหารคงอยากเห็นไม้ต่อธุรกิจที่ครบเ
ไม่ต้องรอให้ถึงทางตัน! แชร์ 3 เทคนิคเพิ่มโอกาสรอดให้ธุรกิจ ในยุคดิจิตอล ปัจจุบัน โลกใกล้จะก้าวเข้าสู่ยุคดิจิตอลอย่างเต็มรูปแบบไปทุกที มีนวัตกรรมและเทคโนโลยีมากมาย ทำให้เกิดธุรกิจใหม่ๆ ตามขึ้นมาไม่น้อย แน่นอนว่าใหม่มา เก่าก็ต้องไป มีไม่น้อยเลย ที่ธุรกิจในยุคก่อนดิจิตอลนั้นปรับตัวกันไม่ได้ ทำให้เกิดสภาวะการหยุดชะงักของธุรกิจ สวนทางกับเทคโนโลยีดิจิตอล ที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเกิดจากการพัฒนาเทคโนโลยีแบบก้าวกระโดด, การไม่พัฒนาในตัวองค์กร สุดท้ายไปจนถึงการปิดตัวลง เมื่อเร็วๆ นี้ ในงานสัมมนา “Surviving Disruption 4.0 พลิกธุรกิจ SMEs อย่างไร ไม่รอให้ถึงทางตัน” จัดขึ้นโดย สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) มีการพูดถึงเทคนิคการปรับตัว ต่อยอดธุรกิจ จากสภาวะการหยุดชะงักของธุรกิจ จากผู้ประกอบการที่ประสบปัญหาจริง อย่าง คุณซี – พันธ์ภูวดล จารุโชติรัตนสกุล ทายาทรุ่นที่ 2 บริษัท อินเตอร์เนชัลแนล คอนเนคเทรด จำกัด หรือเหมือนหลายปีก่อนเป็นที่รู้จักกันในชื่อ INK MAN ศูนย์บริการเติมหมึกครบวงจรนั่นเอง “สิบกว่าปีก่อน เป็นยุคของเครื่องพริ้นต์ ผมพูดเลยว่ามันเป็นยุครุ่งเรืองของ INK MAN
“บอย โกสิยพงษ์” หาทางรอดให้ธุรกิจ วางแนวคิด “ต้นไม้รอดตาย…จากป่าคอนกรีต” อย่างที่ทราบๆ กันกระแสของการเปลี่ยนแปลงกำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนโมเดลการทำธุรกิจและธุรกรรมในทุกรูปแบบ จนทำให้มีผู้กล่าวกันว่าหากใครไม่ตั้งรับกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ให้ดีจะทำให้ตกยุคสมัยได้ ดูเหมือนว่าเรื่องนี้กำลังเป็นจริงเข้ามาเรื่อยๆ เพราะถ้าสังเกตจากสิ่งรอบข้างของตัวเรา ไม่ว่าจะเป็นวงการสื่อสารมวลชน ธุรกิจการเงินการธนาคาร เอนเตอร์เทนเมนต์ โรงพยาบาล รวมไปถึงอุตสาหกรรมทางด้านเทคโนโลยีต่างๆ เราจะเห็นว่านวัตกรรมทางเทคโนโลยีกำลังเข้ามาทดแทนแรงงานคน กล่าวกันว่าอีกไม่เกิน 3 ปีภาพต่างๆ เหล่านี้จะชัดเจนยิ่งขึ้น ฉะนั้น จึงไม่แปลกที่ธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนต์ โดยเฉพาะค่ายศิลปินเพลงต่างๆ จึงปรับตัว 360 องศา เพื่อหนีตาย เอาตัวรอด และเพื่ออยู่ให้ได้อย่างยั่งยืนต่อไป “บอย โกสิยพงษ์” ก็มองเห็นตรงนี้ ทั้งๆ ที่ค่ายเพลงของเขาไม่ได้ใหญ่โตเหมือนกับค่ายเพลงอื่นๆ แต่กระนั้น เมื่อถึงวันหนึ่งเขาเริ่มมองเห็นกระแสของการเปลี่ยนแปลงกำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญ ในการทำลายล้างธุรกิจเพลง ตอนนั้นฝั่งตะวันตกเริ่มส่งสัญญาณเตือนแล้ว เพี
หาก “รายได้” คือเป้าหมายของการทำธุรกิจ “กำไร” จึงกลายเป็นผลที่ต้องได้รับ แต่จะมีสักกี่คนเลือกมองข้ามสิ่งนี้ไปก่อน “อนันต์ อัศวโภคิน” คือหนึ่งในผู้คิดต่าง เขาเลือก “ให้ ก่อน รับ” และคำตอบของความคิดแบบนี้ นำมาซึ่งความ “รวย”
ทุกครั้งที่มีโอกาสไปประเทศญี่ปุ่น นอกเหนือจากการทำภารกิจทางด้านการงานแล้ว ในทุกคืนของทุกวัน ผมมักจะหาโอกาสไปเดินเล่นในที่ต่างๆ หรือบางครั้งก็นั่งรถไฟฟ้าเข้าไปในเขตเมือง แถวชิบูย่า ฮาราจูกุ ชินจูกุบ้าง เพื่อไปสำรวจตลาด และเพื่อซื้อของที่แต่ละคนฝากมา เพราะอย่างที่ทุกคนทราบดี สินค้ายอดฮิตที่คนไทยนิยมฝากซื้อของมากเป็นอันดับแรกขณะนี้คือ รองเท้าโอนิซึกะ บาย นิปปอน เมด รองลงมาคือ นาฬิกาแบรนด์ญี่ปุ่น ครีม และเครื่องสำอางแบรนด์ญี่ปุ่น รวมไปถึงยาชนิดต่างๆ ที่ผลิตจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งผ่านมาเทศกาลการซื้อของฝากมักจะวนเวียนอยู่แต่สินค้าเหล่านี้ มีบ้างบางครั้งที่พรรคพวกเพื่อนฝูง อาจฝากซื้อปากกาลบได้บ้าง หรือไม่ก็ฝากซื้อเสื้อผ้าแบรนด์มูจิ หรือยูนิโคล่ แต่สำหรับครั้งนี้มาแปลกหน่อย เพราะน้องๆ ในออฟฟิศกลับฝากซื้อกระเป๋าอเนลโล (ANELLO) และกระเป๋าพอเตอร์ (PORTER) ซึ่งผมไม่รู้จักเลย ทั้งยังไม่เคยได้ยินมาก่อนด้วย แต่เมื่อฟังน้องๆ ที่ออฟฟิศ และน้องๆ สื่อมวลชนที่ร่วมคณะไปด้วยกัน ต่างเดินหาซื้อกระเป๋า 2 ยี่ห้อนี้ จึงทำให้ผมพลอยอุ่นใจ เพราะเราแค่เดินตามเขาไป ก็น่าจะซื้อฝากโดยไม่ยาก แต่กระนั้น ผมก็อดคิดในแบบของผ
