ค่าครองชีพ
บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ ร้านสะดวกซื้อที่อยู่คู่ชุมชนและสังคม ขอเคียงข้างคนไทยในทุก ๆ สถานการณ์ ด้วยการส่งมอบรายการ “ร่วมด้วยช่วยค่าครองชีพ” เพื่อแบ่งเบาภาระลดค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน ผ่านการผนึกกำลังคู่ค้า สินค้าของกิน ของใช้ ที่จำเป็นในชีวิตประจำวันมาลดราคามากกว่า 3,000 รายการ อาทิ สินค้าของใช้คู่บ้าน คู่ครัว เช่น ข้าวสาร น้ำมันพืช ไข่ เครื่องปรุงต่างๆ ผงซักฟอก แชมพู ที่ต้องหาชื้อเข้าบ้านในทุก ๆ เดือน ให้ผู้บริโภคสามารถมาเลือกซื้อได้สะดวก ปัจจุบันเซเว่น อีเลฟเว่น ได้เปิดโซนใหม่พิเศษสำหรับสินค้าของใช้ในบ้านอย่างโซน ALL GROCER’S ไว้รองรับความต้องการที่หลากหลายโดยเฉพาะสินค้าไชส์ใหญ่ หรือยกแพ็ค ในราคาที่คุ้มค่ามาก ๆ เพื่อให้ลูกค้าเลือกซื้อของเข้าบ้านได้สะดวกง่ายๆ ใกล้ๆบ้าน นอกจากนี้ยังมีกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม ผ่านรายการ “ฝากท้องที่เซเว่น” ที่ลดราคาสูงสุดถึง 50% และรายการ Meal Deal มื้อสนุกเลือกจับคู่ได้ตามใจ มามอบความคุ้มค่าในทุกมื้อไม่ว่าจะเป็นมื้อหลัก หรือทานเล่นระหว่างมื้อ พร้อมกันนี้ มีรายการโปรโมชั่นลดอย่างแรง ซื้อครบรับฟรีของ
การใช้ชีวิตในยุคปัจจุบันรายล้อมด้วยความท้าทายทางเศรษฐกิจรอบด้าน ตั้งแต่ภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ค่าครองชีพที่กดดัน ไปจนถึงความไม่แน่นอนของตลาดโลก ทำให้การเก็บเงินไว้ในบัญชีออมทรัพย์เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป การลงทุนจึงกลายเป็นเครื่องมือจำเป็น สำหรับคนรุ่นใหม่และทุกเจเนอเรชันที่ต้องการสร้างความมั่นคงทางการเงินในอนาคต ทำไมการลงทุนถึงสำคัญ คนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ Gen Z มีพฤติกรรมการลงทุนที่ต่างจากรุ่นก่อน ชอบเริ่มต้นด้วยเงินไม่มาก เน้นสิ่งที่เข้าใจง่าย ยืดหยุ่น และเข้าถึงได้ผ่านแอปหรือแพลตฟอร์มออนไลน์ พวกเขามองการลงทุนไม่ใช่แค่เรื่องผลตอบแทน แต่เป็นการสร้างวินัยทางการเงินและการเรียนรู้ควบคู่กันไป ช่องทางลงทุนที่เหมาะกับมือใหม่ เครื่องมือเสริมสำหรับนักลงทุน การลงทุนยุคนี้ไม่ได้มีแค่สินทรัพย์ แต่ยังมีแอปการเงินและคอมมูนิตี้ออนไลน์ที่ช่วยวางแผนการลงทุน เช่น แอปลงทุนข้ามประเทศ แอปจดรายรับ–รายจ่าย ไปจนถึงกลุ่มแชร์ความรู้ใน Facebook หรือ TikTok ซึ่งช่วยเพิ่มมุมมองใหม่ แต่ผู้ลงทุนต้องใช้วิจารณญาณ ไม่ตามกระแสโด
มาลุ้นกัน! กันยายน 2568 ได้ขึ้น รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ครบทุกสี หวังลดค่าครองชีพประชาชน-ลดฝุ่น PM2.5 วันที่ 29 เมษายน 2567 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า จากเมื่อช่วงเดือนกันยายน 2567 ที่ได้จัดทำแผนนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ซึ่งได้นำร่องโครงการโดยใช้รถไฟฟ้าสายสีแดง และรถไฟฟ้าสายสีม่วง โดยเล็งเห็นว่าอัตราโดยสารสำหรับผู้ที่ใช้รถไฟฟ้าระยะไกลมีอัตราสูงถึง 192 บาท ซึ่งเป็นการสร้างภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนอย่างมาก ดังนั้น จึงต้องการลดภาระค่าครองชีพโดยการปรับลดค่าโดยสาร สำหรับแนวทางการดำเนินการนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายนั้น มั่นใจว่าจะใช้ระยะเวลาประมาณ 2 ปี หรือ ช่วงกันยายน 2568 รถไฟฟ้าทุกสี และทุกสาย จะเข้าร่วมนโยบายทั้งหมด ขณะที่รถไฟฟ้าสีอื่นๆ ที่อยู่ในขั้นตอนการก่อสร้างและเตรียมก่อสร้าง ซึ่งเมื่อโครงการแล้วเสร็จ หากตนยังคงดำรงอยู่ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ขอยืนยันว่าจะผลักดันให้เข้าร่วมนโยบายทั้งหมดเช่นกัน นายสุริยะ กล่าวต่อว่า นโยบายดังกล่าวนอกจากเป็นการลดภาระค่าครองชีพของประชาชนแล้ว ยังสามารถลดปัญหา PM2.5 ในขณะนี้ได้อีกด้วย
เคทีซี ร่วมแบ่งเบาภาระค่าครองชีพนักช้อปออนไลน์ เสิร์ฟความคุ้มค่าถึงมือสมาชิกบัตรเครดิตและบัตรกดเงินสด นายณัฐสิทธิ์ สุนทราณู ผู้บริหารสูงสุด ฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในระหว่างที่สภาพเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว และเป็นช่วงที่ผู้บริโภคจำเป็นต้องใช้จ่ายในหลายเทศกาล ไตรมาสแรกนี้เคทีซีจึงต้องการแบ่งเบาภาระค่าครองชีพให้กับผู้บริโภค โดยในหมวดของการช้อปออนไลน์ที่มีกลุ่มผู้บริโภคตอบรับมากขึ้นเรื่อยๆ เราได้เตรียมความคุ้มค่าไว้มอบให้กับสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี และสมาชิกบัตรกดเงินสด “เคทีซี พราว” ในแคมเปญ 3.3 ลดใหญ่ต้นปี เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำสิทธิพิเศษในหมวดช้อปออนไลน์ ซึ่งมี “ช้อปปี้” (Shopee) เป็นพันธมิตรที่ทำธุรกิจร่วมกันมายาวนาน และเป็นอีคอมเมิร์ซเบอร์ต้นๆ ที่ครองใจนักช้อปชาวไทย โดยในปีที่ผ่านมา 5 หมวดสินค้ายอดนิยมที่มีการใช้จ่ายด้วยบัตรเคทีซีผ่านช้อปปี้ ได้แก่ ของใช้ในบ้าน ความงามและของใช้ส่วนตัว สุขภาพ เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน อุปกรณ์มือถือและแกดเจ็ต (Gadget)” “สำหรับสิทธิพิเศษที่เคทีซีจัดเตรียมให้กับสมาชิกในแคมเปญดังกล่าว คือ 1) แลกรับโค้ด Shopee
ผลวิจัยของ มินเทล เผย คนไทยกว่า 75% มองหาคำแนะนำด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ ท่ามกลางค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น มินเทล บริษัทด้านข้อมูลตลาดระดับโลก ได้เผยผลวิจัยล่าสุด เกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ที่ดีเพื่อสุขภาพของคนไทย โดยเน้นถึงวิธีการที่แบรนด์ต่างๆ สามารถปรับให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคในเรื่องความเป็นอยู่ที่ดี ดร.วิลาสิณี ศิริบูรณ์พิพัฒนา นักวิเคราะห์ตลาดอาวุโสด้านไลฟ์สไตล์ บริษัท มินเทล ประเทศไทย เปิดเผยว่า ผลวิจัยเผยให้เห็นว่าแรงบันดาลใจด้านสุขภาพกับพฤติกรรมที่แท้จริงของคนไทย มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะแม้จะเข้าใจถึงความสำคัญของการมีไลฟ์สไตล์ที่ดี แต่มากกว่า 1 ใน 3 (35%) ของคนไทยกลับเผชิญอุปสรรคต่อแผนการออกกำลังกายที่ตั้งไว้ คนไทยในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน (32%) ยังกล่าวว่า พวกเขาไม่มีเวลาพอสำหรับกิจกรรมเพื่อสุขภาพด้วย ยิ่งไปกว่านี้ คนไทยมากกว่า 2 ใน 3 (67%) เห็นด้วยว่าทุกอย่างจะง่ายขึ้นเมื่อได้ทำกิจกรรมเพื่อสุขภาพร่วมกันกับคนอื่นๆ ดังนั้น จึงเป็นโอกาสดีที่แบรนด์ต่างๆ จะเสนอทางเลือกที่เป็นประโยชน์และดีต่อสุขภาพ โดยการผสานวิถีทางสุขภาพเข้ากับชีวิตประจำวันให้อย่างลงตัวมากขึ้น นับว่
ที่กระทรวงพาณิชย์ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังมอบนโยบายและติดตามการดำเนินงานของกระทรวงพาณิชย์ว่า กำชับให้กระทรวงพาณิชย์ต้องจัดทำนโยบายเชิงรุกในการกำกับดูแลเรื่องค่าครองชีพประชาชน ซึ่งเป็นเรื่องที่นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญที่สุดของงานกระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายในต้องจัดระบบโครงสร้างภายในภูมิภาคและท้องถิ่น โดยตั้งผู้บริหารกระทรวง เช่น พาณิชย์จังหวัด ผู้ตรวจราชการ ให้มาเป็นหูเป็นตา เข้ามาดูแลและประชุมร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทุกสัปดาห์ เพื่อให้ดูแลประชาชนได้ทั่วถึงมากขึ้น “ต้องรายงานถึงสถานการณ์ราคาสินค้าและตลาด ดูต้นทุนสินค้า หากพบผิดปกติก็ต้องเอาจริงเอาจังในการกำกับดูแล ไม่ปล่อยปละละเลย ทั้งผู้ประกอบการรายใหญ่หรือรายเล็ก นายกรัฐมนตรีกำกับดูแลราคาสินค้าเป็นพิเศษ ไม่ให้เกิดราคาแพงจนกระทั่งชาวบ้านลำบาก” นายสมคิดกล่าว และว่า ในส่วนการดูแลราคาสินค้าเกษตร ให้พาณิชย์ภูมิภาคประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ร่วมทำงานเชิงรุกสร้างเศรษฐกิจท้องถิ่นขึ้นมาอีกครั้ง นายสมคิดกล่าวอีกว่า ด้านตลาดการค้าโลก สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างปร
กระทรวงแรงงานตั้งอนุกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ใช้สูตรใหม่ชั่งน้ำหนัก 10 ปัจจัยชี้ขาดให้ขึ้นไม่ขึ้น เผย 15 จังหวัดเฮ ! บอร์ดไตรภาคีค่าจ้างส่งสัญญาณไฟเขียวให้ปรับเพิ่มจาก 300 เป็น 304-360 บาท/วัน 1 ม.ค. 60 ส่วน 62 จังหวัดที่เหลือต้องรอลุ้น ม.ล.ปุณฑริก สมิติ ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า คณะกรรมการค่าจ้าง (ไตรภาคี) ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนภาครัฐ ตัวแทนฝ่ายลูกจ้าง และนายจ้าง อยู่ระหว่างพิจารณาปรับอัตราค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำซึ่งจะนำมาใช้ในปี 2560 หลังจากก่อนหน้านี้เคยพิจารณาข้อเสนอขอปรับค่าแรงขั้นต่ำที่อนุกรรมการค่าจ้างระดับจังหวัดรวม 6 จังหวัด แต่ชะลอดำเนินการออกไปเนื่องจากมองว่าสถานการณ์ยังไม่เหมาะสม และให้อนุกรรมการทั้ง 6 จังหวัด นำกลับไปทบทวนแล้วเสนอมาใหม่ ล่าสุดจากข้อมูลผลสรุปของอนุกรรมการค่าจ้างจังหวัด 77 จังหวัดทั่วประเทศพบว่า มี 13 จังหวัดเสนอขอปรับค่าแรงขั้นต่ำ ขณะนี้อยู่ระหว่างให้คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจพิจารณา ภายใน 1 เดือนจากนี้ไปจะได้ข้อสรุปชัดเจนว่าจะประกาศปรับค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำในจังหวัดใดบ้าง ส่วนจังหวัดอื่นๆ ที่เหลือ หากจังหวัดใดต้องการให
