ค่าฝุ่นละออง
วิกฤตฝุ่นพิษ! แพทย์แนะ เลี่ยง 3 กิจกรรมเสี่ยงรับฝุ่น PM 2.5 เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. จากกรณี ฝุ่นลองขนาดเล็ก PM 2.5 พุ่งสูงเกินมาตรฐานในหลายพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์ชะลอวัย กล่าวว่า อาหาร, น้ำและอากาศ เป็นสามสิ่งที่มนุษย์ขาดไม่ได้ ซึ่งทั้ง 3 สิ่งนี้ไล่ความสำคัญกันมาตามเกณฑ์ที่ถือว่าจะทนการขาดจากมากไปน้อยที่สุด มนุษย์เราเดือดร้อนเรื่องอากาศได้มาก แต่เนื่องด้วยมันเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นชัดจึงทำให้ไม่ถูกจัดลำดับการแก้ไขในอันดับต้นๆ จนมันส่งผลกระทบต่อสุขภาพแล้วจริงๆ จึงกลายเป็นสิ่งที่เป็นรูปธรรมชัดเจนขึ้นมา อย่างช่วงหน้าหนาวที่ว่าอากาศขมุกขมัวด้วยฝุ่นนี้ก็มีคนไข้ที่ป่วยด้วยโรคทางเดินหายใจมาหามาก หากแต่สิ่งที่ชัดเจนกว่าคืออาการที่ดูหนักขึ้นกว่าเมื่อก่อน เป็นต้นว่า ไอโขลกๆ ออกมามีเลือดปนมากับเสมหะ หรือคนไข้สายรักออกกำลังกายไปวิ่งแล้วกลับมาไอเพราะระคายคอคล้ายมีอะไรติดอยู่ ถ้าดูให้ดีจะเห็นว่าปัญหาเรื่องฝุ่นธุลีขนาดจิ๋วที่เรียก PM2.5 กันหนาหูนี้ไม่ได้มีผลกระทบแค่เฉพาะกับเรื่องไอ-จาม หากแต่ทำให้คุณภาพชีวิตเสียไปได้มาก เช่น อยากพาลูกออก
‘เชียงราย’ ยังวิกฤต! ฝุ่นตลบ ‘ชายแดนไทย-เมียนมา’ หวังพึ่งฝนชำระล้าง เมื่อวันที่ 31 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าชาวบ้านและเจ้าของกิจกการต่างๆในพื้นที่อำเภอแม่สาย จ.เชียงราย ช่วยกันออกฉีดตามบ้านเรือนและสถานประกอบการ เพื่อชำระล้างและลดปริมาณหมอกควันตามมาตรการของ นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ที่ขอความร่วมมือให้ทุกครัวเรือนช่วยกันฉีดพ่นในระยะนี้ หลังปริมาณฝุ่นละอองในอากาศจากหน้าด่านพรมแดนไทย-เมียนมา อ.แม่สาย ที่มีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน หรือพีเอ็ม 2.5 มีปริมาณ 352 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน หรือพีเอ็ม 10 มีปริมาณ 395 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่วนเขต อ.เมืองเชียงราย พบมีค่าพีเอ็ม 2.5 มีปริมาณ 300 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และพีเอ็ม 10 มีปริมาณ 339 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งถือว่าเพิ่มมากขึ้นกว่าวันที่ผ่านมา ทำให้มีหมอกควันไฟปกคลุมทั้งชายแดนด้านจังหวัดเชียงรายและฝั่งเมืองท่าขี้เหล้ก ประเทศเมียนมา โดยที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาอะไรได้ ต้องรอให้ฝนและพายุลมพัดแรงเกิดขึ้นตามธรรมชาติเท่านั้น ซึ่งยังไม่มีประกาศของทางกรมอุตุนิยมวิทยาออกมาต่ออย่างไ
เชียงใหม่วิกฤต ฝุ่นพิษกลับมาพุ่ง ตัวเลขแดงเถือก ขึ้นที่ 1 โลก อันตรายหลายพื้นที่ เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 30 มี.ค. กรมควบคุมมลพิษ รายงานสถานการณ์หมอกควันภาคเหนือ พบว่า ค่าฝุ่นละอองเพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน(29 มี.ค.)ทุกพื้นที่ เมื่อเปรียบเทียบในช่วงเวลาเดียวกัน คุณภาพอากาศมีค่าอยู่ในเกณฑ์ดี – มีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นสีแดง 9 พื้นที่ (คุณภาพอากาศมีผลกระทบต่อสุขภาพ) สีส้ม 5 พื้นที่ (คุณภาพอากาศเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ) และสีเขียว 1 พื้นที่ (คุณภาพอากาศดี) ค่า PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง มีค่าระหว่าง 36-239 มคก./ลบ.ม. (มาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม.) ส่วน ค่า PM10 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง มีค่าระหว่าง 69-279 มคก./ลบ.ม. (มาตรฐานไม่เกิน 120 มคก./ลบ.ม.) โดย กรมควบคุมมลพิษ ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ งดการเผาในที่โล่งเพื่อป้องกันการเพิ่มสูงขึ้นของฝุ่นละอองอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ประชาชนอยู่ในพื้นที่ที่ปริมาณฝุ่นละอองมีผลกระทบต่อสุขภาพ ขอให้หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายและการทำกิจกรรมกลางแจ้ง สวมใส่หน้ากากป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก ประชาชนทั่วไปและกลุ่มเสี่ยงควรเฝ้าระวังสังเกตอาการผิดปกติ
เปิดจุดจำหน่ายหน้ากากอนามัย ณ กระทรวงพาณิชย์ ช่วงเวลาประมาณ 11.00 -15.00 น. ของทุกวันยกเว้นวันหยุดราชการ จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย N95 จำหน่ายชิ้นละ 30 บาท จำกัดไม่เกิน 5 ชิ้น ส่วนหน้ากากอนามัยแบบคาร์บอน จำหน่ายในราคาชิ้นละ 5 บาท จำกัดการซื้อไม่เกินคนละ 10 ชิ้น ขายหน้ากากอนามัยที่ก.พาณิชย์ – นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน (คน.) กล่าวว่า ได้ประสานโรงงานผู้ผลิตหน้ากากอนามัย มาเปิดจุดจำหน่ายหน้ากากอนามัยแบบคาร์บอน ที่กระทรวงพาณิชย์ เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนชั่วคราวสนองความต้องการของผู้บริโภคที่หาซื้อสินค้าได้ยาก แต่ในวันที่ 16 ม.ค. 2562 ได้นำหน้ากากอนามัย N95 และหน้ากากอนามัยแบบคาร์บอน มาจำหน่ายเป็นวันที่สอง ซึ่งในจุดจำหน่ายที่กระทรวงพาณิชย์ บริเวณหน้าไปรษณีย์ ฝั่งโรงอาหารสวัสดิการ 2 กระทรวงพาณิชย์ จังหวัดนนทบุรี ทั้งนี้ จะยังเปิดขายต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 จะคลี่คลาย ช่วงเวลาประมาณ 11.00-15.00 น. ของทุกวันยกเว้นวันหยุดราชการ โดยเฉลี่ยจำนวนชิ้นแต่ละวันประมาณ 25,000 ชิ้น แบ่งเป็นแบบคาร์บอน 20,000 ชิ้น และ N95 5,000 ชิ้น หลังจากนี้ จะประสานไปยังห้างสรรพสินค้า ให้ดึงสินค้าหน
ฝุ่น เมืองกรุง ยังเกินมาตรฐาน! กรมควบคุมมลพิษ เผย เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ แนะประชาชนติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด กลุ่มเสี่ยงหมั่นสังเกตอาการ หากผิดปกติ รีบพบแพทย์ เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 8 ม.ค. กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) รายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศ พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล พบสารมลพิษทางอากาศที่ตรวจพบเกินมาตรฐาน ได้แก่ ฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM2.5 ตรวจพบค่าระหว่าง 51-75 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มก./ลบ.ม.) โดยค่ามาตรฐานอยู่ที่ 50 มก./ลบ.ม. คุณภาพอากาศอยู่ในระดับ คุณภาพปานกลางถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยพื้นที่เกินมาตรฐานที่บริเวณ ได้แก่ บริเวณริมถนนกาญจนาภิเษก เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ, แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ, แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ, แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ, ริมถนนพระราม 4 เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ, ริมถนนอินทรพิทักษ์ เขตธนบุรี กรุงเทพฯ, ริมถนนลาดพร้าว เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ, ริมถนนดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ, แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพฯ, แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ, ต.นครปฐม อ.เมือง จ.นครปฐม, ต.บางกรวย อ.บางกรวย จ.นน
วันที่ 23 เม.ย. ผู้สื่ข่าวรายงานว่า ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 10) ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน มีค่าอยู่ที่ 152 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และอำเภอแม่แจ่ม มีค่าอยู่ที่ 143 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งสูงเกินค่ามาตรฐาน (120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) ซึ่งจะเป็นผลให้ทั้งอำเภอจอมทอง และอำเภอกัลยาณิวัฒนา มีค่าฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานอย่างรวดเร็ว และจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน จึงขอให้กลุ่มเสี่ยงหรือผู้ที่มีภูมิต้านทานต่ำ เช่น ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ ให้ดูแลสุขภาพในช่วงสภาวะหมอกควันเป็นพิเศษ รวมทั้งประชาชนทั่วไป สามารถป้องกันผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากคุณภาพอากาศ โดยการใช้ผ้าชุบน้ำบิดพอหมาดทับด้วยหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากอนามัยแบบ N95 สวมป้องกันฝุ่น เมื่อต้องไปสัมผัสกับอากาศที่มีหมอกควันในที่โล่ง และรีบเข้าในอาคารที่มีเครื่องปรับอากาศ รดน้ำต้นไม้ ถนน พื้นดินเพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นส่งผลให้ขนาดฝุ่นใหญ่ขึ้น ตกลงสู่พื้น ปริมาณฝุ่นจะลดลง งดการเผาทุกชนิดโดยเฉพาะตอนกลางคืน และตอนเช้า เพราะ ความกดอากาศสูงจะกดเอาฝุ่นควันลอยอยู่ระดับทางเดินหายใจ สำหรับคนที่เดินทางขับจักรยานยนต์ ให้สวมแว
ในช่วงที่ผ่านมาคนกรุงคงได้สัมผัสกับภาพยามเช้าที่มองเผินๆ ดูแล้วสวยสบายตา คล้ายหมอกจางๆ กำลังปกคลุมกรุงเทพฯ อยู่ แต่ความจริงแล้วสิ่งที่เห็นคือฝุ่นละอองขนาดเล็ก ที่กระจายตัวอยู่ในกรุงเทพฯ ด้วยปริมาณหนาแน่น จากข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษชี้ว่าในบางพื้นที่และบางช่วงเวลา ปริมาณฝุ่นขนาดเล็กมีค่าสูงเกินกว่ามาตรฐานกำหนด มีผลต่อระบบทางเดินหายใจและโรคอื่นๆ ได้ แล้วเราจะอยู่ร่วมกับฝุ่นเล็กๆ ที่ไม่ใช่เรื่องเล็กนี้อย่างไร ในเมื่อยังแก้ปัญหาที่ต้นเหตุคือลดการเกิดฝุ่นไม่ได้ ก็ต้องรับมือที่ปลายเหตุโดยสวมหน้ากากป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก ซึ่งหน้ากากที่มีขายในท้องตลาดมีมากมายหลายประเภท และมีวัตถุประสงค์ในการใช้งานที่แตกต่างกันไป 3 เอ็ม ผู้ผลิตหน้ากากประเภทต่างๆ ได้ให้ข้อมูล ดังนี้ หน้ากากอนามัย (surgical masks) ที่หลายคนคุ้นเคย ถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันการปนเปื้อนของอนุภาคขนาดใหญ่จากผู้สวมใส่หน้ากาก (เช่น น้ำลาย น้ำมูก) ไปสู่บรรยากาศโดยรอบ หรือสภาพแวดล้อมในการทำงาน หรือในบริเวณปลอดเชื้อ รวมถึง อาจใช้เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการกระเด็นหรือละอองของเลือด (blood), ของเหลวในร่างกาย (body fluid), สารคัดหลั่ง (secretio
เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ที่ศูนย์บริการประชาชน ทำเนียบรัฐบาล นายธารา บัวคำศรี ผู้อำนวยการประจำประเทศไทย กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และนักกิจกรรมกรีนพีซ นำนาฬิกาทรายขนาดใหญ่ที่บรรจุฝุ่นที่เก็บรวบรวมจากพื้นที่ปนเปื้อนมลพิษในกรุงเทพฯ และจากหลายจังหวัด เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกถึง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เรียกร้องให้รัฐบาลมีนโยบายจัดการคุณภาพอากาศ PM2.5 อย่างเร่งด่วน เพื่อปกป้องสุขภาพของประชาชน หลังจากมีการตรวจพบค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐานในพื้นที่กรุงเทพฯ นายธารา กล่าวว่า สำหรับจดหมายเปิดผนึกที่ทำถึงนายกรัฐมนตรีเพื่อรณรงค์ขออากาศดีคืนมา ขอเรียกร้องให้รัฐบาลมีมาตรการจัดการวิกฤติฝุ่นละออง PM2.5 ซึ่งกำลังเป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพของประชาชนในปัจจุบันและในอนาคต ประเทศไทยควรไปถึงวิสัยทัศน์ “อากาศสะอาดเพื่อเราทุกคน (Save Air for All)” ที่รัฐบาลตั้งไว้ในร่างแผนยุทธศาสตร์การจัดการคุณภาพอากาศ 20 ปี โดยรัฐบาลจะต้องยกระดับดัชนีคุณภาพอากาศให้ทันสมัย กำหนดฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM2.5 ให้เป็นสารมลพิษอากาศหลักในการคำนวณดัชนีคุณภาพอากาศ ก
