งานหัตถกรรม
เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2568 เวลา 09.00 น. ณ ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนนครนายก ตำบลสาริกา อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย โดย นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน มอบหมาย นายสุรพล แก้วอินธิ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิสาหกิจชุมชน เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ในการต่อยอดภูมิปัญญาผ้าไทยและงานหัตถกรรมด้วยนวัตกรรมสู่ความยั่งยืน จุดดำเนินการที่ 3 โดยมี นางสาวริตยา รอดนิ่ม ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมภูมิปัญญา รักษาการในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการพัฒนาชุมชน กล่าววัตถุประสงค์ของโครงการฯ และได้รับเกียรติจาก นายนุวัฒน์ พรมจันทึก ผู้เชี่ยวชาญด้านการย้อมสีธรรมชาติ นายเก่งกาจ ต้นทองคำ ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทยและย้อมสีธรรมชาติ และนายศักดิ์สิทธิ์ ภัทรประกฤต ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทยและย้อมสีธรรมชาติ เป็นวิทยากร รวมถึงแขกผู้มีเกียรติ ผู้ผลิตผู้ประกอบการ OTOP ในเขตพื้นที่ภาคกลาง 22 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดชัยนาท นครนายก นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สมุทรสาค
เปิดมุมมองใหม่ ผ่านงานหัตถกรรมแดนปลาดิบ เพื่อต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์ ตอบโจทย์ตลาดโลก sacit เชิญตัวแทนผู้สร้างสรรค์งานหัตถกรรมไทยร่วมเดินทางจัดแสดงผลงานพร้อมศึกษาแนวคิดการสร้างสรรค์งานหัตถกรรมในมุมมองใหม่ๆ ยังประเทศญี่ปุ่น เพื่ออัปสกิล พัฒนาศักยภาพในการสร้างสรรค์งานหัตถกรรม ขยายโอกาสทางการตลาดในระดับนานาชาติ พร้อมทั้งต่อยอดแนวความคิดนำมาปรับใช้พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ตลาดต่างชาติ สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ sacit มุ่งส่งเสริมการสร้างผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทย ให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม ขยายตลาดผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทยทั้งในและต่างประเทศ สร้าง Soft Power งานหัตถศิลป์ไทย เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ให้ผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทยเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย โดย sacit ได้เชิญ 5 ตัวแทนผู้สร้างสรรค์งานหัตถกรรมไทยไปร่วมแสดงผลงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทักษะฝีมือเชิงช่าง ในงาน LIFESTYLE Week TOKYO 2023 ณ ประเทศญี่ปุ่น และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียโอกาส sacit จึงพาผู้สร้างสรรค์งานหัตถกรรมไทยไปเปิดประสบการณ์ศึกษาแนวคิดการสร้างสรรค์งานหัตถกรรมของญี่ปุ่น เนื่องจากญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีความโดดเด่นด้า
อวดโฉมหัตถศิลป์แห่งภูมิปัญญาไทย ผสานความคิดสร้างสรรค์ ในงาน LIFESTYLE Week TOKYO 2023 สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ sacit มีนโยบายเสริมสร้างภาพลักษณ์งานศิลปหัตถกรรมไทย เพื่อขับเคลื่อน “เศรษฐกิจสร้างสรรค์” สู่ระดับโลก โดยอาศัยจุดแข็งของทุนทางวัฒนธรรมของไทยด้านศิลปหัตถกรรม สร้างคุณค่าและเพิ่มมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทยมีความแตกต่าง และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้สร้างสรรค์งานหัตถกรรมไทย โดย sacit ได้นำงานหัตถศิลป์ไทยทรงคุณค่า โดดเด่นด้านดีไซน์ ไปจัดแสดง พร้อมกับเชิญ 5 ตัวแทนผู้สร้างสรรค์งานหัตถกรรมไทยไปร่วมและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ฝีมือเชิงช่าง ในงาน LIFESTYLE Week TOKYO 2023 ณ ประเทศญี่ปุ่น เปิดตัวงานครั้งแรกกับผลงานใหม่สุดล้ำค่า “แจกันพันธนาการแห่งสายน้ำ” ของ ครูอุทัย เจียรศิริ ครูศิลป์ของแผ่นดิน ของ sacit ซึ่งได้รับความสนใจจากชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติอย่างมาก โดยผลงานนี้ได้นำคติความเชื่อเรื่องป่าหิมพานต์ คือ ชลบาท (สัตว์น้ำ) และดอกบัว มาเป็นแรงบันดาลใจในสร้างสรรค์ผลงาน พร้อมกับผสมผสานทฤษฎีการออกแบบสากล “golden ratio” ปรับรูปทรงแจกันเป็นหอยน
จากงานอดิเรก สู่ ร้านขาย กระเป๋าโครเชต์ งานถัก ที่สร้างรายได้กว่า หลักหมื่นต่อเดือน! บางทีอาชีพเสริม ก็อาจต่อยอดมาจากกิจกรรมที่ชอบทำ เฉกเช่นเดียวกับ คุณออย-อุบลรัตน์ พิศิษฐวานิช วัย 48 ปี ผู้ชื่นชอบการถัก โครเชต์ ในยามว่าง สู่ เจ้าของร้านกระเป๋างานถักโครเชต์ คุณออย เล่าให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า เดิมทีงานหลักของเธอคือการเป็น แม่บ้าน เลี้ยงลูกดูแลบ้าน กระทั่งลูกๆ เติบโตพอที่จะใช้ชีวิตและดูแลตัวเองได้ ทำให้เธอเกิด เวลาว่าง จึงคิดหาอะไรแก้ว่าง จนมาจบลงที่ งานถักโครเชต์ ที่คุณออยหลงใหลมาตั้งแต่สมัยเรียน “ถักมาเรื่อยๆ อยู่แล้วค่ะ ถักเป็นของใช้ในบ้าน ถักเป็นเสื้อผ้า ถักกระเป๋าให้ลูกๆ ใส่ แล้วก็มีถักเสื้อผ้าใส่เองด้วย แล้วมีครั้งหนึ่งที่เราถักกระเป๋าใส่แมคบุ๊กให้ลูกสาวใช้ แล้วมีคนเห็น ลูกก็มาเล่าให้ฟังว่า คนถามกันใหญ่ว่าสวยจัง หาซื้อที่ไหน อยากได้บ้างนั่นนี่ ได้ฟังเราก็ดีใจนะ” “ตอนนั้นก็ทำเป็งานอดิเรกอยู่ จนหลายๆ คนเขาก็เชียร์ว่า ให้ถักขายเลย เราก็ยังไม่ทำอ่ะ เพราะเราทำตอนว่างๆ พอเกิดโควิด มันก็ทำให้เรามีเวลามากขึ้น ลูกสาวก็เชียร์ให้ลองเปิดร้านขาย โดยเขาก็สร้างพวก ไอจี
จบครู แต่เลือกตามฝัน ยึดอาชีพ ผลิตเครื่องสังคโลก รายได้ไม่แน่นอน แต่ทำเพราะใจรัก เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้ไปเยี่ยมเยียนเมืองเก่า ที่โดดเด่นเรื่องงานคราฟต์ อย่าง สุโขทัย มีโอกาสได้ไปแวะชมเครื่องสังคโลกที่แกลลอรี่แห่งหนึ่ง ที่มีชื่อว่า กะเณชา แกลลอรี่ สังคโลก โดยมีเจ้าของคือ คุณสันติ พรมเพ็ชร วัย 43 ปี เป็นผู้คอยสร้างสรรค์ผลงาน ร่วมกับ คุณหทัยรัตน์ พรมเพ็ชร ผู้เป็นภรรยา คุณสันติ เล่าว่า ส่วนตัวแล้ว เขาเรียนจบจากคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แต่ด้วยความที่คลุกคลีกับพ่อ หรือก็คือ คุณสุเทพ พรมเพ็ชร หนึ่งในผู้บุกเบิกการอนุรักษ์การผลิตเครื่องสังคโลกแบบโบราณและเจ้าของสตูดิโอ สุเทพสังคโลก มาตั้งแต่เด็กๆ เลยพลอยเรียนรู้ ซึมซับจนกลายเป็นความชอบ และเริ่มทำงานปั้นมาตั้งแต่ตอนนั้น “พ่อกับแม่อยากให้รับราชการ ให้เป็นครู ก็ไปเรียนครู แต่จบมาผมก็ทำงานสังคโลก เป็นการแยกออกมาทำธุรกิจกับแฟน ก็ทำพวกงานที่เป็นงานริเริ่มสร้างสรรค์ ร่วมสมัย ต่อยอดจากงานสังคโลกดั้งเดิม ก็ทำด้วยใจรักล้วนๆ มา 17 ปี” คุณสันติ เล่า งานที่คุณสันติถนัด เป็นงานแนวร่วมสมัยที่มีลวดลายกล้ามเนื้อ ไม่ว่าจะพญาครุฑ พระพิฆเนศ
ไร้ดวงตาแต่ยังมีฝีมือ! “ปักจิตปักใจ”งานคราฟต์สไตล์ญี่ปุ่น จากผู้พิการทางสายตา งานฝีมือจากผู้พิการทางสายตา – งานหัตถกรรมสุดประณีตที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า งาน “คราฟต์ : CRAFT” กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน งานคราฟต์บางชิ้นถูกนำไปตกแต่งบ้าน บางชิ้นถูกนำไปเป็นของที่ระลึก หรือนำไปใช้ประโยชน์ต่างๆ จึงไม่น่าแปลกใจที่ทุกวันนี้ จะเห็นงานคราฟต์หลายชิ้นโลดแล่นอยู่ในร้านขายสินค้าราคาแพงกันมากขึ้น นอกจากนั้น งานคราฟต์ ยังมีการนำมาประยุกต์เป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ให้เข้ากับสไตล์ของวัยรุ่นไปจนถึงผู้สูงอายุ ซึ่งในประเทศไทยเอง ก็มีงานคราฟต์ที่น่าสนใจหลากหลายรูปแบบ ทั้ง สินค้าแฟชั่น เครื่องใช้ภายในบ้าน เครื่องปั้นดินเผา ซึ่งมีลักษณะการออกแบบที่แตกต่างกันออกไป งานคราฟต์จากโครงการ “ปักจิตปักใจ” ก็เป็นอีกหนึ่งงานฝีมือที่น่าสนใจ โดยผลิตภัณฑ์ต่างๆ ถูกถักทอและปักขึ้น ด้วยฝีมือผู้พิการทางสายตาทุกขั้นตอน ตั้งแต่การสนเข็ม ไปจนถึงการบรรจุสินค้าเตรียมจำหน่าย ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากไปรษณีย์ไทย ในการช่วยขนส่งอุปกรณ์ อีกทั้งเข้ามารับสินค้าถึงบ้านผู้พิการทางสายตา พร้อมจัดจำหน่ายและจัดส่งสิ
ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT ลุยจัดงาน SACICT Craft Fair 2020 The Mall นครราชสีมา 21-25 ส.ค.นี้ นำผลิตภัณฑ์หัตถกรรมไทยร่วมสมัย เจาะหัวเมืองภาคอีสาน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง นายพรพล เอกอรรถพร ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) ได้เดินหน้าจัดงาน “SACICT Craft Fair 2020” อย่างต่อเนื่องมาแล้ว 2 แห่ง ระหว่างวันที่ 6-18 ส.ค. 2563 ที่ผ่านมา ซึ่งพบว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี มีผู้ซื้อเข้าร่วมชมและซื้อสินค้าภายในงาน เกิดเงินสะพัดแก่กลุ่มหัตถกรรมไทยร่วมสมัยอันทรงคุณค่าอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี เพื่อเป็นการขยายโอกาสให้แก่ผู้ประกอบการหัตถกรรมไทยร่วมสมัย จากครูศิลป์ฯ ครูช่างฯ ทายาทช่างฯ และสมาชิกผู้ผลิตงานหัตถกรรมอันทรงคุณค่า SACICT จึงขยายความร่วมมือกับพันธมิตรหลายภาคส่วน และได้รับความร่วมมืออย่างดีจากบริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ในการเพิ่มช่องทางการตลาด และขยายโอกาสทางการค้า ร่วมจัดงาน “SACICT Craft Fair 2020” ต่อเนื่องที่ The Mall นครราชสีมา ระหว่างวันที่ 21-25 ส.ค. นี้ ภายในง
SACICT จัดต่อเนื่อง “SACICT Craft Fair 2020” ดึงหัตถกรรมไทยทรงคุณค่า ตอบสนองไลฟ์สไตล์ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT จัดต่อเนื่อง งาน “SACICT Craft Fair 2020” The Mall ท่าพระ 14-18 ส.ค. นี้ ดึงผลิตภัณฑ์หัตถกรรมไทยร่วมสมัย จากครูศิลป์ฯ ครูช่างฯ ทายาทช่างฯ และสมาชิกผู้ผลิตงานหัตถกรรมอันทรงคุณค่า ตอบโจทย์คนเมือง พร้อมเปิดโอกาสตลาดใหม่ นายพรพล เอกอรรถพร ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า จากการจัด “งาน SACICT Craft Fair 2020 The Mall บางแค เมื่อวันที่ 6-12 ส.ค. 2563 ที่ผ่านมา พบว่าสินค้าจากกลุ่มผู้ประกอบการหัตถกรรมไทยร่วมสมัย ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก และสามารถสร้างยอดขายไม่น้อยกว่า 4 ล้านบาท สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ก่อให้เกิดผลกระทบกับเศรษฐกิจทุกระดับของประเทศ SACICT จึงขยายความร่วมมือกับพันธมิตรหลายภาคส่วน และได้รับความร่วมมืออย่างดีจากบริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ในการเพิ่มช่องทางการตลาด และขยายโอกาสทางการค้า เพื่อช่วยผู้ผลิตงานหัตถกรรมไทย ที่ถูกผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ร่วมจัดงาน “SACICT Craft Fair 2020” ต่อ
สาวหาดใหญ่ จับงานหัตกรรมพื้นบ้าน ผสมงานดีไซน์เป็นของใช้สุดเก๋ เมื่อพูดถึงงานหัตถกรรมหลายคนจะรู้สึกของความเป็นชุมชนนึกถึงสินค้าบ้านๆ งานจักสาน ที่เอาไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ยาก ซึ่งจริงๆ แล้วงานคราฟท์เหลานี้มีความเก๋อยู่ในตัวอยู่แล้ว เป็นสไตล์ที่สามารถจัดวางไว้ในบ้านได้สบายๆ คุณเมย์ – เมทินี รัตนไชย สาวหาดใหญ่ผู้ก่อตั้งแบรนด์ MAISON CRAFT เธอหลงไหลในงานหัตถกรรมทำมือแบบไทยๆ จากการไปคลุกคลีกับคนในชุมชนจนอยากจะช่วยพัฒนาให้งานหัตกรรมของคนไทยไปสู่ตลาดโลก จนวันนี้แบรนด์ MAISON CRAFT มาได้ไกลและเป็นที่รู้จักในวงการงานออกแบบได้อย่างรวดเร็ว จากการนำวัสดุธรรมชาติพื้นบ้าน อย่างเช่น กก ปอ ไม้ไผ่ และฝ้าย มาสร้างสรรค์ ใส่ดีไซน์ จนได้เป็นชิ้นงานทั้ง โคมไฟ ชุดรองจาน หมอน ฯลฯ “ความงามของสินค้าไม่ได้อยู่ที่วัสดุนะ แต่อยู่ที่วิถีชุมชนของเขา ซึ่งการจะได้มาแต่ละงานคราฟท์ มันมีการปฏิสัมพันธ์ของชุมชน ทำให้เห็นว่าความน่ารักของชุมชนยังอยู่ รู้สึกว่าเราควรจะรักษางานหัตถกรรมแบบนี้เพื่อให้ชุมชนยังสามารถทำใน Know How ที่เขามี ซึ่งมันเป็นเสน่ห์ของบ้านเราจริงๆ” ในการทำงานแต่ละชิ้น สาวหาดใหญ่จะเข้าไปถ
คุณณัฐวุฒิ ธรรมเมืองมูล หรือ คุณหมู ชายหนุ่มวัย 39 ปี เจ้าของโคมไฟหวาย แพมณิชา เท้าความว่า กิจการโคมไฟเป็นธุรกิจของครอบครัวฝ่ายภรรยา โดยพ่อตารับหน้าที่สานกระบุง ตะกร้า ภาชนะทุกชนิดที่สานจากไม้ไผ่ ตั้งอยู่ที่บ้านป่าบงหลวง อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ และจากการที่ได้เห็นทุกคนทำงานจักสานรู้สึกว่าไม่ยาก เกิดความรู้สึกอยากลองทำบ้าง คุณหมู เล่าต่อว่า การที่ได้เห็นพ่อตาและสมาชิกในครอบครัวสานกระบุง ตะกร้า มีรายได้เข้ามาทุกวัน บางวันก็ทำไม่ทันตามความต้องการของลูกค้า เลยเกิดความคิดว่าอยากเข้ามาช่วย “เมื่อ 12 ปีที่แล้ว ผมเห็นสมาชิกในครอบครัวสานกระบุง ตะกร้า ทำขายได้เรื่อยๆ ทำขายแทบไม่ทัน จึงคิดอยากจะทำบ้าง ประกอบกับพ่อตาสอนให้สานโคมไฟ เลยพอมีฝีมือติดตัว” หลังจากที่คุณหมูสานโคมไฟได้มีออร์เดอร์เข้ามา ระหว่างนั้นเองภรรยาตั้งครรภ์ และคุณหมูก็ทำงานไกลบ้าน นับ 100 กิโลเมตร เขา บอกว่า ตัดสินใจลาออกจากงานประจำ มาทำงานจักสานเต็มตัว และพอภรรยาคลอดลูกได้ 4 เดือน ก็ขอแยกตัวออกจากบ้านพ่อตา มาเริ่มทำจักสานเอง “ผมอาศัยอยู่กับพ่อตา 1-2 ปี พอได้ความรู้เกี่ยวกับการทำจักสานมา ช่วงที่แยกตัวออกมา ช่วงนั้นสิน
