จังหวัดเพชรบูรณ์
ไอเดียสุดเจ๋ง อุทยานตาดหมอก ผลิต “จานใบไม้” ใส่อาหารได้ แจกนักท่องเที่ยว เฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติตาดหมอก จ.เพชรบูรณ์ ไอเดียสุดเจ๋ง!! ผลิตภาชนะจาน ชาม จากใบไม้ ดูเก๋ไก๋อย่างมีสไตล์คนรักษ์โลก แจกนักท่องเที่ยว ใช้ใส่อาหาร หวังลดปริมาณกล่องโฟมและพลาสติก ใช้เทคนิคการขึ้นรูปด้วยมือทุกใบ ใส่อาหารรับประทานได้จริง ปลอดภัย ย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ นายประสาน เอียดสังข์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติตาดหมอก จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้รายงานสถานการณ์การท่องเที่ยวในช่วงปีใหม่ พร้อมเผยว่า ทางอุทยานได้จัดทำภาชนะถ้วย จาน จากใบไม้แจกนักท่องเที่ยวสำหรับใส่อาหาร เพื่อลดปริมาณกล่องโฟมและพลาสติกในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ โดยใช้เทคนิคการขึ้นรูปด้วยมือทุกใบ สามารถใช้ใส่อาหารรับประทานคล้ายกับภาชนะทั่วไปและปลอดภัย ที่สำคัญ ย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ โดยเมื่อวานนี้ (31 ธ.ค. 62) อุทยานแห่งชาติตาดหมอก จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ทดลองสาธิตและแจกให้นักท่องเที่ยวทดลองนำไปใช้แล้ว 50 ใบ ใส่ของเหลว อาหารที่เป็นแกงร้อน
ไผ่ เป็นพืชที่มนุษย์ในส่วนต่างๆ ของโลก นำมาใช้ประโยชน์อย่างมากมายในหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่สมัยโบราณ ต่อเนื่องมาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน มนุษย์มีการนำไผ่มาใช้ประโยชน์ทั้งในด้านการใช้บริโภค และอุปโภคแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งพันปี ซึ่งในการนำไผ่มาใช้ประโยชน์เพื่อการบริโภคนั้น พบว่ามนุษย์ได้มีการนำหน่อมาแปรรูปเป็นอาหารบริโภคในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ พบว่ามนุษย์นำเอาส่วนต่างๆ ของไผ่ เช่น เหง้า แขนง และใบ มาใช้บริโภคในรูปแบบของสมุนไพรเพื่อรักษาไข้หวัด โรคหืด และโรคไต เป็นต้น ส่วนในการนำไผ่มาใช้เพื่อการอุปโภคนั้น พบว่า ได้มีการนำใบไผ่มาใช้ห่ออาหารและนำลำไผ่มาใช้ในการก่อสร้างที่อยู่อาศัย อุปกรณ์ในการประกอบอาชีพล่าสัตว์ อาวุธเพื่อการต่อสู้และเครื่องดนตรี ส่วนการใช้ประโยชน์จากไผ่ของคนไทย ซึ่งนับได้ว่า เป็นอีกชนชาติหนึ่งที่มีความผูกพันใกล้ชิดกับไผ่ มีการนำไผ่มาใช้ประโยชน์ในหลากหลายรูปแบบเป็นเวลาต่อเนื่องยาวนานไม่แพ้ชนชาติอื่น โดยระยะแรกจะเป็นการนำไผ่จากป่ามาใช้เป็นหลัก ต่อมาจนกระทั่งเมื่อพื้นที่ป่าไม้ได้ถูกทำลายให้ลดปริมาณลง ความจำเป็นที่จะต้องปลูกไผ่เพื่อใช้ประโยชน์ จึงได้เริ่มมีความสำคัญมากขึ้นเป็นลำดับ
วันที่ 26 ตุลาคม ความคืบหน้าหลังจากนายไกรสร กองฉลาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวต่อต้านการปลูกมันฝรั่งบนภูทับเบิก โดยชี้ว่าเป็นเกษตรพันธสัญญาผูกมัดชาวบ้าน และยังสร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม เพราะต้องใช้ปุ๋ยและยาค่อนข้างเยอะ โดยขัดต่อแนวทางที่ทางจังหวัดกำลังเร่งขับเคลื่อนเรื่องผักปลอดภัย จากนั้นยังปลุกกระแสผู้บริโภคให้ช่วยกันกดดันให้เอกชนมีความรับผิดต่อสังคมให้มากกว่านี้ อย่างไรก็ตาม ล่าสุด นายใจ แซ่เถา ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 14 บ้านทับเบิก ต.วังบาล อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ และเกษตรกรผู้ปลูกมันฝรั่งบนภูทับเบิก กล่าวว่า การปลูกมันฝรั่งในพื้นที่ภูทับเบิกนั้นทางเอกชนได้มาส่งเสริมให้ปลูกเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว โดยพื้นที่ปลูกแต่ละปีจะไม่เท่ากันต่ำสุดราว 400 ไร่ และสูงสุดราว 1,000 ไร่ ส่วนการใช้สารเคมีก็ใช้น้อยกว่าการปลูกกะหล่ำปลี นายใจกล่าวอีกว่า การที่เอกชนประกันราคาขายผลผลิตให้เกษตรกรกิโลกรัมละ 14 บาท ทำให้เกษตรกรมีความพึงพอใจ เพราะในการเพาะปลูกใช้ระเวลาราว 90 วัน ก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตส่งขายให้เอกชนได้แล้ว ขณะเดียวกันรายได้ต่อไร่ก็ค่อนข้างสูง จึงทำให้เกิดแรงจูงใจ ส่วนกรณีที่เอ
