จัดสวน
จากนักแสดงมากฝีมือที่โลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงมาอย่างยาวนาน วันนี้เราได้เห็นอีกด้านความสามารถของ “ดุ๊ก-ภาณุเดช วัฒนสุชาติ” ผ่านบทบาท“นักจัดสวน” แพชชันที่เขามีมาตั้งแต่วัยเด็ก จากการฝึกเพาะชำในเรือนกล้วยไม้ของคุณพ่อและลงมือจัดสวนในบ้านของตัวเอง สู่การรับจัดสวนให้เจ้าของบ้านที่หลงใหลในสไตล์เฉพาะตัวของเขาที่มองการจัดสวนเป็น “งานศิลปะ” ตามความเป็นอาร์ตติสต์ แม้เขาจะบอกว่าไม่ใช่นักจัดสวนร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ผลงานการสร้างสรรค์อันโดดเด่นกลับเป็นที่ยอมรับในวงกว้าง จนชื่อของเขาโลดแล่นอยู่ในวงการจัดสวนอย่างปฏิเสธไม่ได้ ในคอนเทนต์ชุดพิเศษ “โอกาสธุรกิจเกษตร” เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ x เทคโนโลยีชาวบ้าน ขอพาไปพูดคุยกับ “คุณดุ๊ก” ถึงศาสตร์แห่งการจัดสวน ที่ไม่เพียงเนรมิตสวนสวยให้กลายเป็นพื้นที่สีเขียวสำหรับ “ฮีลใจ” และเติมความสุขให้เจ้าของบ้าน แต่ยังช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับต้นไม้และดอกไม้อีกด้วย จากแพชชันในวัยเด็กสู่นักจัดสวนผู้สร้างแรงบันดาลใจ คุณดุ๊กเริ่มบทสนทนาอย่างเป็นกันเอง ท่ามกลางสวนสวย ณ เขาใหญ่ สถานที่ที่เขานิยามไว้ว่าเป็น “บ้านหลังสุดท้าย” ว่า งานจัดสวนเป็นแพชชันของเขามาตั้งแต่วัยเด็ก โดยอาศัยเร
เปิดเทรนด์ต้นไม้ปีหน้า อยากไปต่อได้ ต้องผสมพันธุ์ใหม่ วันที่ 10 ธันวาคม 2565 คุณวิทย์-ศิริวิทย์ ริ้วบำรุง นักจัดสวนมือทอง เจ้าของร้าน Little Tree Garden และ Whispering cafe กล่าวในหัวข้อ จับเทรนด์ธุรกิจต้นไม้ ปี 2023 ที่ต้องรู้อย่างมืออาชีพ ในงาน ‘SMEs HERO FEST’ ย้อนกลับไป 10 ปีก่อน คุณวิทย์คือผู้พลิกวงการจัดสวน โดยนำสวนสไตล์อังกฤษมาจัดในเมืองไทย แม้จะโดนคำครหาแต่ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าทำได้จริง และเชื่อหรือไม่ว่าลูกค้าประทับใจในผลงาน ถึงขั้นยอมรอคิวจัดสวนนานถึง 7 ปี “อาชีพนักจัดสวน ถ้าชัดเจนเรื่องสไตล์ และทำให้ลูกค้าเห็นผลงาน เห็นไอเดีย เชื่อหรือไม่ว่าลูกค้ากลุ่มนี้จะอยู่กับเรานานมาก ไม่ว่าจะมีบ้านกี่หลังเขาจะเลือกใช้บริการเรา เหมือนมีแฟนคลับที่ไม่ว่าเรามีอะไรใหม่ๆ ลูกค้าจะรอสั่ง รอซื้อ” นอกจากไอเดียแล้ว สิ่งที่ทำให้งานจัดสวนโดดเด่น คือ ความกล้าในการนำต้นไม้ใหม่ๆ ต้นไม้ที่ถูกลืม หรือต้นไม้พื้นๆ มาจัดสวน “ไม่จำเป็นต้องใช้ต้นไม้หายาก แต่เป็นไม้พื้นๆ หรือไม้ที่ถูกลืม เราเห็นมาแต่เล็กแต่น้อย เอามาขยายพันธุ์แล้วใช้จัดสวน จะช่วยให้งานเราโดดเด่นมากขึ้น วัสดุเราก็ต้องคิดให้
ราวกับสวนนี้มีชีวิตและเฝ้าคอยเวลาของตัวเองอยู่ หลังจากผ่านกาลไปช่วงหนึ่งทายาทรุ่นต่อมาในตระกูลทรีเมน คือ ทิม สมิธ และจอห์น วิลลิส ก็หวนคืนมากอบกู้มรดกตกทอดของตระกูลไว้ได้ และพวกเขาได้ค้นพบ “สวนที่หายไป” ซุกซ่อนอย่างเงียบเชียบอยู่ท่ามกลางซากผุพังของต้นไม้และเถาแบล็กเบอร์รี่ เธอคือเทพธิดา… เธอคือเทพธิดา… ทอดกายอยู่บนผืนหญ้า ในนิทรารมณ์อันแสนสุข อ้อมแขนของเธอกอดรัดผืนดินเอาไว้แนบอก เทพธิดาผู้งดงามนี้ ทอดกายผ่อนคลายแนบชิดผืนธรณี รอบตัวเขียวชอุ่มด้วยแมกไม้ใหญ่น้อย เธอมีต้นไม้ใบบังเป็นบ้าน มีนก หนู งู แมลง ส่ำสัตว์เป็นเพื่อน เห่กล่อมความหลับใหลด้วยเสียงเพลงแห่งสายลม ค่ำคืน…ดวงดาวใหญ่น้อยคอยเล่านิทานผีพุ่งไต้ จันทร์เรืองฉายรัศมี บอกรักตลอดราตรี มิเคยพร่ำบ่น ทุกทิวา สุริยะเคลื่อนบาทลอยเลื่อน เตือนให้ลืมตาด้วยแดดอุ่น แต่ธิดาเทพก็มิเคยฟื้นตื่นจากการหลับใหล ไม่ว่าจะร้อน ฝน หนาว หรือตากหิมะ นอนนิ่งอยู่เช่นนั้นด้วยใบหน้าพริ้มอิ่มสุข มีแต่มวลหมู่ไม้เท่านั้นที่รู้ว่าเทพธิดาเพียงแค่หลับใหล ทุกองคาพยพของเธอยังมีชีวิตอยู่เหนือดินอุ่น ด้วยไลเคนเปื้อนแก้มเป็นด่างดวงมิเคยเลือนหาย บางเวลาอ
