จับปลา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านหนองเหล็ก ม.5 ต.ยาง อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ นายคาน แต้มทอง ผู้ใหญ่บ้านหนองเหล็ก พร้อมด้วยคณะกรรมการหมู่บ้าน มีมติร่วมกันให้จำหน่ายบัตรลงแห่จับปลาในหนองน้ำของหมู่บ้าน โดยเปิดจำหน่ายบัตรต่อแหหนึ่งปากต่อหนึ่งคน แหละ 200 บาท เพื่อหารายได้มาพัฒนาหมู่บ้าน และซื้อพันธุ์ปลามาปล่อยไว้ในสระคืนตามเดิม เพื่อจะได้มีปลาไว้จับในปีต่อๆไปได้ โดยมีการจัดคณะกรรมการตั้งโต๊ะเปิดขายบัตรที่ริมหนองน้ำ ให้กับบรรดาเซียนหาปลาทั้งหลายที่พากันหลั่งไหลมาจากทั่วทุกสารทิศจำนวนมาก เมื่อซื้อบัตรเรียบร้อยแล้วเซียนหว่านแหต่างก็พากันเอาแพที่ใช้ยืนหว่านแหลงไปไว้ในหนองน้ำ มีไม่ต่ำกว่าร้อยแพ สำหรับคนที่ไม่มีแพก็พากันยืนหว่านอยู่ริมหนองน้ำ ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ทั้งคนที่มาจับปลาในหนองน้ำและคนนั่งดูนั่งเชียร์ นอกจากนี้ยังส่งผลพลอยได้ให้กับพ่อค้าแม่ค้าไก่ย่าง ส้มตำ ขายดิบขายดีอีกด้วย นายคำรบ มาลี อายุ 48 ปี อยู่เลขที่ 132 บ.กุง ต.ทุ่งชัย อ.อุทุมพร จ.ศรีสะเกษ เซียนหาปลาอีกคนหนึ่งที่เดินทางมากับเพื่อนบ้านอีกสองสามคน ลงหว่านแหได้ปลานิลทั้งเล็กและใหญ่ ปลาที่ได้ไปก็เอาไปประกอบเป็นอาหารแบ่งให้กับเพื่
วันที่ 2 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณหน้าบานระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ชาวบ้านในพื้นที่ที่ยึดอาชีพทำการประมงเปิดเผยว่า ตั้งแต่มีน้ำหลากทำให้มีปลาจำนวนมากที่มากับน้ำ โดยเฉพาะบริเวณคุ้งน้ำขนาดใหญ่หน้าวัดโคกดอกไม้ ที่ชาวบ้านในแถบนี้เรียกว่า วังแม่ลูกอ่อน ที่จะมีปลาขนาดใหญ่จำนวนมากมาเล่นน้ำ หรือขึ้นน้ำ ทำให้ชาวประมงสามารถจับปลาได้จำนวนมากกว่าปกติถึง 3 เท่า โดยปลาส่วนใหญ่ที่จับได้จะเป็นปลาสวาย ปลาเทโพ ปลาเค้า ปลากดคัง และบางรายที่โชคดีก็จะได้ปลาบึกขนาดใหญ่ด้วย นายวินัย ผดุงโภชน์ ชาวประมงที่จับปลาบริเวณท้ายเขื่อนเจ้าพระยามากว่า 40 ปี เผยว่า ในปีนี้แม้ว่าน้ำจะมากกว่า 2-3 ปีที่ผ่านมา แต่กลับเป็นผลดีกับชาวประมง เพราะปลาที่จับได้มีขนาดใหญ่ขึ้น และมีจำนวนมาก ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วชาวประมงจะจับปลาได้วันละ 40-50 กิโลกรัมต่อคน โดยจะมีแม่ค้ามารับซื้อถึงริมตลิ่งทุกเย็นในราคากิโลกรัมละ 20 บาท สำหรับปลาสวาย และกิโลกรัมละ 90-100 บาท สำหรับปลาเค้า ทำให้ชาวประมงมีรายได้เพิ่มขึ้น 3 เท่าตัว คือเฉลี่ยวันละ 800-1,000 บาท ซึ่งสถานการณ์น้ำหลากชาวประมงถือว่าเป็นช่วงเวลาทองที่จะต้อ
อบต.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ ร่วมกับกลุ่มทำประมงเขื่อนลำนางรอง จัดเทศกาลกินปลาหน้าเขื่อนปีแรก โดยเปิดให้ประชาชนทั่วไปมาร่วมซื้อบัตรลงจับปลาคนละ 100 บาท เพื่ออนุรักษ์วิถีชาวประมงทั้งนำรายได้จัดซื้อพันธ์ปลามาปล่อยเพิ่มปริมาณ และให้ ปชช.ได้ซื้อปลาสดหน้าเขื่อนจากชาวประมงโดยตรง องค์การบริหารส่วนตำบลโนนดินแดง อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ จัดเทศกาล “กินปลาหน้าเขื่อนลำนางรอง” เป็นปีแรกเพื่อเป็นการอนุรักษ์วิถีชีวิตของชาวประมง และนำเงินรายได้ไปจัดซื้อพันธุ์ปลามาปล่อยในเขื่อนลำนางรองเพื่อเพิ่มปริมาณ ปลา โดยการเปิดให้ชาวประมง และประชาชนทั่วไปได้ลงจับปลาบริเวณท้ายเขื่อนลำนางรอง โดยผู้ที่ลงจับปลาจะต้องซื้อบัตรในราคา 100 บาทสามารถจับได้ 3 วัน ทั้งนี้สามารถใช้อุปกรณ์หาปลาได้ทุกประเภท ยกเว้นอวน ตาข่ายดักปลาขนาดไม่ต่ำกว่า 3.5 เซนติเมตร มีชาวประมงในพื้นที่ รวมถึงประชาชนทั่วไปจากหลายอำเภอ และต่างจังหวัด มาร่วมลงทะเบียนจับปลาในครั้งนี้กว่า 800 คน แต่ละคนสามารถจับปลาได้ไม่ต่ำกว่า 5 – 10 กิโลกรัม มีทั้งปลานิล ปลาตะเพียน ปลาขาว ปลากดคัง และปลาชนิดอื่นๆ บางตัวมีน้ำหนัก 20 – 30 กิโลกรัม โดยปลาที่จับได้ก็จะนำไปบริโภค บา
