จิตอาสา
ทิพยประกันภัย สานต่อแนวคิดจิตอาสา พาเรียนรู้วิถีพอเพียง ร่วมดำนาในผืนนาประวัติศาสตร์ ณ ศูนย์เรียนรู้ต้นแบบ เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) จ.อ่างทอง บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) จัดโครงการทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา ครั้งที่ 46 นำคณะครูอาจารย์และผู้สนใจเยี่ยมชม “ศูนย์เรียนรู้ต้นแบบ เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย” ตำบลบ้านแห อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง ซึ่งเป็นโครงการต้นแบบที่แสดงให้เห็นถึงการน้อมนำแนวพระราชดำริด้านจิตอาสาและเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน ศูนย์เรียนรู้ต้นแบบ เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เป็นโครงการที่เกิดจากน้ำพระทัยของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ที่มีต่อชาวจังหวัดอ่างทอง เกิดขึ้นภายหลังเหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ในปี พ.ศ. 2549 ที่สร้างความเสียหายให้แก่พื้นที่เกษตรกว่า 2,161 ไร่ และบ้านเรือนกว่า 650 หลังคาเรือนในจังหวัดอ่างทอง มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย จึง
เคทีซี ชวนพนักงานจิตอาสา ผลิตหนังสือเรียน ภายใต้โครงการ “พิมพ์ & Prove” เพื่อน้องผู้พิการทางสายตา นางสาวปิยะสุดา แคว้นนนทรีย์ (กลาง) ผู้บริหารสูงสุด สายงานทรัพยากรบุคคล “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) จัดโครงการ “พิมพ์ & Prove” เพื่อน้องผู้พิการทางสายตาโดยชวนผู้บริหารและพี่พนักงานจิตอาสากว่า 50 คน ร่วมแรง ร่วมใจกันจัดพิมพ์ และตรวจทานหนังสือเรียนจากแบบเรียนต่างๆ ที่น้องๆ สายตาปกติใช้ในห้องเรียน เพื่อส่งมอบให้น้องๆ ผู้พิการทางสายตาที่ศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษา ผ่านศูนย์เทคโนโลยีการศึกษาเพื่อคนตาบอด มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ หนังสือเรียนสำหรับน้องๆ ผู้พิการทางสายตานี้ เคทีซีได้รับหนังสือเรียนต้นฉบับมาจากศูนย์เทคโนโลยีการศึกษาเพื่อคนตาบอด โดยจิตอาสาพนักงานเคทีซีช่วยกันพิมพ์ และตรวจรูปแบบความถูกต้องของตัวอักษรให้ตรงกับหนังสือเรียนต้นฉบับ ซึ่งจะพิมพ์เป็นไฟล์ไมโครซอฟต์เวิร์ดรูปแบบตัวหนังสือเท่านั้น เมื่อพิมพ์และตรวจทานครบทุกเล่มแล้ว จะรวบรวมไฟล์ส่งให้ทางศูนย์ฯ เพื่อนำเข้าสู่โปรแกรม “อ่านหน้าจอ” แปลงตัวอักษรจากไฟล์ไมโครซอฟต์เวิร์ดเป็นรูปแบบเสียง
การทำให้คนมีความหวังกับชีวิตในช่วงวิกฤตเช่นนี้ จะช่วยให้ทุกคนผ่านพ้นไปได้ ดร.วรชาติ เฉิดชมจันทร์ คณบดีคณะกายภาพบำบัดและเวชศาสตร์การกีฬา มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า ในสถานการณ์ที่มีผู้ป่วยโควิดรายวันมากกว่าหนึ่งหมื่นคน มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นในแต่ละวัน ระบบสาธารณสุขไทยมาถึงจุดที่ไม่สามารถรองรับผู้ป่วยได้อย่างเพียงพอ ในฐานะที่เป็นบุคลากรด้านสุขภาพ เป็นทั้งอาจารย์และนักกายภาพบำบัด รู้สึกเศร้าใจทุกครั้งที่รับรู้และเห็นภาพคนเสียชีวิตในบ้านและข้างถนน กระทรวงสาธารณสุข จัดจำแนกผู้ป่วยที่ติดโควิดออกเป็นสีเขียว สีเหลือง และสีแดง ตามระดับความรุนแรงของโรค และพบว่าเป็นผู้ป่วยโควิดสีเขียว 80% สีเหลือง 15-20% และเป็นสีแดงประมาณ 5-8% ดังนั้น ในการควบคุมโรคเพื่อลดอัตราการแพร่กระจายของเชื้อและอัตราการเสียชีวิต การบริหารจัดการในระยะ Home Isolation จึงเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการควบคุมโรคและรักษาโรคนี้ ซึ่งเวลานี้คงไม่มีอะไรดีไปกว่า คนในสังคมหันมาร่วมมือกันตามกำลังความสามารถ ดูแลช่วยเหลือซึ่งกันและกัน สร้างความร่วมมือและวางแนวทางในการบริหารจัดการชุมชนของตนอย่างเป็นระบบ นักกายภาพบำบัดอาสา มหาวิทยาลัยรังสิต เกิด
เร่งช่วยเหลือด่วน จิตอาสาม.รังสิต ลงพื้นที่ ชาวบ้านอุ่นใจ ไม่รู้สึกถูกทอดทิ้ง มหาวิทยาลัยรังสิต นำทีมโดย ผศ.ดร.นเรฏฐ์ พันธราธร รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย และ ดร.วรชาติ เฉิดชมจันทร์ คณบดีคณะกายภาพบำบัดและเวชศาสตร์การกีฬา มหาวิทยาลัยรังสิต พร้อมด้วยนักศึกษาจิตอาสาจากวิทยาลัยแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ลงพื้นที่ชุมชนหลักหก มอบเครื่องวัดออกซิเจนในกระแสเลือด เครื่องวัดอุณหภูมิ และเครื่องวัดความดัน รวมทั้งมอบยา และเวชภัณฑ์ให้แก่ชาวบ้านในชุมชนหลักหก ผศ.ดร.นเรฏฐ์ กล่าวว่า ในเวลาที่รัฐไม่สามารถดูแลประชาชนได้อย่างทั่วถึง บุคลากรทางการแพทย์ต้องดูแลผู้ป่วยอย่างล้นมือ ทั้งยังมีปัญหาสถานที่ในการดูแลผู้ป่วยไม่พอเพียง เมื่อมีผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นนี้ ทำให้ต้องมีการเข้าช่วยเหลือชุมชนอย่างเร่งด่วน “ตอนนี้มีทั้งผู้ติดเชื้อที่แสดงอาการ และไม่แสดงอาการ บางส่วนต้องอยู่รวมกันกับคนปกติในบ้านเดียวกัน โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ด้อยโอกาส ทำให้พวกเราจำเป็นต้องเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยสามารถเริ่มจากชุมชนใกล้ตัวก่อน มหาวิทยาลัยรังสิต ได้รับบริจาคเครื่องวัดออกซิเจนในกระแสเลือดด้วยปลายนิ้ว เครื่องวัดอุณหภูม
ช่วยเหลือกันยามวิกฤต นักศึกษาแพทย์ปี 2 มหิดล ทำงานจิตอาสา ประจำศูนย์วัคซีน นศพ.ปุณยาพร โง้วสวัสดิ์ นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 2 คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล หนึ่งในความภาคภูมิใจของมหาวิทยาลัยมหิดล ที่ได้เสียสละทำหน้าที่จิตอาสา ณ ศูนย์บริการฉีดวัคซีน ศูนย์ประชุมมหิดลสิทธาคาร มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา มาตลอดเวลากว่า 2 สัปดาห์ จากการสมัครผ่านเพจ Mahidol Volunteer เล่าว่า แม้การเรียนแพทย์จะเป็นการเรียนที่ต้องใช้เวลาทุ่มเทอย่างหนัก แต่ได้ใช้เวลาก่อนเปิดภาคเรียนที่ 1/2564 วันที่ 9 สิงหาคม 2564 บำเพ็ญประโยชน์ ณ จุดบริการที่ 7 ซึ่งเป็นจุดพักและรับรองการฉีดวัคซีน COVID-19 จุดสุดท้ายก่อนที่ผู้เข้ารับการฉีดวัคซีนจะกลับบ้าน ด้วยความยึดมั่นในพระปณิธานแห่งสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก “พระบิดาแห่งการแพทย์ไทย” ตามพระราชดำรัสที่ว่า “ขอให้ถือประโยชน์ส่วนตนเป็นที่สอง ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง ลาภ ทรัพย์ และเกียรติยศจะตกมาแก่ท่านเอง ถ้าท่านทรงธรรมะแห่งวิชาชีพไว้ให้บริสุทธิ์” นศพ.ปุณยาพร เล่าย้อนถึงตอนสอบสัมภาษณ์เข้าเป็นนักศึกษาแพทย์ศิริราช อาจารย์แพทย์ผู้สอบสัมภาษ
พิ้งกี้ สาวิกา ขอเป็นหนึ่งในจิตอาสา เดินสายแจกอาหารฝีมือแม่ ในชุมชนเล็กๆ ที่รัฐบาลเข้าไม่ถึง เป็นอีกหนึ่งนางเอกสาวใจบุญ ที่ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด นักแสดงสาว พิ้งกี้-สาวิกา ไชยเดช ลงแรงไปซื้อของสด และให้แม่ปรุงอาหารเองกับมือ ผู้สื่อข่าว ข่าวสดออนไลน์ ต่อสายตรงถึงนางเอกสาว เพื่อสอบถามถึงเรื่องการเป็นจิตอาสาในครั้งนี้ เห็นว่าไปแจกอาหารตามชุมชนต่างๆ “กี้มองว่าเราเป็นแค่คนตัวเล็กๆ แล้วจุดที่กี้ไปแจกของ ก็เป็นจุดเล็กๆ ที่รัฐบาลเข้าไปไม่ถึง เราก็เลยเอาเข้าไปแจก แต่ว่าก่อนที่จะไป กี้จะไม่บอกว่าล่วงหน้าจะไปไหน เพราะว่าเราก็ไม่อยากที่จะให้เป็นจุดชุมนุม เราเลือกซุ่มเอา ไปถึงก็แจกๆ แป๊บเดียวเราก็กลับค่ะ คือเราก็ไปแจกข้าวเขาสักมื้อ เราไม่ได้ดูถูกใคร มันเป็นกำลังใจที่เราสามารถจะมอบให้กับคนที่เขาไม่มีจริงๆ อยากจะบอก ยังไงคนเราก็ไม่ทิ้งกัน ไม่ใช่แค่กี้ จะเห็นว่ามีจิตอาสาหลายๆ คน เขาแจกข้าว ตามจุดต่างๆ แล้วแต่ว่าเขาใกล้จุดไหน บางคนเขาก็บอกกี้ว่า เขาอยากร่วมทำด้วย บริจาคมาเป็นเงินได้มั้ย คือกี้ก็บอกเขาไปว่าขอรับเป็นอาหารดีกว่า กี้ไม่สะดวกที่จะรับเป็น
จิตอาสาเย็บ “เต้านมเทียม” มอบผู้ป่วยขาดแคลนในโรงพยาบาลทั่วประเทศ คุณจิรายุส โชควิทยา ผู้อำนวยการ การสื่อสารการตลาดองค์กร “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยผู้บริหารและพนักงานเคทีซี ร่วมเป็นจิตอาสาเย็บเต้านมเทียมในกิจกรรม “จิตอาสาเย็บเต้ารวมใจสู้ภัยมะเร็งปีที่ 13” เพื่อส่งมอบให้กับผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ขาดแคลนในโรงพยาบาลทั่วประเทศ โดยได้รับเกียรติจากคุณปทุมา ใจสงฆ์ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ซาบีน่า ฟาร์อีสท์ จำกัด เป็นวิทยากรสอนวิธีการเย็บเต้านมเทียม ณ “เคทีซี ป๊อป” ชั้น B1 อาคารสมัชชาวาณิช 2 เมื่อเร็วๆ นี้ ทั้งนี้ คุณภัทรีญา วรรณสารเมธา นิสิตชั้นปีที่ 4 คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กล่าวถึงสิ่งที่ได้รับจากการเข้าร่วมกิจกรรมว่า รู้สึกดีใจที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเสริมสร้างความมั่นใจให้กับผู้ป่วยมะเร็งเต้านม เนื่องจากผู้ป่วยบางรายอาจจะต้องผ่าตัดหน้าอกออก เต้านมเทียมจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เขากลับมามีความมั่นใจในรูปร่างของตัวเองและสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ อีกทั้งการตัดเย็บเต้านมเทียมนั้นมีขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยาก ใช้ระยะเวลาเพียงสั้นๆ แต่มีคว
หนุ่มกู้ภัยใจบุญ อาสา “ขนย้าย-แต่งหน้าศพ-บริจาคโลง” ไม่คิดเงินสักบาท โพสต์หนึ่งในเพจ เคลื่อนที่เร็วช่วยชีวิต มีการพูดถึงการคิดค่าบริการขนย้ายศพกลับภูมิลำเนา ที่มีราคาตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักหมื่นบาท ซึ่งถือเป็นราคาที่ค่อนข้างแพง สำหรับคนที่ไม่มีกำลังจะจ่าย จึงมีคนกลุ่มหนึ่งอาสา รับ-ส่ง พร้อมแต่งหน้า แต่งตัวศพให้ฟรี โดยไม่คิดเงิน พร้อมทิ้งเบอร์ที่สามารถติดต่อเข้าไปได้ตลอด 24 ชั่วโมง ถือเป็นเรื่องน่าสนใจ ในภาวะเศรษฐกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ทุกวัน “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จึงติดต่อเพื่อขอสัมภาษณ์คนกลุ่มนี้ทันที คุณกอล์ฟ-จิระเดช สุพะนาม วัย 29 ปี ผู้ก่อตั้งเพจ แต่งหน้าศพ เจ้าของโพสต์ดังกล่าว ให้สัมภาษณ์ว่า ตนทำอาชีพรับจ้างทั่วไป และทำงานจิตอาสากู้ภัยตั้งแต่อายุ 14 ปี สาเหตุที่หันมาทำงานด้านขนย้ายศพ แต่งหน้าศพ และให้โลงศพฟรี มาจากเมื่อสมัยที่ยังเป็นเด็ก บ้านของเขาอยู่ใกล้กับวัด เมื่อมีงานศพและสัปเหร่อเปิดโลงศพให้ญาติได้ดูหน้าผู้เสียชีวิตเป็นครั้งสุดท้าย ด้วยความอยากรู้อยากเห็นของเด็ก เขาก็จะชอบเข้าไปดูด้วย ก็เห็นว่าศพบางรายอยู่ในสภาพที่ไม่น่าดูนัก คนที่ไม่ใช่ญาติก็จ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อจิตอาสา-ภาพการ์ตูนฝีพระหัตถ์จิตอาสาใหม่ ทดแทนชื่อจิตอาสาและภาพการ์ตูนฝีพระหัตถ์จิตอาสาที่พระราชทานไว้แต่เดิม เพื่อเชิญไปใช้ในกิจกรรมต่างๆ ของจิตอาสาพระราชทาน จิตอาสาใหม่ / เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. เลขาธิการพระราชวัง รับพระบรมราชโองการเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมให้ประกาศ ให้ทราบโดยทั่วกันว่า ตามที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้จัดโครงการ หน่วยพระราชทานและประชาชนจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานชื่อของจิตอาสาและภาพการ์ตูนฝีพระหัตถ์จิตอาสาพระราชทาน เพื่อพระราชทานกำลังใจ แก่ประชาชนทุกคนที่มีจิตอันเป็นกุศลในการทำความดีเพื่อส่วนรวมและประเทศชาตินั้น ในการนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานชื่อของจิตอาสาและภาพการ์ตูนฝีพระหัตถ์จิตอาสาใหม่ เพื่อทดแทนชื่อของจิตอาสาและภาพการ์ตูนฝีพระหัตถ์จิตอาสาที่ได้พระราชทานไว้แต่เดิม เพื่อเชิญไปใช้ในกิจกรรมต่างๆ อันเกี่ยวเนื่องกับจิตอาสาพระราชทาน โดยมีรายละเอียด ดังนี้ 1.พระราชทานชื่อจิตอาสา ว่า “จิตอาสาพระราชทาน 904 วปร.” 2.ให้ใช้ชื
หนุ่มอิหร่าน นั่งรถมาจากพัทยา เป็นล่ามจิตอาสา รับสุดภูมิใจได้ร่วมภารกิจสำคัญ วันที่ 5 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศจากบริเวณจุดคัดกรองถนนดินสอฝั่งใต้ มีนายฮูมาน ปีเชสเคียน (Hooman Pezeshkian) หนุ่มออฟฟิศชาวอิหร่าน ทำงานอยู่ในบริษัทก่อสร้างแก่งหนึ่งที่พัทยา จ.ชลบุรี ใส่เสื้อเหลืองร่วมแสดงความจงรักภักดี พร้อมเป็นจิตอาสาประจำอยู่ที่จุดคัดกรองถนนดินสอ ฝั่งใต้ คอยให้ความช่วยเหลือชาวต่างชาติที่ต้องการเดินทางผ่านบริเวณนี้ โดยพูดคุยสื่อสารให้เกิดเข้าใจ และรับรู้ถึงกฎระเบียบเกี่ยวกับการแต่งกายที่สุภาพ ขณะสัญจรผ่านพื้นที่ประกอบพระราชพิธี รวมทั้งร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวของไทยอธิบายแนะนำการเดินทางในเส้นทางอื่นอย่างแข็งขันด้วยรอยยิ้มและเป็นกันเอง นายฮูมาน เปิดเผยกับข่าวสดว่า เดินทางมาจากพัทยา จ.ชลบุรี ตั้งแต่เมื่อวานนี้ (4 พ.ค.2562) พร้อมกับคณะเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจท่องเที่ยวเขาพระตำหนัก จ.ชลบุรี ที่รู้จักกันชักชวนมาเป็นจิตอาสาในการเป็นล่ามแปลภาษาในงานพระราชพิธีฯ ครั้งนี้ โดยตนเองและคณะได้มาพักค้างคืนที่กรุงเทพมหานคร 1 คืนก่อนเตรียมตัวทำหน้าที่เป็นจิตอาสาในวันนี้ (5 พ.ค.2562) ตั้งแต่
